ฟังอีกมุม เจ้าของบ้านโต้ทำร้ายลุงขโมยกัญชา ยันแค่ผลักหน้าอกจนล้ม ยันไม่ใช่ฆาตกร

ฟังอีกมุม เจ้าของบ้านโต้ทำร้ายลุงขโมยกัญชา ยันแค่ผลักหน้าอกจนล้ม ยันไม่ใช่ฆาตกร

ฟังอีกมุม เจ้าของบ้านโต้ทำร้ายลุงขโมยกัญชา ยันแค่ผลักหน้าอกจนล้ม ยันไม่ใช่ฆาตกร
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เจ้าของบ้านโต้ทำร้าย ลุงขโมยกัญชา เข้ามาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 4 ยันแค่ผลักหน้าอกจนล้ม ยันไม่ใช่ฆาตกร 

จากกรณี นายคำดี อายุ 49 ปี ชาว ต.หนองหญ้าไซ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี เข้าไปขโมยดอกกัญชาสด ในสวนข้างบ้านหลังหนึ่ง โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐานชัดเจน ซึ่งก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง ครั้งล่าสุดคืนวันที่ 15 พ.ย.65 โดนลูกเขยเจ้าของบ้านซึ่งเป็นเจ้าของสวนกัญชา ออกมาห้ามปรามไม่ให้ขโมย โดยมีการใช้กำลังเพื่อเข้าจับกุมนายคำดี ตำรวจจับดำเนินคดีประพฤติตนวุ่นวาย อยู่ในห้องขัง 1 คืน หลังจากนายคำดี ออกมาจากห้องขังแล้ว ญาติได้มารับกลับบ้านเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 65 ก่อนมีอาการทรุดลง ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล เมื่ออาการไม่ดีขึ้นนายคำดีจึงปฏิเสธการรักษา

โดยระหว่างนั้นได้มีการเข้ามาแจ้งความว่าถูกคู่กรณีทำร้ายร่างกาย ก่อนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 65 และเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.65 ญาตินายคำดีจึงรวมตัวกันเข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.ต.พิษณุ อุณหเสรี ผบก.ภ.จว.อด. เพื่อขอความเป็นธรรม ว่าคู่กรณีทำเกินกว่าเหตุ และไม่ดูแลเยียวยา จนมีการสั่งให้ พนักงานสอบสวน สภ.วังสามหมอ เร่งรัดคดีสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 ธันวาคม 2565 ที่ สภ.วังสามหมอ ร.ต.อ.สฤษฏ์พงษ์ ไพศาล รอง สว.สอบสวน สภ.วังสามหมอ ได้เชิญนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี และ น.ส.ดี (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี ภรรยา เข้าให้ปากคำจากกรณีดังกล่าว เนื่องจาก นายคำดี ผู้เสียชีวิต ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ที่ สภ.วังสามหมอ ว่าถูกนายเอทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บ ขณะเข้าไปขโมยกัญชาสดในบ้าน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหานายเอ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่นายเอ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนปล่อยตัวกลับเนื่องจากไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง นายเอและภรรยา ร่วมกันเปิดเผยว่า นายคำดี เข้ามาก่อเหตุลักต้นกัญชารวมแล้ว 4 ครั้ง 2 ครั้งแรกยังไม่มีภาพหลักฐาน ครั้งที่ 3 มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด บันทึกภาพไว้ได้ชัดเจน ซึ่งมีการแจ้งความลงบันทึกประจำเอาไว้ด้วย ซึ่งตำรวจได้ว่ากล่าวตักเตือนเอาไว้แล้ว ถัดมาอีกประมาณ 4 วัน คืนวันที่ 15 พ.ย. วันเกิดเหตุ นายคำดีเข้ามาก่อเหตุเป็นครั้งที่ 4 ตนจึงออกมาห้ามปราม และผลักหน้าอกนายคำดี 1 ครั้ง จนล้มลง ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการทำร้ายร่างกายไปมากกว่านี้ ผลักหน้าอกเพียงครั้งเดียวจริงๆ ไม่ได้มีการใช้อาวุธ หรือใช้เสียมตามที่เป็นข่าวออกไป ตนใจดีมากแล้วที่ไม่ได้เอาความในการเข้ามาขโมยใน 3 ครั้งแรก 

ที่เราทำไปนั้นเพียงเพราะต้องการปกป้องทรัพย์สินของตัวเอง ต้องการปกป้องลูกเมียที่อยู่ภายในบ้าน เมื่อเขาล้มลงไปนอนที่พื้นที่ เราก็บอกเขาให้นอนนิ่งๆ เนื่องจากไม่รู้ว่าเขาจะพกอาวุธอะไรติดตัวมาหรือไม่ ต้องการแค่ปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการป้องกันตัวเอง เขาไม่ได้มีการตะโกนขอก่อนขโมยตามที่ญาติเขาอ้าง ครอบครัวเขาเรียกร้องค่าเสียหายเพื่อเยียวยาประมาณ 4 แสน ตนทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจที่ จ.ขอนแก่น ไม่มีเงินขนาดนั้น ตอนนี้เครียดมาก ชาวบ้านหาว่าเป็นฆาตกร ไม่รู้ว่าจะฝากถึงญาติเขาว่าอย่างไร เพราะอธิบายไปหมดแล้ว