รักษ์มรดกไทย มรดกโลกตอน นกเงือก สัญลักษณ์แห่งป่าสมบูรณ์

รักษ์มรดกไทย มรดกโลกตอน นกเงือก สัญลักษณ์แห่งป่าสมบูรณ์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
นกเงือกจัดเป็นนกยักษ์โบราณอยู่คู่ผืนป่า ที่มีตำนานมากว่า 50 ล้านปีแล้ว ปัจจุบัน เป็นนกหายาก เพราะอยู่ในภาวะเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์ จึงควรค่าแก่การอนุรักษ์อย่างยิ่ง เพราะบทบาทเด่นของนกเงือกในระบบนิเวศป่า คือ ช่วยกระจายพันธุ์ไม้กว่า 200 ชนิดที่มีประสิทธิภาพมากเนื่องจากพฤติกรรมการเลือกกินผลไม้ที่สุก และนำพาเมล็ดไปทิ้งในพื้นที่ต่างๆ จึงเป็นตัวช่วยปลูกป่าและปลูกแหล่งอาหาร ทั้งของนกเงือกและของสัตว์ป่าอื่นๆ และยังรักษาความหลากหลายของพืชและสัตว์ จึงจัดเป็นชนิดพันธุ์ที่เป็นร่วมเงาให้กับสัตว์ชนิดอื่นๆ (Umbrella species) ทำให้สังคมพืชเกิดความสมดุลและช่วยควบคุมประชากรสัตว์ขนาดเล็ก เช่น แมลงและหนู เป็นต้น และจากความสัมพันธ์ของนกเงือก ที่มีความอ่อนไหวต่อพื้นที่ป่าที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเหมาะที่จะจัดนกเงือกเป็นชนิดพันธุ์ที่เป็นดัชนีชี้วัดความสมบูรณ์ของป่า (Indicator species)แต่ละแบบได้อีกด้วย เพราะเห็นคุณค่าและความสำคัญของนกยักษ์โบราณนี้เอง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. จึงจัดกิจกรรม "ปตท.สผ.รักษ์นกเงือก สานต่อโครงการเพื่ออนุรักษ์มรดกไทย มรดกโลก ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่อง และปีนี้เป็นปีที่ 3 แล้ว โดยร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชและกรมศิลปากรในการดำเนินโครงการความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการ เพื่อการอนุรักษ์มรดกไทย มรดกโลก โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการบริหารจัดการแหล่งมรดกโลกทางธรรมชาติและทางวัฒนธรรมมของไทย ให้มีมาตรฐานกับการขึ้นทะเบียนจากองค์การสหประชาชาติ(UNESCO)ให้เป็นแหล่งมรดกโลก หรือ The World Heritage Site นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังสนับสนุนการศึกษาวิจัยนกเงือกใน "โครงการวิจัยเพื่อการอนุรักษ์นกเงือกในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่โดยร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นอีกโครงการหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้การดำเนินโครงการความร่วมมือบริหารจัดการเพื่อการอนุรักษ์มรดกไทย มรดกโลก บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยจะสามารถนำไปใช้ในการวางแผนบริหารจัดการพื้นที่มรดกโลกและช่วยส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคุณค่าของการอนุรักษ์นกเงือกอีกด้วย ล่าสุด ปตท.สผ. ร่วมกับมูลนิธิศึกษาวิจัยนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และภาคเอกชนอื่นๆ ได้จัดงาน วันรักนกเงือก"รักแท้ ณ บริเวณสวนนกเงือก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนพระราม 6 เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์นกเงือก ซึ่งเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงสภาพความสมบูรณ์ของป่า และสัญลักษณ์แห่ง "รักแท้ ปัจจุบัน นกเงือกไทย มีอยู่ 13 ชนิด (ในโลกมี 54 ชนิด พบในป่าเขตร้อนของแอฟริกาและเอเชีย) นกเงือกเป็นนกที่มีขนาดใหญ่ มีความสวยงามและมีพฤติกรรมน่าสนใจ ทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น ส่วนอาหารของนกเงือกนั้น จะกินทั้งผลไม้และสัตว์ จึงจัดเป็นชนิดพันธุ์หลักที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ(Keystone species) ดังที่กล่าวข้างต้น ศาสตราจารย์ ดร.พิไล พูลสวัสดิ์ เจ้าของฉายา "มารดาแห่งนกเงือก เล่าถึงสถานการณ์นกเงือกไทยกับสำนักข่าวแห่งชาติว่า ในแง่ของการทำรังของนกเงือก เพื่อขยายพันธุ์ ปีที่แล้วไม่สู้ดี แต่ปีนี้ยังบอกไม่ได้ เพราะเพิ่งเริ่มต้น แต่ดูสถานการณ์แล้วปีนี้เข้ารังเยอะ ผิดกับปีที่แล้ว ปีที่แล้วอาหารนกน้อย ปีนี้ยังไม่แน่นอน แต่จากการสังเกตการณ์ของทีมงานรายงานว่า นกเข้ารังเยอะแล้ว แต่ลูกไม้ไม่ค่อยจะมี ถ้าหากว่าลูกไม้ไม่ค่อยจะมี การประสบความสำเร็จในการเลี้ยงลูกก็จะลำบากแล้ว ส่วนภาวะโลกร้อนก็อาจจะมีผลต่อการออกดอกออกผลของลูกไม้ที่เป็นอาหารนกเงือกด้วย "นกเงือกของไทยเรามีทั้งหมด 13 ชนิด มี 2 ชนิดคือนกเงือกดำและนกเงือกปากย่น ที่เสี่ยงใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง และมีใกล้จะสูญพันธุ์อีกคือ นกชนหิน นกเงือกหัวแรด นกเงือกคอแดง ส่วนนกเงือกที่เป็นพันธุ์เก่าแก่ที่หลงเหลืออยู่ในประเทศไทย 3 ชนิด มี นกชนหิน นกเงือกหัวหงอก และนกเงือกคอแดง ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ นอกจากนี้ ยังมีประชากรของนกเงือกที่มั่นใจได้ว่าจะอยู่ไปได้อีกยาวนาน คือ นกกก นกเงือกกรามช้างปากเรียบ นกแก๊ก เพราะเราทำงานวิจัยและเราก็ทำการอนุรักษ์อย่างเข้มข้นด้วย เพราะฉะนั้นจะช่วยเพิ่มประชากรให้มีจำนวนมากพอที่จะสืบทอดสายพันธุ์ไปได้นาน นอกนั้นที่เหลืออยู่ในภาวะที่ไม่ค่อยดี ศาสตราจารย์ ดร.พิไล ยังมองถึงกระแสการอนุรักษ์นกเงือกของคนไทยขณะนี้ว่า คนไทยมีความตื่นตัวในการอนุรักษ์นกเงือกมากขึ้น จะเห็นได้จากงานวันรักษ์นกเงือก และงานจาก ปตท.สผ.ที่เชิญชวนทั้งพนักงานของปตท.สผ.เองและผู้ฟังรายการวิทยุ จัดกิจกรรมไปเป็นอาสาสมัครซ่อมแซมโพรงรังห้กับนกเงือกเพื่อขยายโอกาสในการทำรังนกเงือก เพราะนกเงือกเจาะโพรงเองไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีโพรงรังมันที่เสียหายเพราะพุพังไป ก็จะมีอาสาสมัครมาช่วยกัน "คือเรื่องแบบนี้ต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพราะถ้าหากหยุดไปเมื่อไหร่คนก็จะหมดความสนใจ หากเรามีการประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง และมีการเฝ้าระวังบอกคนให้รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร อย่างวันรักษ์นกเงือกก็จะจะเป็นโอกาสที่ดี ที่จะเผยแพร่ให้สาธารณชนได้ติดตามข่าวสารได้ และเราก็ได้ความร่วมมือจากองค์กรอื่นด้วย เช่น มูลนิธิโลกสีเขียว สมาคมอนุรักษ์นกและธรรมชาติแห่งประเทศไทย มูลนิธิสื่อ คณะวนศาสตร์ สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า ก็จะมีสถานการณ์ของสัตว์อื่นๆ ด้วย ศาสตราจารย์ ดร.พิไล ได้ฝากแง่คิดด้วยว่า อยากให้คนรุ่นใหม่มองว่า การอนุรักษ์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทรัพยากรธรรมชาติเป็นต้นทุนสำคัญของประเทศ ประเทศจะมั่นคงได้ และประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นั้น เราต้องมีทรัพยากรที่สมบูรณ์ อยากให้ประชาชนช่วยกันดูแลเอาใจใส่ หากมีการบุกรุกก็ต้องแจ้งข่าว ต้องสอบสวน อย่างจริงจังและทันเหตุการณ์ เพราะตอนนี้ผืนป่าของประเทศไทยเหลือน้อยมาก แต่ยังมีทำลายกันอยู่เรื่อยๆ ซึ่งเป็นความโลภของคนบางคน บางกลุ่มเท่านั้นเอง ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้คือมรดกของคนทั้งชาติ เพราะฉะนั้นต้องช่วยกัน ไม่เช่นนั้นลูกหลานในอนาคตจะลำบาก หลายคนอาจมองว่านกเงือกเป็นแค่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แต่น้ำสะอาด อากาศบริสุทธิ์ ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตทุกชีวิต ซึ่งป่าช่วยได้ โดยนกเงือกนั่นเองที่จะช่วยปลูกป่า นั่นคือ นกเงือก 100 ตัว ถ้าพาเมล็ดไปวันละ 1 เม็ด/ตัว/วัน คิดดูสิว่า 1 ปีจะได้ต้นไม้เท่าไหร่ เอาแค่ว่าต้นไม้รอดแค่ 5% ก็ไม่น้อย ถ้าคิดย้อนออกไปเป็นตัวเลขจะรู้เลยว่าคุณค่าของนกเงือกมากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นนกเงือกจึงสมควรที่จะเป็นดัชนีบ่งชี้ถึงความสมบูรณ์ของป่าอย่างยิ่ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล