พิธีเฉลิมฉลอมพระอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครศรีธรรมราช น้อย ผู้มีคุณูปการต่อเมืองนครศรีธรรมราช ต้นตระกูล ณ
พิธีประดิษฐานอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) และการเฉลิมฉลองเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้รำลึกถึงประวัติศาสตร์ของเมืองนครศรีธรรมราช เช้าวันนี้(28 ธค.52) ว่าที่ ร.ต.ฐิตวัฒน เชาวลิต รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในพิธีเฉลิมฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย) ที่บริเวณลานตะเคียนหน้าศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราชหลังเก่า โดยกิจกรรมประกอบด้วย การรำถวายพระพุทธสิงหิงค์ การประกอบพิธีพรามหณ์และพิธีสงฆ์ ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อเนื่องจากเมื่อวานนี้(27 ธค) เพื่อน้อมรำลึกถึงวีรกรรมและคุณงามความดีที่ท่านได้สร้างไว้เป็นคุณประโยชน์อย่างยิ่งใหญ่แก่เมืองนครศรีธรรมราช โดยมีคนในตระกูล ณ.นคร และประชาชนชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชและร่วมพิธี โดยกิจกรรมประกอบด้วยพิธีสงฆ์และพิธีพราหมณ์ บวงสรวงอนุสาวรีย์พระยานครศรีธรรมราช(น้อย) อย่างยิ่งใหญ่ กำลังทหารกองเกียรติยศจากกองทัพภาคที่ 4 กองทัพหารเรือ ร่วมพิธีเดินสวนสนามพร้อิงปืนเปิดฟ้าอย่างพร้อมเพรียง 3 ชุด เปิดฟ้าให้ลูกหลานมาสักการบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล การวางพวงมาลาหน้าพระรูป ในภาคค่ำเวลา 19.00 น. ยังมีการเฉลิมฉลองเชิดชูเกียรติเจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) อย่างยิ่งใหญ่ มีการแสดง แสง สี เสียง การแสดงหนังตะลุง และมโนราห์ให้ชม สำหรับความเป็นมาของพระยานคร(น้อย) มีเรื่องปรากฏหลักฐานในสมัยนั้นว่าเจ้าพระยานคร (น้อย) ที่แท้จริงแล้วเป็นราชบุตรลับของพระเจ้ากรุงธนบุรี เนื่องจากเมื่อครั้งเจ้านคร(หนู)ทำราชการอยู่ที่กรุงธนบุรี และถวายธิดาทำราชการฝ่ายในแก่พระเจ้ากรุงธนบุรี และมีน้องสาวมาอยู่ด้วยในวังคนหนึ่ง คือเจ้าหญิงปราง หรือเจ้าฟ้าหญิงเล็ก ต่อมาเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เมื่อครั้งยังเป็นอุปราชเมืองนครอยู่ ภริยาซึ่งเป็นบุตรเจ้านคร(หนู)เสียชีวิต พระเจ้ากรุงธนบุรี จึงพระราชทานเจ้าหญิงปราง ให้เป็นภริยาคนใหม่ ท้าวนางในกระซิบทูลว่าดูเหมือนนางนั้นขาดระดูอยู่ พระเจ้ากรุงธนบุรีตรัสว่า "ได้ออกปากให้เขาแล้วก็พาไถิด อุปราชพัฒน์ตอบรับไว้โดยนำไปอยู่อย่างท่านผู้หญิงกิตติมศักดิ์จนตลอดอายุ อยู่ในฐานะแม่เมือง และเจ้าจอมมารดาเจ้าหญิงปรางก็ได้ประสูติพระราชโอรส ณ เมืองนครศรีธรรมราชนั้น โดยทุกฝ่ายก็นับรู้ว่า ทารกน้อยของเจ้าจอมมารดาปรางผู้นี้คือ พระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี คือเจ้าพระยานคร(น้อย) ในเวลาต่อมานั้นเอง เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (พัฒน์) รับราชการจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) มีความชราภาพ จึงทรงยกขึ้นเป็น "เจ้าพระยาสุธรรมมนตรี ตำแหน่งกิตติมศักดิ์ และทรงตั้งพระบริรักษ์ภูเบศร์ (น้อย) ในฐานะบุตรเจ้าพระยานคร (พัฒน์) เป็นเจ้าพระยานครศรีธรรมราชคนใหม่ โดยเจ้าพระยานคร(น้อย)ดำรงตำแหน่งอยู่ 28 ปี จนถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ พ.ศ.2382 ด้วยวัย 58 ชันษา พระองค์จึงทรงเป็นต้นตระกูล ณ.นคร
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


