โซเชียลคารวะ "เจ๊เกียว" แย่งไมค์นักร้องด่าวัยรุ่น ชอบตีกันต้องเจอเจ้าภาพแบบนี้

โซเชียลคารวะ "เจ๊เกียว" แย่งไมค์นักร้องด่าวัยรุ่น ชอบตีกันต้องเจอเจ้าภาพแบบนี้

โซเชียลคารวะ "เจ๊เกียว" แย่งไมค์นักร้องด่าวัยรุ่น ชอบตีกันต้องเจอเจ้าภาพแบบนี้
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

โซเชียลคารวะ  "เจ๊เกียว" เจ้าภาพลำซิ่งแย่งไมค์นักร้อง ด่าวัยรุ่นตีกัน ไม่ต้องห้าม ตีกันเลย เอาให้ตายกันไปข้าง

เพจบรบือบ้านข่อย ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 1 นาที ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์ผู้หญิงรายหนึ่งจับไมค์ประกาศให้กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังทะเลาะวิวาทกันออกไปนอกพื้นที่จัดงาน พร้อมระบุข้อความว่า "ไผตีกัน..ต้องเจอเจ้าภาพเเบบนี้!! ไม่มีการสั่งหยุด มีแต่เล่นต่อ ม่วนอย่างเดียว ไผมักตีกันเเลนหลบกันเอาเอง ถ้าจับได้นำฮอดบ้าน เมื่อคืนนี้มีวัยรุ่นจากทางอื่นเข้ามาก่อเหตุทะเลาะวิวาทในงาน“เจ้าภาพเลยสั่งวัยรุ่นที่อยู่ภายในงานวิ่งไล่คนที่ก่อเหตุอย่าให้ออกจากงานไปได้!!! ซึ่งหลังจากโพสลงเฟซบุ๊ก มีคนกดไลค์ กดแชร์ เข้าชมนับหมื่นคน พร้อมระบุข้อความให้กำลังใจและชื่นชมคนจัดงาน

ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่บ้านดอนบม ต.หนองจิก อ.บรบือ จ.มหาสารคามเพื่อสอบถาม นางสาวจุไรลักษณ์ อายุ 37 ปี หรือที่วัยรุ่นรู้จักในนาม "เจ๊เกียว บ้านดอนบม" ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมในการจัดงานทอดผ้าป่าการกุศล และเป็นผู้ปรากฏในคลิปที่คว้าไมค์จากนักร้องมาพูดให้กลุ่มวัยรุ่นที่กำลังทะเลาะกันในงานแสดงดนตรีรถแห่ ให้ออกไปตะลุมบอนกันข้างนอกงาน อยากต่อยตีอย่างไรก็ตามใจ แต่ทุกคนต้องออกไปลุยกันข้างนอกเท่านั้น ซึ่งเจ๊เกียวเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่อาสาพูดกรอกไมค์เตือนสติวัยรุ่น ป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุทะเลาะวิวาทนี้

ทั้งนี้ นางสาวจุไรลักษณ์ เล่าว่า เมื่อคืนวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา ตนและคณะมิตรสหายได้ร่วมกันจัดงานทอดผ้าป่าการกุศลเพื่อสมทบทุนซื้อเครื่องกรองน้ำ ให้กับโรงเรียนในหมู่บ้านหนองจิก โดยตนได้เป็นเจ้าภาพร่วม พร้อมทั้งจัดหามหรสพ มาสร้างสีสันให้กับงาน เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ช่วยกันบริจาคและนั่งดูหมอลำอย่างมีความสุข โดยมีรถแห่เครื่องเสียงขนาดใหญ่เล่นตอนกลางวันที่หน้าฟาร์มควายดอนมหา ส่วนตอนกลางคืนมีหมอลำซิ่งจัดขึ้นที่โรงเรียนซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนบ้านดอนบม โดยกลุ่มวัยรุ่นที่มาเที่ยวงานได้มาเต้นหน้ารถแห่ พร้อมทั้งทะเลาะวิวาทกัน โดยถืออาวุธมาครบมือ แต่ทางเจ้าภาพช่วยกันห้ามจนสงบศึกได้ แต่พอตกตอนค่ำซึ่งมีการแสดงรถแห่หมอลำกันอย่างคึกคักไปได้ไม่นาน กลุ่มวัยรุ่นจากต่างถิ่นและวัยรุ่นในชุมชนบางคนก็ไปทะเลาะกันหน้าเวทีหมอลำอีก รวมแล้วถึง 4 ครั้ง ซึ่งตนในฐานะเจ้าภาพ และเป็นคนในหมู่บ้านทนไม่ไหว จึงบอกให้วงดนตรีหยุด แล้วคว้าไมค์ของนักร้องมา จากนั้นได้เดินไปหน้าเวทีและพูดออกมาด้วยความโมโหว่า ถ้าอยากตีกันก็ใส่กันให้เต็มที่ เอาให้สุดไปเลย เอาให้ตายกันไปข้าง พี่น้องที่มาไม่ต้องไปห้าม แต่ทุกคนที่มีเรื่องกันต้องออกไปตีกันข้างนอกเท่านั้น เพราะว่าคณะหมอลำและรถแห่จ้างมาเพื่อความสุขของพี่น้องชาวบ้าน จะมาพังลงเพื่อเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ซึ่งในที่สุดกลุ่มวัยรุ่นที่ทะเลาะวิวาทกันก็ได้วิ่งกันไปตีกันข้างนอกสถานที่ จากนั้นตนจึงให้วงดนตรีแสดงต่อจนจบงาน

ทั้งนี้ ตนเป็นคนในชุมชนบ้านดอนบมเกิดและโตที่นี่จึงอยากจะทำประโยชน์เพื่อสังคมด้วยการชักชวนพี่น้องเพื่อนฝูงตลอดจนศิษย์เก่าของโรงเรียนในชุมชนมาร่วมกันจัดงานทอดผ้าป่าสาธารณกุศลเพื่อหารายได้สมทบทุนจัดซื้อเครื่องกรองน้ำมาติดตั้งให้นักเรียนในชุมชนได้มีน้ำสะอาดไว้ดื่มกิน ประกอบกับตนก็คิดที่ผ่านมาโควิดทำให้ชาวบ้านมีภาวะเครียด และหมู่บ้านห่างหายจากความบันเทิงเพราะโรคระบาดทำให้ต้องงดจัดงานบุญไปนานหลายปีแล้ว จึงอยากให้ชาวบ้าน รวมถึงคนแก่ในหมู่บ้านได้ฟังหมอลำอย่างสนุกสนาน ตนจึงได้ว่าจ้างหมอลำรถแห่มาแสดง ซึ่งปกติมีราคางานจ้างอยู่ที่ 65,000 บาท แต่เจ้าของรถแห่รู้จักกันและเห็นว่างานนี้จุดมุ่งหมายเพื่อการกุศล หาเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กนักเรียน จึงลดให้ค่าจ้างให้ 20,000 บาท เหลือเพียง 45,000 แต่ขนรถแห่ นักดนตรี และอุปกรณ์ชุดใหญ่จัดเต็มมาโชว์กัน แต่ก็ไม่นึกว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อตนพูดจบ กลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุวิวาท ก็ต่างกรูกันออกไปวิวาทกันข้างนอกไม่นานก็แยกย้ายกันไป และต่อมาภายในคืนนั้นทั้งหมดก็กลับมาขอโทษตน พร้อมสำนึกผิด และสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่องทะเลาะวิวาทอีก ซึ่งตนก็ได้กล่าวให้ข้อคิดและสอนบทเรียนชีวิต ตลอดจนเตือนให้น้องๆ มีสติ ไม่ทำอะไรวู่วามแบบนี้อีก

เจ๊เกียว บ้านดอนบม เล่าต่ออีกว่า ที่จริงตนชื่อเล่นว่า "จิ๋ม" เป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆที่ทำธุรกิจเลี้ยงควายงาม แต่ที่วัยรุ่นเชื่อฟังตนเพราะตนเป็นคนจริงใจ และใจกว้าง เวลามีกิจกรรมภายในหมู่บ้าน ก็จะพาวัยรุ่นมาช่วยงานเป็นประจำ ตนในฐานะพี่ใหญ่จะบอกสอนรุ่นน้องเป็นตลอด ไม่อยากให้มีเรื่องชกต่อยกัน เพราะว่าจะบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย เสียค่าให้จ่ายมากมาย และให้ชีวิตลำบาก ออกไปไหนมาไหนต้องระแวง อยากให้ทุกคนเป็นวัยรุ่นที่ดี มีคุณค่ากับสังคม ไม่เป็นเด็กที่ก้าวร้าว ส่วนเด็กวัยรุ่นที่ทะเลาะกันจะเป็นเด็กรุ่นใหม่ และบ้านใกล้เคียง ไม่รู้จักตน จึงก่อเหตุทะเลาะวิวาท แต่สุดท้ายก็ลงเอยกันด้วยดี