“ภูมิธรรม” เผยแรงงานไทยในอิสราเอล เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2 ราย และอาจพุ่งถึง 10 ราย

“ภูมิธรรม” เผยแรงงานไทยในอิสราเอล เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2 ราย และอาจพุ่งถึง 10 ราย

“ภูมิธรรม” เผยแรงงานไทยในอิสราเอล เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2 ราย และอาจพุ่งถึง 10 ราย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

“ภูมิธรรม” เผยยอดคนไทยเสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2 ราย แต่อาจพุ่งถึง 10 ราย รอการยืนยันจากอิสราเอล สั่ง กต. ประสานหามิตรประเทศรอบข้าง อพยพคนไทยไปอยู่ที่ปลอดภัยก่อนกลับไทย พร้อมให้ “พม.”ลงพื้นที่ดูจิตใจครอบครัวแรงไทย ยืนยันเราจะดูแล ศักยภาพที่มี

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน พร้อมด้วย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี , นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ , นายณัฐพล ขันธหิรัญ รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ , นางสาวพรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กองทัพอากาศ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงแรงงาน เพื่อหารือถึงแนวทางการช่วยเหลือคนไทยในเหตุการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง

ภายหลังการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง นายภูมิธรรม เปิดเผยว่า เราติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของคนไทย ที่อยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ จึงได้มีการหารือกัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือคนไทยในประเทศอิสราเอลทั้งหมด เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวมีความรุนแรงถึงขั้นประกาศเป็นสงคราม

โดยแรงงานไทยที่อยู่ในประเทศอิสราเอล มีถึง 3 หมื่นคน โดยอยู่ใกล้กับฉนวนกาซาที่เกิดความรุนแรง ประมาณ 5,000 คน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทย จะเป็นศูนย์กลางในการประสานงานทุกอย่าง แต่วันนี้ยังออกไปไหนไม่ได้ จากการที่รัฐบาลอิสราเอลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้าน

นายภูมิธรรม กล่าวต่อด้วยว่า ขณะนี้มีผู้เสียชีวิต อย่างเป็นทางการ 2 ท่าน แต่ก็มีกระแสข่าวรายงานจากนายจ้าง ว่า น่าจะมีมากถึง 10 ราย แต่ต้องรอการยืนยันจากทางการอิสราเอลอีกครั้ง ส่วนตัวเลขของผู้ที่ถูกจับไปเป็นตัวประกันอย่างเป็นทางการตอนนี้คือ 11 ราย ขณะที่ยอดของผู้บาดเจ็บตอนนี้มีทั้งหมด 8 คน ในมี 2 คน ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีก 6 คนบาดเจ็บเล็กน้อย

นายภูมิธรรม ยังกล่าวต่อด้วยว่า ตอนนี้กองทัพอากาศได้เตรียมเครื่องบิน 6 ลำ ประกอบด้วย A340 1 ลำ และ C130 5 ลำ พร้อมเดินทางได้ทันที แต่ตอนนี้รอข้อมูลก่อน โดยให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้รวบรวมรายชื่อของคนไทยทุกคนที่อยู่ในอิสราเอล ขณะเดียวกัน ก็ให้กระทรวงการต่างประเทศ แสวงหามิตรประเทศที่รอบข้างอิสราเอล เพื่ออพยพคนไทยไปอยู่ในเขตที่ปลอดภัย ก่อนที่จะอพยพกลับมาประเทศไทย เนื่องจากคนไทยมีมากถึง 30,000 คน จะอพยพทีเดียวคงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ฉนวนกาซาที่มีคนไทยมากถึง 5,000 คน อย่างไรก็ตาม ขออย่าเป็นกังวล

พร้อมย้ำว่า ตอนนี้ไม่ต้องรอให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เราพร้อมดำเนินการทันที แต่ปัญหาตอนนี้คือเป็นเรื่องของการสื่อสาร ที่ติดต่อได้บ้างไม่ได้บ้าง มีบางส่วนที่ยังติดต่อไม่ได้ จะเร่งดำเนินการติดต่อให้ได้โดยเร็วที่สุด // และตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจน ว่า ใครประสานที่จะเดินทางกลับประเทศไทยบ้าง แต่เราประเมินไว้ว่าหากสถานการณ์เลวร้าย เราก็พร้อมรับมือ หากได้รับสัญญาณเราพร้อมปฏิบัติการทันที เราได้วางจุดประสานงานไว้พอสมควรแล้ว ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายอีกนิดนึง

เมื่อถามว่า ทางศูนย์ประเมินสถานการณ์จะเข้าไปช่วยคนไทยได้ช่วงไหน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังสับสน เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ากระทันหัน เร่งด่วน โดยที่ไม่มีการประเมินและทราบมาก่อน ตอนนี้สิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการสูญเสียได้มากที่สุด คือการเตรียมความพร้อม ขณะนี้คนไทยยังไม่มีอะไรที่น่ากังวลใจ ยกเว้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์

เมื่อถามว่า ครอบครัวที่ประเทศไทยเริ่มมีความกังวลมากขึ้น จะดำเนินการอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ได้ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงไปดูแลจิตใจ รายละเอียดในการช่วยเหลือ ซึ่งมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือการเยียวยาจิตใจ และพยายามให้เห็นว่ารัฐไทยไม่ทอดทิ้งแน่นอน พร้อมยำกับพี่น้องในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือที่ไปทำงานที่นั่นเรายืนยันว่าจะดูแล อย่างดีที่สุด เราจะใช้ทุกอย่างตามศักยภาพที่เรามี ในการรักษาความปลอดภัยของพี่น้องคนไทย

นายภูมิธรรม ยังเปิดเผยด้วยว่า มีนักศึกษาที่เป็นคนไทยไปเรียนที่อิสราเอลด้วยจำนวน 8-9 คน ตอนนี้ยืนยันว่าปลอดภัยทุกคน

เมื่อถามว่าทางการอิสราเอล แจ้งมาว่าอย่างไรบ้าง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทางอิสราเอลให้การยืนยันว่า จะดูแลคนไทยอย่างดีที่สุด บางส่วนตอนนี้ทางการอิสราเอลก็ได้อพยพ ไปอยู่ที่ปลอดภัยแล้ว ทั้งนี้ประเทศไทยและรัฐบาลไทยเราอยู่ในจุดยืนสำคัญ คือ เราเป็นกลางในสถานการณ์ความขัดแย้งนี้ และยอมรับการดำรงอยู่ของทั้ง 2 รัฐ ทั้งปาเลสไตน์และอิสราเอล เราอยากเห็นทาง 2 ประเทศจบความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ด้วยกันร่วมมือกันการเจรจาสันติภาพ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook