พ่อตามหากระเป๋าลูกสาว รถป้ายแดงเก็บไปไม่คืน เซ็ง กล้องสนามบินไม่ชัด บางตัวเสีย!

พ่อตามหากระเป๋าลูกสาว รถป้ายแดงเก็บไปไม่คืน เซ็ง กล้องสนามบินไม่ชัด บางตัวเสีย!
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

รอง ผอ. ตามหากระเป๋าเงินลูกสาวทำตก พบรถป้ายแดงเก็บได้ไม่คืน กล้องเสีย-ภาพไม่ชัด ชี้เป็นสนามบินนานาชาติแต่ความปลอดภัยหละหลวม 

(12 ส.ค.65) ภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าอาคารผู้โดยสาร ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ บันทึกภาพของผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งมาในรถเก๋งสีขาว ที่ขับมาจอดหน้าอาคาร จากนั้นหญิงสาวคนดังกล่าวลงมาจากรถ มีสิ่งของบางอย่างตกลงบนพื้นถนน ซึ่งเจ้าตัวไม่เห็นว่ามีของตก ก่อนจะรีบเข้าไปในตัวอาคาร จากนั้นไม่นาน มีรถกระบะป้ายแดง ยี่ห้อฟอร์ด สี่ประตู สีดำ ขับเข้ามาจอดส่งหญิงสาว 2 คน ลงจากรถ โดยกระบะคันดังกล่าวมีชายสวมเสื้อสีชมพู นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว เดินลงมาจากรถ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะก้มลงเก็บสิ่งของที่หล่นอยู่บนพื้น แล้วเดินกลับขึ้นรถขับออกไป โดยไม่ได้นำของที่เก็บได้ไปส่งให้กับ จนท.ของสนามบิน เพื่อคืนให้เจ้าของ คลิปดังกล่าวมีการแชร์กันในสังคมโซเชี่ยลของชาวกระบี่

ผู้สื่อข่าวตรวจสอบเรื่องนี้ จนพบกับผู้เสียหายคือ นายธีระยุทธ ทองใบใหญ่ อายุ 60 ปี รอง ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า เหตุการณ์ตามในคลิป เกิดขึ้นเมื่อช่วงสายของวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนเองขับรถเก๋งไปส่งลูกสาว เพื่อจะขึ้นเครื่องเดินทางไป กทม. พอจอดส่งลูกเสร็จก็ขับรถออกจากอาคารทันที ไม่นานลูกสาวโทรศัพท์มาบอกว่ากระเป๋าเงินหล่นหาย บัตรประชาชนอยู่ในกระเป๋า ทำให้ไม่สามารถเช็กอินได้ ตนจึงรีบกลับเข้าไปดูอีกครั้ง และขอดูกล้องวงจรปิดของสนามบิน ทางสนามบินบอกให้ลูกสาวตนไปแจ้งความไว้ที่ สภ.เหนือคลอง แต่ลูกสาวต้องรีบขึ้นเครื่อง จึงค้นหาเอกสารเป็นหนังสือเดินทางใช้เช็กอินแทนบัตรประชาชนก่อน จากนั้นก็ให้ลูกแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ เพื่อติดตามหาคนที่เอากระเป๋าไป

นายธีระยุทธ เผยต่อว่า จากนั้นตนก็พยายามติดต่อ จนท.ของสนามบิน เพื่อจะขอดูกล้องจนพบกล้องหน้าอาคาร บันทึกเหตุการณ์ดังกล่าวไว้ได้ แต่กล้องคุณภาพต่ำทำให้มองเห็นป้ายทะเบียนรถไม่ชัด ตนจึงประสานกับหัวหน้า รปภ.สนามบิน เพื่อจะขอดูกล้องที่ประตูทางเข้าสนามบิน ซึ่งจะมีจุดสแกนบัตรประชาชนของรถที่เข้าสนามบิน เพื่อจะดูว่ารถของคนที่เอากระเป๋าไป เป็นรถทะเบียนอะไร และใครเป็นคนขับ เพื่อจะนำข้อมูลให้กับตำรวจช่วยติดตามให้ แต่ทาง จนท.สนามบิน กลับบอกว่ากล้องจุดดังกล่าวใช้งานไม่ได้อีก ทำให้ไม่ทราบว่ารถคันดังกล่าวเป็นของใคร ตนจึงแปลกใจที่สนามบินกระบี่ เป็นถึงสนามบินนานาชาติ แต่ทำไมระบบ รปภ.ถึงหละหลวมขนาดนี้ หากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดกับ นทท.ต่างชาติ หรือเกิดเหตุที่รุนแรงกว่านี้ จะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ได้ จึงอยากให้ทางสนามบินอธิบายเรื่องนี้ด้วย ส่วนเรื่องกระเป๋าเงินให้เป็นหน้าที่ของตำรวจช่วยติดตามให้