เกมแล้ว “ปาน-ปาย" แฝดนรกวัย 19 ล่อลวงเด็กสาวข่มขืน เลือกเหยื่อ ม.ต้น ที่ยังซิง

เกมแล้ว “ปาน-ปาย" แฝดนรกวัย 19 ล่อลวงเด็กสาวข่มขืน เลือกเหยื่อ ม.ต้น ที่ยังซิง

เกมแล้ว “ปาน-ปาย" แฝดนรกวัย 19 ล่อลวงเด็กสาวข่มขืน เลือกเหยื่อ ม.ต้น ที่ยังซิง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ปิดเกม “ปาน-ปาย" แฝดนรกวัย 19 ตระเวนล่อลวงเด็กข่มขืน ตำรวจเผยพฤติกรรม เลือกเหยื่อสาว ม.ต้น ที่ยังซิง

จากกรณีแชร์ข้อมูล “เตือนภัยชาวราชบุรีและใกล้เคียง” คู่แฝดออกตระเวนข่มขืนเด็กทั่ว จ.ราชบุรี โดยหลอกเหยื่อผ่านทางเฟซบุ๊ก และในระยะใกล้เคียง ล่าสุดมีผู้ปกครองเหยื่อเด็กหญิงกล้าเข้าแจ้งความ จำนวน 4 ราย จากการสืบสวนล่าสุด พบว่ายังมีเหยื่ออีกหลายราย ที่ยังไม่กล้าเข้าแจ้งความเนื่องจากเกรงกลัวแฝดนรกคู่นี้ บางรายถึงกับเป็นโรคซึมเศร้าไม่กล้าออกจากบ้าน บางรายพยายามทำร้ายตัวเอง เป็นที่หวาดผวาให้กับเหล่าผู้ปกครองในพื้นที่ จ.ราชบุรี

จนได้มีล่าสุดเรื่องถึงหู พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ส่งชุด พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. / หน.PCT ชุดที่ 5 นำกำลังติดตามจับกุมตัวแฝดนรกคู่นี้ได้โดยเร่งด่วน เพราะเกรงว่าเด็กผู้หญิงจะตกเป็นอันตรายเพิ่ม เหยื่อรายหนึ่งให้ข้อมูลชุดสืบสวนว่า 2 แฝดบอกชอบเด็ก และไม่ชอบคนรุ่นเดียวกันชอบพูดว่า "อยากเจอเมนส์ ไม่อยากเจอหมาก" เด็กๆ น่ารักกว่า และคนร้ายชอบชุดนักเรียน

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัว ผู้ต้องหาแฝด 2 ราย คือ นายยุทธนา หรือ ปาน (แฝดพี่) อายุ 19 ปี  และ นายวันธนะ หรือ ปาย (แฝดน้อง) อายุ 19 ปี โดยกล่าวหาว่า พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร , กระทำอนาจารและกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ผู้ต้องหาที่ 1 ถูกจับกุมได้ ณ บริเวณ ภายในแคมป์คนงานไม่มีเลขที่ ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาที่ 2 ถูกจับกุมได้ที่บ้าน ม.6 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

เบื้องต้นในชั้นจับกุม นายยุทธนา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา พร้อมทั้งได้โยนความผิดให้แฝดอีกคน จากนั้นนายยุทธนา สมัครใจพาเจ้าหน้าที่ไปชี้ยังบ้านพักซึ่งนายวันธนะ พักอาศัยอยู่ในภูมิลำเนา จ.สุพรรณบุรี เพื่อจับกุมอีกราย จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัว นายวันธนะ หรือ ปาย ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 หมายจับ ข้อหา “พรากและพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม , เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น พาไปเพื่อการอนาจารซึ่งหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม กระทำอนาจารและกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนฯ”

ในชั้นจับกุมนายวันธนะ ผู้ต้องหาที่ 2 ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองนำส่ง พงส.สภ.จอมบึง จว.ราชบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พฤติการณ์กล่าวคือ ช่วงเดือน ก.พ. 66 เป็นต้นมาได้เกิดเหตุ เด็กหญิงชั้น ม.ต้น อายุไม่เกิน 15 ปี ได้ถูก “แฝดนรก” ข่มขืนกระทำชำเรา โดยทั้งสองจะล่อลวงเด็กหญิงทางเฟซบุ๊ก ในระยะใกล้ๆ โดยจะคัดเหยื่อชั้น ม.ต้น แล้วทำทีชวนไปเที่ยวโรบินสัน แต่สุดท้ายก็จะถูกพาไปข่มขืนในบ้านร้าง ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเหยื่อได้พาเด็กหญิงที่ถูกกระทำชำเราเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ซึ่งต่อมาภัยร้ายของสังคมทราบถึงหู พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จึงสั่งการให้นักวิเคราะห์แผนประทุษกรรมของ PCT ตรวจสอบแผนประทุษกรรมในระบบข้อมูลคดีที่มีลักษณะเดียวกัน ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ก็ได้มีเหยื่ออีกอย่างน้อย 4 ราย ที่เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่และมีพฤติกรรมการก่อเหตุเช่นเดียวกัน และยังพบเบาะแสว่ายังมีเด็กหญิงที่ตกเป็นเหยื่อมีอีกหลายรายที่ยังไม่กล้าเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ เพราะเกรงกลัว โดยแผนประทุษกรรมของแฝดนรกรายนี้คือ จะหาเหยื่อจากช่องทางเฟซบุ๊กโดยเลือกที่อยู่ใกล้ตนเองก่อน และต้องเป็นสาว ม.ต้น อายุไม่เกิน 15 ปี หรือเป็นสาวพรหมจรรย์ จากนั้นจะล่อลวงนัดพบจากนั้นจะล่อลวงไปข่มขืน และไม่เพียงข่มขืนกระทำชำเรา แต่หลังลงมือแล้วจะข่มขู่เหยื่อว่าจะกลับมาทำร้ายอีกและให้เหยื่อกลัว ก่อนปล่อยเหยื่อไป โดยเหยื่อทั้งหมดล้วนเป็นเหล่าเด็กหญิง ม.ต้น ในพื้นที่ จ.ราชบุรี บางรายอายไม่กล้าไปโรงเรียน อยากลาออก บางรายถึงกับเป็นโรคซึมเศร้าไม่กล้าออกจากบ้าน และคิดฆ่าตัวตาย เรียกได้ว่าตายทั้งเป็น

นายวันธนะ หรือ ปาย ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และได้ให้การต่อเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขณะจับกุมว่า “ตนเองจบการศึกษาชั้น ป.5 และช่วงเป็นเยาวชน เคยอยู่ในแก๊งขโมยรถจักรยานยนต์ และโดนจับกุมในวัยเด็ก 3 ครั้งเรื่องลักทรัพย์ และเคยถูกจับคดีขายยาเสพติด 2,000 เม็ด ทั้งหมดโดยที่ จ.สุพรรณบุรี และพ้นโทษออกมาเมื่อเดือน เม.ย. 65 ปัจจุบันทำงานอยู่ที่อู่ซ่อมรถไม่ได้ศึกษาต่อ ตนเองชอบเด็กไม่ชอบคนแก่ อยากเจอเมนส์ ไม่อยากเจอหมาก และเด็กๆนั้นน่ารักกว่าผู้ใหญ่ โดยหลังเกิดเหตุมีญาติๆผู้เสียหายโทรมาหา มาขอเจรจา ได้ด่าไปว่า ลูกมึง ห. กลิ่นมะลิหรือไงถึงเรียกเงิน เงินไม่มีให้ มีแต่ ค. และลมหายใจจะเอามั้ย จึงน่าจะเป็นเหตุให้ทางผู้เสียหายติดใจเอาความ”

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล