รัฐสภาโหวตหนุนปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 หวังสกัดเพื่อไทยแลนด์สไลด์

รัฐสภาโหวตหนุนปาร์ตี้ลิสต์หาร 500 หวังสกัดเพื่อไทยแลนด์สไลด์

สมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ออกเสียงเห็นชอบวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ ด้วยการนำ 500 มาหาร ด้วยคะแนน 354 คะแนนต่อ 162 คะแนน เมื่อวันพุธ (6 มิ.ย.)

การออกเสียงเกี่ยวกับวิธีการคำนวนจำนวน ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์นี้ เกิดขึ้นหลังจากมีการแก่ไขรัฐธรรมนูญ  2560 มาตรา 91 จากการใช้บัตรใบเดียว มาเป็น "แยกกัน" ระหว่าง ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส. ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน จึงเป็นเหตุผลให้ต้องใช้บัตร 2 ใบ

พรรคเล็กหวั่นสูญพันธุ์-กระแสอุ๊งอิ๊งค์มาแรง

การใช้บัตร 2 ใบเป็นที่ยุติแล้ว และคะแนนบัตรปาร์ตี้ลิสต์มาหาร 100 ก็ดูเหมือนจะเป็นที่ยุติลงด้วย จนกระทั่งพรรคเล็ก โดยเฉพาะ นายระวี มาศฉมาดล จากพรรคพลังธรรมใหม่ เสนอให้นำ 500 มาหารโดยอ้างรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าทุกเสียงต้องมีความหมาย การใช้ 500 มาหารแปลว่าตัวหารเยอะ เท่ากับว่า ส.ส. 1 คนใช้เสียงของประชาชนได้น้อยลง ทำให้พรรคเล็กมีโอกาสเข้าสู่สภาฯ ได้ง่ายขึ้น

การคัดค้านดังกล่าวดูได้กระแสตอบรับน้อยในช่วงแรก แต่ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ข้อเสนอให้ใช้ 500 หารดังกล่าวกลับเป็นที่สนใจมากขึ้น ท่ามกลางกระแสความนิยมของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ที่สวนทางกับความนิยมของพรรคพลังประชารัฐที่จืดจางลง จากการคว้าที่นั่งในสภากรุงเทพมหานครในการเลือกตั้งท้องถิ่นเมื่อวันที่ 22 พ.ค. ได้เพียง 2 จาก 50 ที่นั่งเท่านั้น

นายระวี อภิปรายเมื่อช่วงก่อนการลงมติในวันเดียวกันนี้ ตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับกระแสนิยมของพรรคเพื่อไทยดังกล่าว ว่าการนำ 100 มาหาร จะยิ่งทำให้พรรคใหญ่ อย่างเช่น พรรคเพื่อไทย ได้เปรียบ แต่การนำ 500 มาหารจะทำให้พรรคเล็กยังคงความเป็นไปได้ที่จะกลับมาในสภาผู้แทนราษฎรเอาไว้

ส่วนเมื่อวันอังคาร (5 มิ.ย.) ก็มีการรายงานว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สนับสนุนการใช้ 500 มาหาร แม้ว่านายไพบูลย์ นิติตะวัน รองเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ จะแถลงว่ามติคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาลเห็นชอบใช้ยึดหลักหาร 100 ก็ตาม

ท้ายที่สุดในการลงมติของสมาชิกรัฐสภา ก็เห็นชอบข้อเสนอของนายระวี แม้มีเสียงท้วงติงว่าจะทำให้หาร ส.ส. ไม่ลงตัว และจะขัดรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยผิดหวัง

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร เขต 18 (เขตลาดกระบัง) พรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นต่อการลงมติดังกล่าวผ่านทวิตเตอร์ ว่าเป็นการ "หักหาญเจตจำนงค์ประชาชนและหลักประชาธิปไตย"

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส. จ.เชียงใหม่ เขต 1 (อ.เมืองเชียงใหม่) พรรคเพื่อไทย ระบุว่า การลงมติครั้งนี้ "อัปยศ" ที่แก้กฎหมายให้ขัดกับรัฐธรรมนูญ