กองทุนฟื้นฟูฯร้องศาล ห้ามพจมานโอนขายที่ดินรัชดาฯ

กองทุนฟื้นฟูฯร้องศาล ห้ามพจมานโอนขายที่ดินรัชดาฯ

กองทุนฟื้นฟูฯ ร้องศาลแพ่ง ห้าม "หญิงอ้อ" โอนขายที่ดินรัชดาฯ ขณะที่ทนายหญิงอ้อ ขอศาลใช้สิทธิ์ ไต่พยาน 1 ปาก

ที่ห้องพิจารณาคดี 412 ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 21 ธ.ค.52 เวลา 13.30 น. ศาลนัดไต่สวนคำร้องคุ้มครองชั่วคราว ที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ขอให้ศาลห้าม คุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพ็ชร หรือดามาพงศ์ อดีตภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำหน่าย จ่าย โอน ที่ดินรัชดาภิเษกจำนวน 4 แปลงจำนวน 33 ไร่เศษ มูลค่า 772 ล้านบาท หลังจากที่กองทุนฟื้นฟูฯ ยื่นฟ้องคุณหญิงพจมาน เป็นจำเลย คดีหมายเลขดำที่ 5379/2552 เรื่องโมฆะกรรม ให้สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินรัชดาฯ เป็นโมฆะ และให้ศาลสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนที่คุณหญิงพจมาน เป็นผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว และให้คุณหญิงพจมาน ส่งมอบที่ดินคืนกองทุนฟื้นฟูฯ

อัยการ ผู้รับผิดชอบสำนวนคดีให้กับกองทุนฟื้นฟูฯ นำพยานเข้าไต่สวนเพียงปากเดียว คือ นายพิภพ ภู่เพ็ง นิติกรอาวุโส สำนักกฎหมายและติดตามทรัพย์สินฝ่ายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งนายพิภพ ระบุว่า เหตุที่กองทุนฟื้นฟูฯ ยื่นฟ้องคดีนี้ สืบเนื่องจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาคดีการซื้อขายที่ดินรัชดาฯ ดังกล่าว โดยศาลวินิจฉัยเกี่ยวกับคุณสมบัติการเข้าร่วมทำสัญญาซื้อขาย พ.ต.ท.ทักษิณ คู่สมรสของคุณหญิงพจมาน จำเลย กระทำการขัดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 100 ที่บัญญัติห้ามคู่สมรส ทำสัญญากับรัฐในหน่วยงานรัฐที่ผู้นำมีอำนาจ ดูแลจัดการ นอกจากกองทุนฟื้นฟูฯ ยังได้ทำหนังสือหารือถึงอัยการสูงสุดว่าสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่เกิดขึ้นเมื่อ ปี 2546 เป็นโมฆะหรือไม่

อัยการสูงสุด ได้ทำหนังสือตอบข้อหารือเมื่อเดือน ก.ค.52 ว่า การพิจารณาว่าสัญญาเป็นโมฆะหรือไม่เป็นเรื่องทางแพ่ง ไม่อาจนำผลคดีอาญามาใช้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรา 100 ของกฎหมาย ป.ป.ช. ห้ามคู่สมรสเจ้าหน้าที่รัฐ ทำสัญญากับหน่วยงานรัฐที่เจ้าหน้าที่นั้นดูแล ตรวจสอบ นิติกรรมดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะ ต้องห้ามอย่างชัดแจ้งโดยกฎหมาย และเหตุที่ต้องยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว เนื่องจากการพิจารณาคดีในชั้นศาล ใช้เวลายาวนาน จึงเกรงว่าหากมีการเปลี่ยนแปลงสัญญาซื้อขายที่ดิน กองทุนฟื้นฟูฯ โจทก์ จะได้รับความเสียหายได้ และเหตุตามคำฟ้องโจทก์จะสิ้นสุดไปทำให้ได้รับความเสียหายเช่นกัน

ขณะที่ นายฉัตรทิพย์ ตัณฑประสาสน์ ทนายความคุณหญิงพจมาน ได้ซักถามพยานโจทก์ ว่า หลังจากการซื้อขายที่ดินเมื่อปี 2546 จนถึงวันนี้ ยังไม่มีข้อมูลว่าจำเลยจะนำที่ดินไปจำหน่าย จ่ายโอน ใช่หรือไม่ เพราะหลังซื้อที่ดินจำเลยยังไม่เคยทำประโยชน์ในที่ดินเลย นายพิภพ ตอบอย่างอึกอักว่า ยังไม่มีข้อมูล แต่เหตุที่ไม่มีข้อมูลเพราะที่ดินฯ ดังกล่าวถูกฟ้องเป็นคดี จึงอาจทำให้ประชาชนทั่วไป ไม่กล้ามาซื้อขาย เมื่อทนาย พยายามถามอีกว่า ที่กองทุนฟื้นฟูฯ ฟ้องเรียกคืนที่ดิน เพราะปัจจุบันราคาประเมินที่ดินดังกล่าวสูงถึง 900 ล้านบาท ซึ่งกองทุนฯ ไม่อาจยึดครองที่ดินไว้เอง ดังนั้นหากเรียกคืนแล้วก็จะนำไปขายอีกใช่หรือไม่ นายพิภพ ตอบว่า ไม่ทราบเป็นเรื่องของกองทุนฟื้นฟูฯ พยานเกี่ยวข้องเฉพาะการยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวคดีนี้

ภายหลังไต่สวนพยานโจทก์ เสร็จสิ้นแล้ว นายฉัตรทิพย์ ทนายความคุณหญิงพจมาน แถลงศาลว่า ฝ่ายจำเลย มีพยานจะนำเข้าไต่สวน 1 ปาก ศาลพิจารณาแล้วจึงนัดไต่สวนพยานจำเลย ในวันที่ 25 ม.ค.53 เวลา 13.30 น.

ขณะที่ นายฉัตรทิพย์ ทนายความคุณหญิงพจมาน กล่าวว่า สำหรับพยานที่จะนำเข้าไต่สวน คือ นายสมบูรณ์ คุปติมนัส ผู้รับมอบอำนาจคุณหญิงพจมาน ยื่นซองประกวดราคาซื้อที่ดินกับกองทุนฟื้นฟู

อย่างไรก็ดีนายฉัตรทิพย์ ยังกล่าวถึงการไต่สวนพยานอัยการ 2 ปากสุดท้าย คดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว จำนวน 7.6 หมื่นล้านบาท ในวันพรุ่งนี้ (22 ธ.ค.) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองว่า ทีมทนายความพร้อมเต็มที่ในการซักค้านพยาน