นายกรัฐมนตรีกำชับฝ่ายความมั่นคงดูแลสถานการณ์ใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีกำชับฝ่ายความมั่นคงดูแลสถานการณ์ใกล้ชิด

นายกรัฐมนตรีกำชับฝ่ายความมั่นคงดูแลสถานการณ์ใกล้ชิด เกี่ยวกับ คดียึดทรัพย์

สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

สนับสนุนเนื้อหา

อภิสิทธิ์ ระบุยังไม่มีความคืบหน้าเหตุระเบิด 4 จุดใน กทม. แต่พบระเบิดชนิดเดียวกัน เตรียมตรวจสอบหน่วยงานใดใช้ระเบิดดังกล่าวบ้าง ย้ำการเคลื่อนไหวเสื้อแดงต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ยืนยันไม่มีการขึ้นบัญชีดำแกนนำเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทย แต่ยอมรับมีข่าวกลุ่มใต้ดินเตรียมออกมาเคลื่อนไหว พร้อมระบุการอุทธรณ์คดียึดทรัพย์จะต้องมีข้อเท็จจริงใหม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองและเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และไม่ประมาท โดยทุกฝ่ายคอยดูแล เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ในเรื่องการสอบสวนเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นหลายจุดใน กทม.นั้น ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร แต่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบระเบิดในที่เกิดเหตุทั้ง 4 จุด ทราบว่า เป็นระเบิดลักษณะเดียวกัน ดังนั้น ต้องไปตรวจสอบดูว่า อาวุธชนิดนี้มีใช้อยู่ในที่ใดบ้าง

ส่วนมีการประเมินสถานการณ์ช่วงนี้จะรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะในสภาฯ ฝ่ายค้านสามารถยื่นญัตติตรวจสอบและสอบถามรัฐบาลได้ และในเรื่องการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงจะต้องดูแลให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และขอความร่วมมือทุกฝ่าย อย่าไปให้ข่าวในลักษณะที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง โดยเฉพาะข่าวการขึ้นบัญชีดำแกนนำผู้ชุมนุม ซึ่งขอยืนยันว่าไม่มี และได้สอบถามนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว ได้ยืนยันว่า ไม่มีการขึ้นบัญชีดำตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ต่อกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงที่จังหวัดชัยภูมิ ได้ปิดล้อมทางเข้าสนามกีฬากลางไม่ให้นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทยที่คุมทีมฟุตบอลบุรีรัมย์ เอฟซี เข้าแข่งขันกับทีมชัยภูมิ เอฟซี นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องการออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งไม่มีประโยชน์อะไร ดังนั้น อยากขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ช่วยกันดูแลด้วย อย่างไรก็ตามสถานการณ์จากนี้ไป เจ้าหน้าที่จะต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ต้องการให้มีเหตุการณ์หรือเกิดความวุ่นวายขึ้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้รับรายงานข่าวกลุ่มใต้ดินออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวยอมรับว่า มีรายงานข่าวดังกล่าว แต่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงการดำเนินการเกี่ยวกับเงินที่ยึดคืนจากคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เงินที่ยึดมาได้ต้องตกเป็นของแผ่นดินก็จะนำมาเก็บไว้เป็นเงินคงคลัง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศ ทั้งนี้ แม้ว่ากลุ่มคนเสื้อแดงจะออกมาชุมนุมเรียกร้องก็ตาม แต่เชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ไม่อยากเห็นความรุนแรงเกิดขึ้น ขณะเดียวกันทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจเกี่ยวกับ คำตัดสินที่ออกมา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ทีมทนายอดีตนายกรัฐมนตรีจะยื่นอุทธรณ์ โดยอ้างอิงคดียึดทรัพย์ในสมัยสภารักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญ หากจะอุทธรณ์ต้องเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏขึ้นมาใหม่ จึงจะสามารถอุทธรณ์ได้

 

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด