ชีวิตพิสดารของ บาร์นาบี จอยซ์ จากดาวเด่นสู่ดาวดับแห่งการเมืองออสซี่

ชีวิตพิสดารของ บาร์นาบี จอยซ์ จากดาวเด่นสู่ดาวดับแห่งการเมืองออสซี่

นายบาร์นาบี จอยซ์ เป็นชาวออสเตรเลียโดยกำเนิด แต่ได้สัญชาตินิวซีแลนด์โดยอัตโนมัติ เนื่องจากบิดาของนายบาร์นาบีเป็นชาวนิวซีแลนด์ ผู้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในออสเตรเลีย ทำให้นายบาร์นาบีถือ 2 สัญชาติอย่างปกติธรรมดาสามัญ เพราะผู้คนมากมายในทุกประเทศก็ถือสัญชาติ 2 สัญชาติกันเป็นปกติธรรมดา

ประเทศทั่วไปประชาชนทุกคนก็มีเพียงสัญชาติ (Nationality) เท่านั้น มีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่ใช้สัญชาติคู่กับ เชื้อชาติ (Race)

นายบาร์นาบี จอยซ์ มีอาชีพเป็นนักบัญชี ได้เข้าสู่วงการการเมืองเมื่อปี 2547 โดยได้รับเลือกให้เป็นวุฒิสมาชิกตัวแทนของรัฐควีนส์แลนด์ ตั้งแต่ปี 2548 -2556

ต่อมานายบาร์นาบี จอยซ์ลาออกจากตำแหน่งวุฒิสมาชิก เพื่อลงชิงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ในเขตเลือกตั้งนิวอิงแลนด์ ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งดังกล่าว ส่งผลให้เขากลายเป็นคนเดียวในประวัติศาสตร์ออสเตรเลียที่เป็นตัวแทนในสภาสูงและสภาล่างจากต่างพื้นที่กัน

จากนั้นอาชีพนักการเมืองของนายบาร์นาบี จอยซ์ก็รุ่งโรจน์อย่างรวดเร็วโดยเขาก้าวขึ้นเป็นหัวหน้า พรรคประชาชาติ (National Party) และรองนายกรัฐมนตรีในปี 2559 ในรัฐบาลผสมปกครองประเทศออสเตรเลีย

เมื่อดำรงตำแหน่งได้เพียงปีเดียว นายบาร์นาบีก็มีเรื่องทะเลาะนางแอมเบอร์ เฮิร์ด นักแสดงสาวและภรรยาของ จอห์นนี เดปป์ ดาราดังจากภาพยนตร์เรื่อง "ไพเรตส์ ออฟ เดอะ แคริบเบียน" (ที่มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเองของทั้งคู่ที่โด่งดังเมื่อต้นปี 2565 นี้เอง)

นางแอมเบอร์ เฮิร์ด และนายจอห์นนี เดปป์ เดินทางมาถึงศาลแขวงเซาธ์พอร์ต ในเมืองโกลด์โคสต์ ของออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2559 นางเฮิร์ดเผชิญ 2 ข้อกล่าวหาจากการละเมิดกฎหมายกักกันสัตว์ของออสตรเลียด้วยการนำสุนัข 2 ตัวชื่อ พิสเติล และ บู มากับเครื่องบินส่วนตัวเมื่อเดือน พ.ค. 2558Matt Roberts/Getty Imagesนางแอมเบอร์ เฮิร์ด และนายจอห์นนี เดปป์ เดินทางมาถึงศาลแขวงเซาธ์พอร์ต ในเมืองโกลด์โคสต์ ของออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 2559 นางเฮิร์ดเผชิญ 2 ข้อกล่าวหาจากการละเมิดกฎหมายกักกันสัตว์ของออสตรเลียด้วยการนำสุนัข 2 ตัวชื่อ พิสเติล และ บู มากับเครื่องบินส่วนตัวเมื่อเดือน พ.ค. 2558

นางเฮิร์ดถูกตั้งข้อหานำสุนัขเข้ามาในออสเตรเลียอย่างผิดกฎหมาย และกระทรวงเกษตรของออสเตรเลียกล่าวหาทั้งคู่ว่าไม่ยอมสำแดงพิธีทางศุลกากรที่สนามบินนานาชาติ ว่าได้นำสุนัข 2 ตัวเข้ามาในออสเตรเลีย ทั้งยังยื่นคำขาดว่าจะฆ่าสุนัขทั้งสองตัว หากทั้งคู่ไม่พาพวกมันออกไป จนเกิดเป็นกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงในโลกออนไลน์ ก่อนที่จอห์นนี เดปป์ จะพาสุนัขทั้งสองตัวกลับสหรัฐอย่างปลอดภัย

นายบาร์นาบีกล่าวว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ในออสเตรเลีย หลังจากนั้นได้มีคนขุดคุ้ยว่านายบาร์นาบี จอยซ์ คุณสมบัติที่จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่งตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญออสเตรเลีย เนื่องจากมาตรา 44 กำหนดไว้ว่าผู้ถือ 2 สัญชาติไม่มีสิทธิที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนในรัฐสภาออสเตรเลีย ทำให้นายบาร์นาบีต้องหลุดจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไปเมื่อปี 2560 แต่เมื่อเขาได้สละสัญชาตินิวซีแลนด์แล้วเขาก็กลับมาเลือกตั้งซ่อมได้ชัยชนะและกลับไปเป็นรองนายกรัฐมนตรีตามเดิม

ครับ! ไม่ทันไรนายบาร์นาบีก็ประกาศการแยกกันอยู่ (Separation) กับภรรยาที่แต่งงานกันมา 24 ปีมีลูกด้วยกัน 4 คน เพื่อไปอยู่กับสาวพนักงานของเพื่อนผู้แทนราษฎร เพราะเธอมีลูกกับเขา และเขายังถูกกล่าวหาว่าไปล่วงละเมิดทางเพศสตรีผู้หนึ่งที่รัฐออสเตรเลียตะวันตก

นายบาร์นาบีให้การปฏิเสธอย่างแข็งขัน แต่เขาได้ยื่นใบลาออกจากหัวหน้าพรรคประชาชาติเมื่อเดือน ก.พ. 2561 และหลุดจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีพร้อมกันด้วย

เชื่อไหมครับว่าในปี 2564 นายบาร์นาบีกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชาติและรองนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง จนกระทั่งนายบาร์นาบีแพ้ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือน พ.ค. 2565 เขาจึงหลุดออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นเขาก็หลุดจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาชาติอีกด้วย

ปัจจุบันนี้นายบาร์นาบียังคงสถานภาพการแยกกันอยู่กับภรรยาของเขาโดยยังไม่การหย่าร้างกัน แต่เขาอาศัยอยู่กับสาวพนักงานของเพื่อนผู้แทนราษฎรแบบคู่ชีวิต (Domestic partnership) ซึ่งชีวิตพิสดารของนาย บานาบี จอยซ์ยังไม่จบนะครับเพราะเขาเพิ่งมีอายุได้ 55 ปีเท่านั้นเอง

นายบาร์นาบี จอยซ์ กับนางสาววิกกี แคมเปียน และลูกชาย 2 คน คือ ด.ช.เซบาสเตียน และ ด.ช.ธอมัส มีท่าทีดีใจระหว่างการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายจอยซ์ โดยมีนายเดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นผู้รับการสาบานตน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงแคนเบอร์รา ของออสเตรเลียSam Mooy/Getty Imagesนายบาร์นาบี จอยซ์ กับนางสาววิกกี แคมเปียน และลูกชาย 2 คน คือ ด.ช.เซบาสเตียน และ ด.ช.ธอมัส มีท่าทีดีใจระหว่างการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายจอยซ์ โดยมีนายเดวิด เฮอร์ลีย์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เป็นผู้รับการสาบานตน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาลในกรุงแคนเบอร์รา ของออสเตรเลีย