ส่งปปท.เชือดขรก.โกงค่ายา15ล้าน

ส่งปปท.เชือดขรก.โกงค่ายา15ล้าน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เวียนเทียนเบิกซํ้าเล็งอีก2,000รายเข้าคิวโดนลากไส้

ป.ป.ท. ลงนามร่วมมือกรมบัญชีกลาง ลากไส้ข้าราชการในอดีตและปัจจุบัน ส่อเค้าโกงเงินเบิกจ่ายยาในสถานพยาบาล หลังพบยอดเบิกจ่ายสูงผิดปกติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง ระบุพบคนทำผิดแล้ว 8 ราย มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท เล็งกลุ่มอดีตขรก.อีก 1,800 ราย ส่อเค้าทุจริตเดินสายเบิกค่ายารายวัน เตรียมชงแผนเข้าครม.จัดทำกลยุทธ์ป้องปราม เลขาฯป.ป.ท. แยกพวกมีพฤติกรรมต้องสงสัย 3 กลุ่ม คาด 3 เดือนรู้ผลแน่

ที่กรมบัญชีกลาง เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 24 มี.ค. นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ตามที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้เข้มงวดตรวจสอบการเบิกจ่ายยาของข้าราชการในสถานพยาบาลที่มียอดการเบิกจ่ายสูงผิดปกติ ทางกรมบัญชีกลางได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เพื่อให้ ป.ป.ท.เข้ามาดูหรือใช้ข้อมูลการเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลที่อาจส่อไปในทางทุจริต โดยจะร่วมกันจัดทำข้อเสนอต่อ ครม.ภายในสิ้นปีงบประมาณ 53 นี้ เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายและมาตรการบังคับที่เป็นรูปธรรมต่อไป พร้อมทั้งได้วางเป้าหมายควบคุมการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลปีงบประมาณ 53 ไม่ให้เกิน 61,000 ล้านบาท

นายพงษ์ภาณุ กล่าวต่อว่า กรมบัญชีกลางจะให้ ป.ป.ท. ติดตามและตรวจสอบ พฤติกรรมของผู้ใช้สิทธิและผู้ที่เกี่ยวข้องที่ส่อไปในทางทุจริต ตรวจสอบกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง จำนวนพัสดุยาที่มีปริมาณการจัดซื้อจำนวนมากอันมีลักษณะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับภาคเอกชน การดำเนินการลักษณะนี้จะเป็นมาตรการหนึ่งที่ควบคุมค่าใช้จ่ายด้านรักษาพยาบาลได้ เนื่องจากปีที่ผ่านมา มีการเบิกจ่ายงบประมาณด้านการรักษาพยาบาลกว่า 61,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 11.66% ซึ่งเป็นค่ารักษาพยาบาลถึง 80% หรือกว่า 40,000 ล้านบาท

ทั้งนี้เราได้ตรวจสอบพบผู้กระทำผิด 8 ราย ที่เบิกค่ารักษาพยาบาลสูงผิดปกติ เฉลี่ยรวมมูลค่ากว่า 15 ล้านบาท และกำลังตรวจสอบเพิ่มเติมอีก 30 ราย และกำลังจับตาข้าราชการเกษียณอายุ ประมาณ 1,800 ราย ที่ใช้สิทธิรักษาพยาบาล 40,000-50,000 บาท เนื่องจากมีการเบิกค่ารักษาพยาบาลสูงผิดปกติ เช่น 1 คนเบิกค่ายาโรงพยาบาล เอ และวันต่อไปเบิกค่ายาโรงพยาบาล บี เป็นต้น ยืนยันว่าจะไม่ยกเลิกระบบการให้ข้าราชการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลโดยตรง เนื่องจากที่ผ่านมาถือว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ เพียงแต่การเบิกจ่ายตรงนั้นไปสร้างแรงจูงใจให้เกิดการกระทำทุจริตได้ ซึ่งมีทั้งส่วนของข้าราชการ การจ่ายยา ธุรกิจยาเอกชน ดังนั้นจึงต้องตรวจสอบให้ครบวงจร อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว

ที่กระทรวงยุติธรรม นายภิญโญ ทองชัย เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า การตรวจสอบจะเน้นตรวจสอบทั้งระบบ โดยกรมบัญชีกลางจะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับยอดการเบิกจ่ายของแต่ละโรงพยาบาลอยู่แล้ว ดังนั้นการตรวจสอบจึงจะเริ่มจากการเข้าไปดูว่าโรงพยาบาลใด มียอดการเบิกจ่ายยาของข้าราชการสูงสุด หลังจากนั้นจึงจะลงรายละเอียดถึงผู้ที่เบิกยาว่าใครเบิกยาเป็นจำนวนมากหรือน้อยเพียงใด มีใครเข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการที่ส่อเค้าผิดปกติ โดยจะแยกการตรวจสอบออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มผู้ใช้สิทธิว่ามีสิทธิในการเบิกจ่ายยาจริงหรือไม่ พร้อมพิจารณากระบวนการว่ามีบุคคลใดสั่งยาออกมาเกินความจำเป็นหรือไม่ ตลอดจนบุคคลที่เป็นผู้บันทึกข้อมูลการเบิกจ่ายยาเข้าระบบทำหน้าที่อย่างสุจริตหรือไม่ ไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้างภายในโรงพยาบาล เบื้องต้นได้วางกรอบเวลาในการทำงานไว้ 3 เดือน โดยไม่มีเจตนาก้าวล่วงดุลพินิจของแพทย์ในการรักษาผู้ป่วย.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล