"อนุทิน" ลั่น พร้อมเป็นนายกฯ ชี้เลือกตั้งรอบหน้า ภท.จะกวาด 120 เก้าอี้ ไม่ได้ล้อเล่น

"อนุทิน" ลั่น พร้อมเป็นนายกฯ ชี้เลือกตั้งรอบหน้า ภท.จะกวาด 120 เก้าอี้ ไม่ได้ล้อเล่น

"อนุทิน" ลั่น พร้อมเป็นนายกฯ ชี้เลือกตั้งรอบหน้า ภท.จะกวาด 120 เก้าอี้ ไม่ได้ล้อเล่น
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 6 ต.ค.2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคาดหวังของพรรคในการเลือกตั้งรอบหน้าที่จะต้องได้ส.ส.อย่างน้อย 120 เสียง ตามที่นายเนวิน ชิดชอบ อวยพร โดยนายเนวินพูดว่า "ในฐานะที่นายอนุทิน ยกให้เป็นครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ก็หวังว่าจะได้เห็นศิษย์สักคนเป็นนายกรัฐมนตรี" ในงานวันเกิด เมื่อ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

นายอนุทินบอกว่า ถือเป็นพรจากผู้ใหญ่ เป็นเป้าหมายของพรรค ท่านพูดก็แปลว่าพรรคภูมิใจไทยมีศักยภาพที่จะทำได้ เรื่องแบบนี้เราไม่ล้อเล่น มันต้องพยายามเต็มที่ จะผ่อนเครื่องไม่ได้ ส่วนจะได้มาจากไหน ก็ต้องมาจากการทำงานหนักของพรรคภูมิใจไทย ส.ส.ของพรรค และสมาชิกพรรคทุกคน ต้องลงพื้นที่เข้าชาร์จปัญหา การทำนโยบาย อย่าไปมองว่าต้องทำเฉพาะที่หาเสียงไว้ แต่อะไรที่เป็นประโยชน์ก็ต้องทำด้วย

นายอนุทินยังยกตัวอย่าง เรื่องฟอกไตฟรี เรื่องนี้ไม่เคยเป็นนโยบายของพรรค แต่ด้วยความที่ตนเป็น รมว.สาธารณสุข พบว่าผู้ป่วยฟอกไต จ่ายครั้งละ 1.5 พันบาท อาทิตย์หนึ่งฟอก 2 ครั้ง จ่าย 3 พันบาท ไหนจะค่าเดินทางอีก ภาระของประชาชนก็ต้องหาทางช่วย ประเทศไทยมีนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ต้องทำให้ได้แบบนั้นจริงๆ มีความสามารถจะช่วยได้ก็ต้องหาทาง ซึ่งตอนนี้ทำสำเร็จแล้ว

เมื่อถามว่า การมาเป็นนายกรัฐมนตรีคือตำแหน่งที่เป็นทุกขลาภ นายอนุทิน กล่าวว่า มาทำงานการเมืองมีเรื่องให้เจ็บตัวอยู่แล้ว ส่วนตัวมีความพร้อมแล้ว ทั้งการศึกษา และประสบการณ์ ก็อยากนำมาช่วยบ้านเมือง แน่นอนว่าเข้ามาตรงนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่เข้าใจได้ เพราะงานของเราเกี่ยวพันกับคนทั้งประเทศ เสียงสะท้อนเข้ามาจึงมากมายหลากหลาย สิ่งที่เป็นประโยชน์ ตนพร้อมรับฟังและปรับใช้ เพื่อพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น

เมื่อถามว่า มีส.ส.เตรียมย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยจำนวนมาก อาจสร้างความไม่พอใจให้กับพรรคการเมืองอื่น นายอนุทิน กล่าวว่า การย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ เพราะตนก็เคยย้ายพรรค ก่อนจะมาอยู่พรรคไทยรักไทย ก็อยู่พรรคชาติพัฒนามาก่อน แล้วก็ย้ายจากไทยรักไทยมาอยู่ภูมิใจไทย เรื่องนี้มันธรรมดามาก อยู่ที่ว่าย้ายมาแล้วทำงานได้หรือเปล่า ซึ่งตนอยู่ตรงนี้ ตนทำงานได้เต็มที่