แจ้งข้อหา ร.ต.อ. ไม่หลบรถพยาบาล ปรับ 500 บาท ผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤต

แจ้งข้อหา ร.ต.อ. ไม่หลบรถพยาบาล ปรับ 500 บาท ผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤต

แจ้งข้อหา ร.ต.อ. ไม่หลบรถพยาบาล ปรับ 500 บาท ผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤต
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ตำรวจ สภ.ปากช่อง แจ้งข้อหา ร.ต.อ.ไม่หลบรถพยาบาล ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจร ปรับสูงสุด 500 บาท ส่วนผู้ป่วยยังอยู่ในภาวะวิกฤต

โลกออนไลน์ให้ความสนใจวิพากษ์วิจารณ์คลิปวิดีโอคนขับรถกระบะไม่ยอมให้ทางหลบรถพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 65 เวลา 07.47 น. พร้อมลงมาโวยวายเจ้าหน้าที่ขับรถ ลั่น "ผมเป็นตำรวจอยู่ที่นี่"

นายวรวุฒิ แนบชิด อาสาสมัครมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง ซึ่งเป็นคนขับรถฉุกเฉินคันดังกล่าว เล่าว่า วันเกิดเหตุได้รับแจ้งจากศูนย์กู้ชีพว่ามีผู้ป่วยหญิง อายุประมาณ 73 ปี ไม่รู้สึกตัว อยู่ที่บ้านโคกสง่า ทีม A-7 จึงได้ออกตรวจสอบ พร้อมประเมินอาการ พบว่าผู้ป่วยหมดสติ ปลุกไม่ตื่นจริง ซึ่งเป็นผู้ป่วยในเคสสีแดงหรือวิกฤต จึงได้ประสานโรงพยาบาล ขอทีม ALS จากโรงพยาบาลออกร่วมและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากบ้าน เพื่อจะนำไปเปลี่ยนถ่ายให้กับรถโรงพยาบาล จนกระทั่งขับรถนำส่งผู้ป่วยมาถึงตลาดสดมิตรภาพ ได้เห็นรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด คันดังกล่าว ไม่ยอมหลบรถฉุกเฉิน แม้ว่าทางเราจะเปิดไฟ เปิดเสียงไซเรนแจ้งเตือนแล้วก็ตาม ซึ่งชายคนดังกล่าวอ้างตัวว่าเป็นตำรวจในพื้นที่ด้วย 

ทราบภายหลังว่า ชายคนดังกล่าวเป็นตำรวจจริง ยศร้อยตำรวจเอก (ร.ต.อ.) ตำแหน่งรองสารวัตร อยู่ในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ส่วนอาการของผู้ป่วยขณะนี้ ทราบว่ายังไม่พ้นวิกฤต เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะสโตรก (Stroke)

เนื่องจากเหตุเกิดในพื้นที่ปากช่อง ทางผู้กำกับ สภ.ปากช่อง จึงได้มีการนัด ร.ต.อ. คนดังกล่าว มาเพื่อขอโทษกับทางทีมกู้ภัย มูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถานปากช่อง ในช่วงเที่ยง แต่ปรากฏว่า ร.ต.อ.ผู้ก่อเหตุไม่มาตามนัด สอบถามไปทราบว่าติดการสอบข้อเท็จจริงกับทางผู้บังคับบัญชา จึงไม่ได้เดินทางมา

ล่าสุดวันนี้ (5 ธ.ค. 65) ร.ต.อ.เสริมศักดิ์ คลีบขุนทด รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากช่อง เผยว่า ร.ต.อ.ชาญชัย (สงวนนามสกุล) รอง สว.สส.สภ.ด่านขุนทด  ผู้ที่ไม่หลบทางให้รถพยาบาล ได้เข้ามอบตัวในกรณีดังกล่าวแล้ว

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาในความผิด พ.ร.บ.จราจร มาตรา 76(2) ขณะขับขี่ เมื่อเห็นรถฉุกเฉินที่ใช้ไฟสัญญาณไฟวับวาบ หรือได้ยินเสียงสัญญาณไซเรน หรือสัญญาณเสียงอย่างอื่น ต้องหยุดรถหรือจอดรถให้ชิดขอบทางด้านซ้าย จากความผิดดังกล่าว เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวนเงินขั้นสูงสุด จำนวน 500 บาท และจะได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป