ครูเปิดใจ ดราม่าเงินกฐิน 20 บาท ไม่ได้บังคับแต่ขอความร่วมมือ ชี้องค์กรมีกฏเกณฑ์

ครูเปิดใจ ดราม่าเงินกฐิน 20 บาท ไม่ได้บังคับแต่ขอความร่วมมือ ชี้องค์กรมีกฏเกณฑ์

ครูเปิดใจ ดราม่าเงินกฐิน 20 บาท ไม่ได้บังคับแต่ขอความร่วมมือ ชี้องค์กรมีกฏเกณฑ์
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

ครูเปิดใจ ดราม่าเงินกฐิน 20 บาท  ไม่ได้บังคับแต่ขอความร่วมมือ ชี้องค์กรมีกฎเกณฑ์ เผยหลังมีกระแสผู้ปกครองก็แชตมาขอโทษ

จากกรณีดราม่า ผู้ปกครองเผยแชตข้อความ ครูขอให้นักเรียนทำบุญ คนละ 20 บาท เด็กในห้องมี 37 คน จะได้ 740 บาท ครูร่วมทำบุญอีก 260 บาท รวม 1,000 บาท โดยกฐินกองละ 1,000 บาท พร้อมระบุว่าห้องอื่นเค้าเก็บนักเรียน คนละ 100 บาท แต่ครูเก็บคนละ 20 บาท ยากเหลือเกิน ไม่เคยนึกเลยว่านักเรียนและผู้ปกครองจะไม่ให้ความร่วมมือในสิ่งที่ครูขอร้อง รู้สึกผิดหวังมากๆ ต้องทวง ต้องถาม ต้องตามตลอด หวังว่าสอบเสร็จภาคเรียนที่ 1 ผู้ปกครองและนักเรียนคงพิจารณา ว่าโรงเรียนไหนที่เหมาะกับนักเรียน

ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมามากมาย ถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของคุณครู และตั้งคำถามถึงการบริจาคเพื่อทำบุญ ว่าควรทำตามกำลังและทำตามศรัทธาไม่ใช่หรือ พร้อมแนะให้เน้นการเรียนการสอนดีกว่ามาเสียเรื่องทำบุญ 

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบคุณครูนวลพรรณ ครูประจำชั้นเรียน ม.1/1 ซึ่งคุณครู นวลพรรณ ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ผู้ปกครองเขาเอาเรื่องไปโพสต์ในโซเชียล แล้วก็มาไลน์ส่วนตัวมาขอโทษครู ไม่เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ทำไม เพราะอะไร และผู้ปกครองบอกว่าเก็บเงินไม่ได้ 20 บาท ให้พิจารณาไปเรียนที่อื่น ประเด็นนี้ครูก็เข้าใจว่า ผู้ปกครองเขาเข้าใจว่าอย่างไร แต่พอโพสต์แล้วก็ส่งไลน์มาขอโทษคุณครู คุณครูยอมรับเองว่า เป็นคนพูดเรื่อง 20 บาท สิ่งที่ทำไปแล้วมันจบแล้ว สิ่งที่เขาทำแล้วมาขอโทษครู ครูมองว่าไม่สมควร เขาควรมาถามครูด้วยตัวเองว่า ทำไม เป็นอย่างไร แบบไหน ทำไมเป็นอย่างนี้ ในฐานะเป็นผู้ปกครองกับคุณครู มีเรื่องอะไรก็มาหามาถามกัน เรื่อง 20 บาท ไม่ได้บังคับ แต่ครูขอนะมาร่วมมือกันคนละ 20 ไม่พอครูก็จะช่วยออกสมทบ จิตศรัทธา ครูก็เคยทำตามศรัทธา แต่นี่เรามาขอความร่วมมือกันมากกว่า 

ตรงนี้ครูเข้าใจโลกโซเชียล มันไปเร็วมาก มีอะไรก็โพสต์ ซึ่งห้องนี้เป็นห้องไลน์ส่วนตัว มีอะไรให้มาถามครูได้ ให้มาร่วมทำบุญ ไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น แต่ผู้ปกครองเขาโพสต์เสร็จส่งมาไลน์ส่วนตัว ขอโทษคุณครูด้วยนะคะกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องเป็นราว

ส่วนประเด็นที่บอกว่าโรงเรียนที่เหมาะสมกับนักเรียน ครูคิดว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องอะไร เพราะว่า ไม่ได้ว่าจะไล่ เพียงแต่ว่าบางครั้งเราตั้งกฏเกณฑ์อะไรขึ้นมา เราก็อยากได้ตามที่เราตั้งกฏเกณฑ์เอาไว้ ส่วนคำว่าควรพิจารณา ครูคิดว่า องค์กรเรามีกฏมีเกณฑ์ ถ้าคิดว่าสิ่งที่เราทำขึ้น ปฏิบัติได้ไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสมกับลูก เขาสามารถย้ายโรงเรียนได้ ไม่ได้ว่าจะไล่ออก เป็นความพอใจของผู้ปกครอง ถ้าคิดว่าไปบังคับเขา ขู่เข็ญเขา เขาก็พิจารณาตรงนี้ได้