แผ่นดินไหวและสึนามิในชิลีกับการเฝ้าระวังภัยพิบัติของไทย

แผ่นดินไหวและสึนามิในชิลีกับการเฝ้าระวังภัยพิบัติของไทย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
เมื่อพูดถึงคำว่า "สึนามิ เชื่อว่าไม่มีคนใดคนใดลืมเลือนเหตุการณ์วิปโยคที่เกิดขึ้นบริเวณจังหวัด ภูเก็ต พังงา และกระบี่ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่คร่าชีวิตทั้งนักท่องเที่ยวและชาวไทยไปราว 5,000 คน นับแต่นั้นมาประเทศไทยจึงมีความตื่นตัวในการเฝ้าระวังภัยพิบัติธรรมชาติโดยเฉพาะคลื่นสึนามิอย่างจริงจัง การเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิในชิลีที่เริ่มตั้งแต่เช้าวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา จึงสร้างกระแสวิตกแก่นานาประเทศที่เกี่ยวข้องและเคยเผชิญกับความน่ากลัวของสึนามิมาแล้ว ลำดับเหตุการณ์แผ่นดินไหว-สึนามิในชิลี ระยะเวลาหลายปีมานี้โลกต้องประสบกับภัยพิบัติแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ หลายครั้งที่ทำให้เกิดความเสียหายรุนแรงได้แก่ 26 ธันวาคม 2547 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 9.2 ริคเตอร์ ในเอเชีย โดยมีศูนย์กลางที่เกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ที่คร่าชีวิตคนไปราว 2 แสน 5 หมื่นคน และทำให้เกิดสึนามิในประเทศไทย 12 มกราคม 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ริคเตอร์ ที่เฮติ คร่าชีวิตผู้คนราว 2 แสนราย 27 กุมภาพันธ์ 2553 เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 ริคเตอร์ที่ประเทศชิลี มีหลายประเทศประกาศเตือนภัยสึนามิ และกำลังได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ แถบเอเชียแปซิฟิก เช่น ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ รวมถึงรัสเซีย โดยมีการขยายคำเตือนไปถึงแถบอเมริกากลาง เกาะฮาวาย และเฟรนช์ โปลินีเซีย คำยืนยันจากประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เมื่อปรากฏคำว่า สึนามิ ขึ้นในข่าวย่อมไม่แปลกที่คนไทยหลาย ๆ คนจะผวาขึ้นมาเนื่องจากประเทศไทยเคยประสบกับความเสียใจอย่างรุนแรงต่อเนื่องทั้งในด้านจิตใจและทรัพย์สินมาแล้ว อย่างไรก็ตาม นายสมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กล่าวว่าจากการติดตามเหตุการณ์แผ่นดินไหว 8.8 ริกเตอร์ ที่ชิลี ยืนยันได้ว่า คลื่นยักษ์สึนามิจะไม่ลามมาถึงประเทศไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากห่างไกลกันมาก เพราะต้องผ่านญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ก่อนจึงจะถึงไทยได้ นอกจากนี้นายสมิทธกล่าวอีกว่าขอให้คนไทยสบายใจ ไม่ต้องตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะคลื่นได้อ่อนตัวลงแล้ว ซึ่งการเคลื่อนตัวของคลื่นนั้นต้องใช้ระยะเวลาหลายชั่วโมงโดยระยะเวลาการเคลื่อนตัวของคลื่นจากฮาวาย ไป ญี่ปุ่น ต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง ความช่วยเหลือคนไทยในชิลี ความเป็นห่วงคนไทยที่อาศัยอยู่ในชิลีเป็นอีกความกังวลสำหรับญาติพี่น้องที่อยู่ในประเทศไทยเช่นกัน ในประเด็นนี้นายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า สถานทูตไทยประจำชิลี สามารถติดต่อคนไทยได้บางส่วนแล้ว โดยทุกคนที่ติดต่อได้ปลอดภัยดี โดยคนไทยในชิลีจำนวน 60 คนยังไม่มีใครแจ้งความประสงค์ขอกลับประเทศไทย การเฝ้าระวังสึนามิของไทย หลังจากเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2547 ประเทศไทยมีความตื่นตัวด้านการเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยสึนามิเป็นอย่างมาก โดยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้ตั้งคณะอนุกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยภิบัติแห่งชาติ และมีการฝึกซ้อมระบบเตือนภัยและอพยพหลบภัยสึนามิอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดภัยสึนามิ โดยอาศัยระบบการสื่อสาร เช่น ข้อความผ่านโทรศัพท์มือถือ การโทรแจ้งเตือน การตรวจระดับน้ำทะเลโดยกองทัพเรือ การประสานสถานีโทรทัศน์และวิทยุเพื่อเตรียมออกอากาศเตือน การประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และการจัดเตรียมระบบหอเตือนภัย นอกจากนี้ยังมีการจัดตั้งมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งมีนายสมิทธิ ธรรมสโรช ผู้เชี่ยวชาญด้านสึนามิเป็นประธานอีกด้วย ระบบเฝ้าระวังและเตือนภัยพิบัติธรรมชาติของไทยในขณะนี้มีไว้เพื่อความอุ่นใจ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อไม่ให้เกิดความสูญเสียอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาในอดีต แต่การพิสูจน์ว่าระบบดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด คงต้องรอเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นจริง ซึ่งไม่แน่ว่าจะเป็นเมื่อไร แต่ที่สามารถแน่ใจได้อย่างที่สุดก็คือความเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกันและความมีน้ำใจของพี่น้องชาวไทยยามเกิดเหตุการณ์น่าสลด ที่พร้อมจะช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกอย่างไม่เลือกว่าเป็นชนชาติใด หรือฝ่ายใด ดังที่ได้ปรากฏมาแล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์สึนามิถล่มเมื่อปี 2547
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล