นายกฯเข้าราบ11หลังบินตรวจจราจรกทม.

นายกฯเข้าราบ11หลังบินตรวจจราจรกทม.
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายกรัฐมนตรี เดินทางกลับเข้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ด้วยรถยนต์แล้ว 11หลังบินตรวจสภาพการจราจร ในกรุงเทพฯ ขณะที่ นายสาทิตย์ รมว.ประจำสำนักนกยกฯ เผย การประชุม ศอ.รส. วันนี้จะไม่มีการ พิจารณาใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่อย่างใด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ แบล็กฮอว์ก ออกไปจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มากว่า 6 ช.ม. แล้ว โดยระบุไว้ว่า เดินทางไปตรวจการจราจรในกรุงเทพมหานคร ขณะที่ล่าสุดมีรายงานว่า นายกรัฐมนตรี อยู่ในสถานที่ปลอดภัยแล้ว แต่ไม่มีการเปิดเผยถึงสถานที่ เพื่อความปลอดภัย พร้อมยังไม่มีความชัดเจนว่านายกรัฐมนตรี จะพำนักที่ใดในคืนวันนี้ ขณะที่ นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการกำชับความเข้มงวด ในการดูแลสถานการณ์ หลังเกิดเหตุยิงอาวุธสงคราม M79 เข้าไปในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ โดยมี นายทหารได้รับบาดเจ็บ 2 นาย

ด้าน นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงลูกระเบิด เอ็ม79 เข้าไปภายในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ โดยระบุว่า กรณีดังกล่าวนั้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้ต้องสงสัยว่า จะก่อเหตุได้ภายหลัง จากที่เกิดเหตุไม่นาน ซึ่งเรื่องนี้ เป็นผลมาจากการแจ้งเบาะแสของประชาชน ซึ่งรายละเอียดคงต้องรอการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อน ขณะที่ด้านการประเมินสถานการณ์การชุมนุมนั้น ภายหลังจากที่ช่วงสายวันนี้ นายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นตรวจสภาพการจราจรภายในกรุงเทพมหานครทางอากาศ จึงมีความกังวลเรื่องของการจราจร ที่มีผลกระทบมาจากการชุมนุม และการเคลื่อนขบวนของผู้ชุมนุม ซึ่งเชื่อว่าวันพรุ่งนี้ จะต้องมีการบริหารจัดการเรื่องการจราจรที่ใกล้ชิดมากกว่านี้

ส่วน การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่นั้น นอกจากจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารเข้าไปดูแลตามจุดต่างๆ แล้ว คงต้องขอความร่วมมือประชาชน ช่วยสอดส่องดูแลในชุมชนของตนเองด้วยอีกแรงหนึ่ง ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เปิดเผย ถึงการจราจร บริเวณถนนพหลโยธิน ที่มีการปิดการจราจร หลังกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางไปชุมนุม หน้ากรมทหารราบที่ 11 ว่าล่าสุดขณะนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมได้ออกนอกพื้นที่ ถนนวิภาวดีและพหลโยธินแล้ว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเก็บกวาดขยะและตรวจสอบวัตถุอันตราย ก่อนจะเปิดให้สามารถใช้งานได้ โดยคาดว่า ใช้เวลาในการตรวจสอบ ประมาณ 30 นาที ก็จะสามารถเปิดให้บริการได้

ทางด้าน ถนนดินแดงการจราจรก็ติดขัดต่อเนื่อง โดยจากมีปริมาณรถจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นรถของกลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนบางส่วน

อย่างไรก็ตาม บริเวณใกล้เวทีปราศรัยกลุ่มคนเสื้อแดง ที่สะพานผ่านฟ้าฯ ได้เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ขึ้น ซึ่งอยู่ห่างจากเวที เพียง 50 เมตร สร้างความแตกตื่นให้ผู้ชุมนุม และผู้ชุมนุมแจ้งว่า เหตุดังกล่าวเป็นการเผากำจัดขยะเท่านั้นไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย หรือ มีผู้ไม่หวังดีสร้างสถานการณ์

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ใช้เดินทางออกไปตรวจการจราจร ได้กลับเข้ามาที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์แล้ว แต่เมื่อเครื่องลงจอดที่ลานจอด กลับไม่พบว่ามี นายกฯ อยู่บนเครื่อง โดยยังไม่มีการยืนยันว่า นายกฯ ได้ไปพำนักอยู่ที่ กองบิน 6 กองทัพอากาศ จริงหรือไม่ สำหรับบรรยากาศที่กรมทหารราบที่ 11 ยังมีสื่อมวลชนทุกแขนง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะมีการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. อีกครั้ง ในเวลา 20.00 น.

ล่าสุด นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางออกไปยังกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ แล้ว โดยรถยนต์ หลังจากที่เดินทางออกจาก กรมทหารราบที่ 11 ไปตั้งแต่เวลา 10.00 น. โดย นายกรัฐมนตรี เตรียมที่จะประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย ในเวลา 20.00 น. ทั้งนี้มีการยืนยันว่าที่ นายกรัฐมนตรี หายออกไปนานกว่า 8 ช.ม.นั้น นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจตราสภาพการจราจรในกรุงเทพมหานคร ด้วย เฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก โดยมี นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมคณะไปด้วย และหลังจากตรวจสภาพการจราจรแล้ว นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางต่อไปยัง กองบัญชาการทหารอากาศจนกระทั่งเดินกลับมายัง กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดเผยว่า ในการประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย หรือ ศอ.รส. ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. ผู้บัญชาการเหล่าทัพ รัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมนั้น วันที่ประชุมจะไม่มีการหารือถึงการประกาศใช้ พระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขณะที่บรรยากาศ ที่ศูนย์สื่อมวลชนนั้น ได้เปิดให้สื่อมวลชน ทำบัตรประจำตัวรอบที่ 2 และสื่อมวลชนที่ทำบัตรไปแล้วในรอบแรกนั้น ได้มีการนำบัตรมาแจกจ่ายให้แล้ว โดยในบัตรจะมี รูป ชื่อ และสังกัด