ตำนานที่โลกไม่ลืม "เจ้าหญิงเกรซ" ซินเดอเรลล่าแห่งฮอลลีวูด จากไปด้วยอุบัติเหตุจริงหรือ?
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1826/9130270/newnewnewnewnewnewnew-thumbna.jpgตำนานที่โลกไม่ลืม "เจ้าหญิงเกรซ" ซินเดอเรลล่าแห่งฮอลลีวูด จากไปด้วยอุบัติเหตุจริงหรือ?

ตำนานที่โลกไม่ลืม "เจ้าหญิงเกรซ" ซินเดอเรลล่าแห่งฮอลลีวูด จากไปด้วยอุบัติเหตุจริงหรือ?

แชร์เรื่องนี้

ย้อนตำนาน "เจ้าหญิงเกรซ" จากซินเดอเรลล่าแห่งวงการมายา สู่องค์หญิงผู้จากไปอย่างมีปริศนา

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 1982 ทั่วโลกได้รับข่าวเศร้าถึงการจากไปของ เจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโก หรือ "เกรซ เคลลี" ดาราฮอลลีวูดผู้กลายเป็นเจ้าหญิงจริงๆ ของราชวงศ์โมนาโก แต่โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุรถยนต์นั้น ยังทิ้งคำถามไว้มากมายว่าเหตุใดเธอจึงเสียชีวิตอย่างปริศนา

เหตุการณ์อุบัติเหตุที่ยังไร้คำตอบ

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 1982 เกรซ เคลลี และพระธิดา เจ้าหญิงสเตฟานี เดินทางโดยรถยนต์กลับจากพระราชวังฤดูร้อนรอค อาเกลในมอนติ คาร์โล ระหว่างทางเกิดเหตุรถเสียหลัก พุ่งตกลงเหวลึกถึง 40 เมตร ทั้งสองถูกนำส่งโรงพยาบาล เกรซได้รับการผ่าตัดนานหลายชั่วโมง ก่อนจะสิ้นพระชนม์ในวันรุ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม หลายแหล่งข่าวตั้งข้อสงสัยถึงเบื้องหลังของอุบัติเหตุครั้งนี้ บ้างว่าเกิดจากภาวะหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน บ้างว่าเป็นผลจากการทะเลาะกันกับพระธิดาระหว่างขับรถ และบางกระแสบอกว่า เจ้าหญิงเกรซอาจเสียชีวิตก่อนเกิดอุบัติเหตุ ด้วยซ้ำ

จากดาราฮอลลีวูด สู่เจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์

เกรซ เคลลี เป็นนักแสดงหญิงชื่อดังของยุค 1950 เริ่มมีชื่อเสียงจากบทบาทในภาพยนตร์เรื่อง High Noon (1952) และคว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Country Girl (1954)

ความงามและฝีมือของเธอทำให้ อัลเฟรด ฮิตช์ค็อค ผู้กำกับชื่อดังชักชวนให้แสดงในผลงานของเขาหลายเรื่อง เช่น Dial M for Murder, Rear Window และ To Catch a Thief เขาเคยกล่าวถึงเกรซว่า “เธอเหมือนภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ เมื่อหิมะละลาย จะพบลาวาอันร้อนแรงซ่อนอยู่ข้างใน”

ชีวิตรักของเกรซก็ได้รับความสนใจจากสื่อ เธอมีความสัมพันธ์กับนักแสดงรุ่นใหญ่อย่างแกรี คูเปอร์ แฟรงก์ ซินาตรา และเคยหมั้นหมายกับนักออกแบบชื่อดัง โอเลก คัสสินี ผู้สูงวัยกว่า 16 ปี

เจ้าหญิงในโลกแห่งความจริง

ปี 1955 เกรซ เคลลีได้พบกับ เจ้าชายเรนีเยร์ที่ 3 แห่งโมนาโก ที่เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ทั้งสองเริ่มคบหากัน และแต่งงานในวันที่ 19 เมษายน 1956 ณ วิหารเซนต์นิโคลัส ทำให้เธอกลายเป็น เจ้าหญิงกราเซีย แพตริเซีย อย่างเป็นทางการ

ชีวิตในราชวงศ์แม้ดูสวยหรู แต่ความจริงแล้วเกรซต้องละทิ้งอาชีพนักแสดง เพราะเจ้าชายเรนีเยร์ทรงมีรับสั่งให้เธอทำหน้าที่แม่บ้านของแผ่นดิน ส่งผลให้เธอปฏิเสธงานแสดงอีกหลายบท รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง Marnie ของฮิตช์ค็อคที่เธออยากเล่นเป็นพิเศษ

จากแสงสปอตไลต์สู่บทบาทใหม่

หลังจากหันหลังให้วงการบันเทิง เจ้าหญิงเกรซมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคม เป็นประธานกาชาดแห่งโมนาโก ก่อตั้งสโมสรงานสวน และสร้างสรรค์งานศิลปะ อย่างไรก็ตาม สื่อเริ่มรายงานว่าเธอประสบปัญหากับชีวิตแต่งงาน และมีข่าวลือเรื่องปัญหาแอลกอฮอล์

แม้ภาพลักษณ์ภายนอกจะดูสุขสงบ แต่ชีวิตในวังกลับเต็มไปด้วยแรงกดดัน โดยเฉพาะการปรับตัวด้านภาษาและวัฒนธรรมที่ต่างไปจากชีวิตเดิมในสหรัฐฯ

ปริศนาอุบัติเหตุและการจากไป

อุบัติเหตุที่คร่าชีวิตเจ้าหญิงเกรซยังเป็นเรื่องที่ชวนสงสัย แม้เจ้าหญิงสเตฟานีรอดมาได้ด้วยอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่เจ้าหญิงเกรซกลับบาดเจ็บสาหัส โดยเฉพาะกระดูกเชิงกรานและศีรษะ

เธอถูกนำส่งโรงพยาบาลปรินเซส เกรซ แต่ในที่สุดคณะแพทย์ต้องถอดเครื่องช่วยหายใจในค่ำวันที่ 14 กันยายน ตามพระประสงค์ของเจ้าชายเรนีเยร์ สิ้นสุดชีวิตของอดีตดาราสาวผู้กลายเป็นเจ้าหญิงอย่างแท้จริง

ตำนานเจ้าหญิงที่โลกไม่เคยลืม

เจ้าหญิงเกรซ กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้หญิงที่ละทิ้งความฝันเพื่อบทบาทใหม่ในชีวิตจริง การเสียชีวิตของเธอยังคงเป็นที่พูดถึง แม้เวลาจะผ่านมากว่าสี่ทศวรรษ แต่เรื่องราวของเธอก็ยังคงตราตรึงใจผู้คนทั่วโลก

อัลบั้มภาพ 92 ภาพ

อัลบั้มภาพ 92 ภาพ ของ ตำนานที่โลกไม่ลืม "เจ้าหญิงเกรซ" ซินเดอเรลล่าแห่งฮอลลีวูด จากไปด้วยอุบัติเหตุจริงหรือ?

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :Vanity Fair ,History.com,Biography.com