"เปรี้ยว ทัศนียา" โดนบูลลี่จนอยากออกจากวงการ ฮึดสู้ทำน้ำหนักลด 12 กก.

"เปรี้ยว ทัศนียา" โดนบูลลี่จนอยากออกจากวงการ ฮึดสู้ทำน้ำหนักลด 12 กก.

"เปรี้ยว ทัศนียา" โดนบูลลี่จนอยากออกจากวงการ ฮึดสู้ทำน้ำหนักลด 12 กก.
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ยอมรับตรงๆ เลยว่า โดยบูลลี่เรื่องรูปร่างหนักมากเช่นกัน สำหรับนักแสดงสาว เปรี้ยว-ทัศนียา การสมนุช ที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดใจกับสื่อมวลชนในงานบวงสรวงละครเรื่องบ่วงวิมาลา เมื่อต้องถูกชาวเน็ตคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์จนเคยคิดที่จะออกจากวงการบันเทิง

โดย เปรี้ยว ทัศนียา ได้เผยไว้ว่า "ผอมลงไป 12 กิโลกรัม ในเวลา 4 เดือน พูดตรงๆ คือรู้สึกว่าตัวเองตุ้ยนุ้ยเกินไป ดูจากในกล้อง พอมาเล่นละครของพี่หนิง ปณิตา ก็รู้สึกว่าไม่อยากเป็นภาระให้กับใคร พี่หนิงเองก็ส่งใบสั่งลดน้ำหนักมาด้วย เขาก็ไม่ได้ถึงกับกดดันอะไรมากนะคะ แต่เราเห็นความตั้งใจในการทำงานของเขา ก็เลยอยากให้หน้าละครของเขาออกมาดี แล้วมันก็ดีกับตัวเราด้วย เราก็เหมือนทำให้เขาและทำให้ตัวเองด้วย"

มีแรงจูงใจ ?
"ตอนแรกไม่มีแรงจูงใจอะไรเลย รู้สึกแค่ว่าเราต้องผอมถึงจะสวย พอลดมาได้ 5-6 กิโลกรัม ก็มีคนท้า แต่พี่ผู้กำกับก็บอกว่าโอเคแล้วไม่ต้องลดแล้วนะ เราหน้ายาว พอผอมมันจะตอบ แต่พี่มิกค์เขาจะมาพูดประมาณว่าต้องลดอีกสัก 5 กิโลกรัมถึงจะโอเค พอดี ก็เลยบอกว่าพี่มันเหนื่อยนะลดน้ำหนัก ถ้าหนูทำได้พี่ให้อะไรไหมละ ก็เลยได้รองเท้าแบรนด์เนมมา 1 คู่ (หัวเราะ)"

กว่าจะได้ร่างแบบนี้เสียน้ำตามาเยอะมาก ?
"มันเหนื่อยนะลดน้ำหนัก (หัวเราะ) มันมีช่วงที่ท้อ คนที่ลดน้ำหนักทุกคนน่าจะเป็น แรกๆ มันจะลดยาวหน่อย ก็เลยมีน้ำตา ในระหว่างนั้นเราก็เครียดกับบทด้วย แล้วยังมาเครียดกับการลดน้ำหนักอีก ก็เลยร้องไห้บ่อยหน่อย"

วิธีการลดน้ำหนักของเราทำอะไรบ้าง ?
"หลักๆ ที่เรารู้สึกว่าเราอ้วน เพราะเราชอบกินข้าว เราชอบกินของเผ็ด ซึ่งมันต้องกินคู่กับข้าว เราก็เลยชอบกินข้าว ก็ไปหาหมอ เลยมารู้ว่าตัวเองเป็นคนแพ้ข้าวขาว ก็เลยต้องหันมากินข้าวดำแทน พอมากินข้าวดำแล้วรู้สึกว่ามันอิ่มง่ายกว่า ข้าว 1 ถ้วย รู้สึกว่าเรากินได้แค่ครึ่งเดียว พอมาเป็นข้าวดำ แต่ข้าวขาวเรารู้สึกอยากกินตลอด เลยเปลี่ยนวิธีการกิน แล้วก็ออกกำลังกายด้วย การแพ้ข้าวขาวของเราคือมันทำให้บวม รู้สึกว่าพอกินปุ๊บแล้วรู้สึกได้เลยว่ามันบวมๆ"

"ก็คือควบคุมอาหารกับออกกำลังกายล้วนๆ เลย การควบคุมอาหารสำคัญกว่าการออกกำลังกายอีก สำหรับเรานะ"

ตอนนี้เราโอเคแล้ว ?
"ตอนนี้ก็ยังรักษาน้ำหนักอยู่เรื่อยๆ ถ้าวันไหนที่เป็นชีทเดย์ วันต่อมาก็จะกินพวกผักและผลไม้เยอะๆ"

ที่เราลดน้ำหนักส่วนนึงเพราะถูกบูลลี่ด้วย ?
"ก็ด้วย ที่ผ่านมาเรามีปัญหาเรื่องของฮอร์โมน แล้วก็แพ้อะไรหลายอย่าง ทำให้ลดยาก เราเองไม่ได้จะไปบอกใครหน้าไอจีอยู่แล้วว่าเราเป็นอะไร พอเราเห็นคำบูลลี่ คอมเมนต์บางทีเราก็รู้สึก เราก็มีจิตใจนะ ก็มีร้องไห้บ้าง"

เป็นปมในใจเรา ?
"คือทักกันแบบอื่นได้ไหมที่ไม่ใช่เรื่องรูปร่าง ยุคนี้แล้ว ทักว่าสบายดีไหม วันนี้ทำอะไร มีความสุขไหม ดูซีรีส์เรื่องอะไร ทักกันแบบนี้มันน่าจะดีกว่า"

คำไหนที่รู้สึกว่าเสียใจที่สุด เขาไม่น่าพูดแบบนี้กับเราเลย ?
"เราเซนซิทีฟ เราโดนเรื่องนี้มานานแล้ว มันสะสม อยู่ๆ มีคนเดินมาทักว่าอ้วนขึ้นรึเปล่า คำนี้เลย เราจะรู้สึกว่าอีกแล้วเหรอ มันรู้สึกจุกๆ ทุกวันนี้เราผอมก็ยังมีคนมาทักอยู่เลยว่าอ้วนรึเปล่า ก็ไม่รู้จะตอบยังไง"

เปรี้ยว ทัศนียา น้ำหนักลด 12 กก. ภายใน 4 เดือน

มันนอยส์ถึงขั้นอยากจะออกจากวงการ จะหางานอื่นทำแล้ว ?
"ค่ะ เราเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากๆ เราได้รับแต่บทเครียดและใช้พลังในการแสดงเยอะมากๆ ในการเล่นแต่ละเรื่อง พอเราตั้งใจทำงานมากๆ เราอาจจะผิดที่ปล่อยปละละเลยตัวเองด้วย แต่มันก็เป็นเรื่องที่เราสามารถแก้ไขได้ มันไม่น่าจะต้องมาโดนอะไรเยอะขนาดนี้ ก็จะมีรู้สึกอยู่ว่าหรือเราไม่เหมาะกับตรงนี้ เพราะมันต้องผอม ต้องขาว ต้องสวยอย่างเดียว"

ตอนนั้นคือเตรียมหางานใหม่ ?
"ก็มี แต่ในความรู้สึกจริงๆของเราก็คือเรารักการแสดงแต่มันอาจจะไม่ใช่ที่ของเรา"

ฮีลใจยังไง ?
"คนรอบข้าง พี่หนิงคือช่วยมากๆ เรารู้สึกไม่มั่นใจ เรากลัวเป็นภาระ เขาก็ให้กำลังใจ เชื่อในตัวเราว่าเราจะทำได้ เราจะไม่ทิ้งกัน เราจะสู้ไปด้วยกัน คำนี้เลยที่ทำให้เรารู้สึกลองดู"

ภูมิใจในตัวเองขนาดไหนที่วันนี้เราทำได้ ?
"ภูมิใจในตัวเองมากๆๆ มันได้เห็นตัวเองในอีกแบบนึง ทั้งรูปร่างและสุขภาพที่มันดีขึ้น คนรอบตัวก็มองเราดีขึ้น เราก็แกร่งขึ้น เรารองรับคอมเมนต์ รองรับอะไรหลายๆ อย่างมาเยอะ มันเลยทำให้เราเข้มแข็ง เราคงไม่รู้สึกอะไรแล้ว ถ้าใครจะมาว่าอะไรเรา ทุกวันนี้นอกจากคำบูลลี่ก็มีคำชมแล้ว พี่หนิงจะมาบอกว่าเปรี้ยวเราผอมแล้วเราก็ต้องทำให้โลกเห็นว่าเราผอมนะ เขาก็จะลงรูปที่เราใส่ชุดว่ายน้ำในละครลงโซเชียล ให้คนเห็นในความพยายามของเรา คือบางทีเราก็ลืมนึกถึงว่าตอนที่เราอ้วนคนเห็น แต่ตอนที่เราตั้งมากๆ จนเราผอมแล้วคนยังไม่เห็นเราเลย"

หลังจากนี้จะเซ็กซี่ ?
"เราก็มีลิมิต ผู้จัดการเราดุ เราก็ได้แหละชุดว่ายน้ำ แต่เราไม่ขอทั้งตัว ก็ต้องส่งรูปไปให้ผู้จัดการคัดกรองก่อนว่าผ่านไหม เขาก็จะครอปให้เหลือครึ่งตัวอยู่ดี ลิมิตเราคือข้างบนไม่เป็นไร ข้างล่างก็ปิดนิดนึง เพื่อให้ดูเซ็กซี่แบบน่ารักๆ กำลังดี"

เริ่มมีแฟนคลับจับจิ้น ?
"ก็เริ่มเห็นเหมือนกันค่ะ คนเริ่มแท็กมา"

หนุ่มๆ เข้ามาจีบไหม พี่มิกค์แล้วหนึ่ง ?
"ไม่รู้ ต้องไปถามเขา (เสียงสอง) เขาเป็นคนในดีมากๆ อยู่แล้ว ชอบดูแลเทคแคร์คนอื่นๆ"

เขาแพ้คนขี้อ้อน พูดเพราะ แล้วเราเป็นแบบนั้น ?
"ไม่ได้อ้อนอะไรเขาขนาดนั้น เขาเห็นถึงความตั้งใจในการลดน้ำหนักของเรา"

เขาเคยบอกเปรี้ยวพร้อม เขาก็พร้อม ?
"จริงเหรอ ไม่รู้เลย (หัวเราะ) ตอนนี้ก็โสด ยังไม่ได้มีใครด้วย ก็มีคนมาจีบอยู่ค่ะ เวลาไปไหนมาไหนก็จะมีคนเข้ามา แต่ด้วยหน้าเราที่นิ่ง กับบางทีเราไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง เราต้องยิ้มให้เขาไหม แล้วหน้าปกติของเราคือจะดูบึ้ง"

คือเราไม่มีจริต ?
"ใช่ค่ะ เรารู้แหละว่าเขาสนใจเรา เราก็คิดนะว่าเราจะต้องทำหน้ายังไง จะยิ้มให้เขาไหม"

พร้อมมีแฟน ?
"เราไม่เคยปิดใจเลยนะ เปิดใจตลอด แต่แค่กล้าเข้ามาจีบหน่อย เราไม่ได้เป็นคนน่ากลัว เราเป็นคนยิ้มง่าย แต่ถ้าเราอยู่คนเดียวก็ไม่รู้จะไปยิ้มกับใครไง คือคนคุยเราก็ไม่มีเลย เปิดค่ะ จีบหนูหน่อย หนูอ่อยไม่เป็น (หัวเราะ)"

อัลบั้มภาพ 17 ภาพ

อัลบั้มภาพ 17 ภาพ ของ "เปรี้ยว ทัศนียา" โดนบูลลี่จนอยากออกจากวงการ ฮึดสู้ทำน้ำหนักลด 12 กก.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล