พ่อเปิดใจ เหตุผลเอาแมวลูกสาวไปปล่อย อ้างโมโหที่แมวชอบกวน ไม่ตั้งใจให้ตาย

พ่อเปิดใจ เหตุผลเอาแมวลูกสาวไปปล่อย อ้างโมโหที่แมวชอบกวน ไม่ตั้งใจให้ตาย

พ่อเปิดใจ เหตุผลเอาแมวลูกสาวไปปล่อย อ้างโมโหที่แมวชอบกวน ไม่ตั้งใจให้ตาย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พ่อเปิดใจ เหตุผลเอาแมวลูกสาวไปปล่อย อ้างโมโหที่แมวชอบกวนตอนทำอาหารขาย ไม่ตั้งใจให้ตาย

จากกรณี ลูกสาวแจ้งความจับพ่อแท้ๆ ที่ขโมยเจ้าฮาชิ แมวอายุ 7 เดือนของตัวเองไปทิ้ง จนถูกรถชนตายข้างถนน เผยอยากให้พ่อได้รับบทเรียนจากการกระทำ เพราะพ่อดูเหมือนไม่รู้สึกผิดเลย

ล่าสุด นายไพศาล อายุ 69 ปี พ่อที่ถูกลูกสาวแจ้งความ ได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวโดยเล่าว่า ตนมีอาชีพขายลูกชิ้น โดยลูกสาวได้นำแมวมาฝากเลี้ยง แมวตัวนี้จะคอยรบกวน ซึ่งขณะทำลูกชิ้น แมวก็จะมากัดลูกชิ้นหลายครั้ง แมวชอบมากัดลูกชิ้น ซึ่งตอนนี้ก็ขายของแย่ ทุนก็ไม่มี เมื่อแมวมากัดลูกชิ้นก็เลยโมโห จึงจะเอาไปปล่อย โดยขับซาเล้ง ซึ่งแมวได้โดดลงจากรถไป ถูก จยย. ชน แล้ววิ่งหนีข้างทาง ตนก็เลี้ยวรถไปเอาพอใส่รถอีกที แมวก็กระโดดอีกครั้งโดนรถชนอีกครั้ง ซึ่งคนก็ช่วยกันบอกให้พาหาหมอก็จะเอาไปหาหมอ แต่แมวก็เสียชีวิตจึงได้เอาไปทิ้งข้างทาง ไม่กล้าเอากลับมาบ้านก็กลัวเมีย และลูกด่า จึงทิ้งไว้ข้างทาง

จากนั้นลูกทราบเรื่องก็มาต่อว่า ก่อนที่จะไปแจ้งความ ซึ่งตนก็รู้สึกเสียใจเพราะลูกที่เราเลี้ยงมา มาเอาเรื่องกับเรา ก็เสียใจแต่ก็ไม่โกรธ เขาจะเอาเรื่องเราก็ช่างเขา ซึ่งขณะที่พูดคุยกับนักข่าวนั้นทางแม่ก็ได้ตะโกนมาว่า จะพูดอะไรก็คิดถึงจิตใจลูกบ้าง อย่างไรก็ตามช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมานั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัว นายไพศาล ไปสอบสวนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยใช้เวลาไม่นานก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านทันที

อย่างไรก็ดีทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า ตามกฎหมายไม่ว่าจะแพ่งหรืออาญา ซึ่งเรียกว่าคดี "อุทลุม" ผู้นั้นจะฟ้องบิดา มารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ทวด ชวด ที่สืบสายโลหิตโดยตรงของตนไม่ได้ แต่หากผู้นั้นมีความประสงค์ที่จะฟ้องบุพการีของตนจริงๆ ผู้นั้นเองหรือญาติสนิทของผู้นั้นจะต้องร้องขอให้อัยการเป็นผู้ฟ้องคดี