พ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาววัย 13 ลูกลงสตอรี่แฉ กลัวท้อง ขอร้องพี่สาวซื้อยาคุมมาให้

พ่อแท้ๆ ข่มขืนลูกสาววัย 13 ลูกลงสตอรี่แฉ กลัวท้อง ขอร้องพี่สาวซื้อยาคุมมาให้
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 30 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่บ้านไม่มีเลขที่หลังหนึ่ง ภายใน ซ.เทศบาล 10 ต.พลา อ.บ้านฉาง จ.ระยอง โดยบ้านนี้พักอาศัยอยู่ด้วยกัน 5 คน ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูกสาว 3 คน ซึ่งปกติ แม่จะออกไปทำงานประจำ ส่วนพ่อ อยู่แบบสันโดษ แยกห้องออกจากตัวบ้าน อยู่ตามลำพัง ไม่ค่อยยุ่งเกี่ยวกับคนในบ้าน จนกระทั่งวันเกิดเหตุ วันที่ 29 มิ.ย. ที่ผ่านมา ไม่มีใครอยู่บ้าน มีเพียง ด.ญ.บี(นามสมมุติ) อายุ 13 ปี อยู่กับพ่อแท้ๆ ตามลำพัง

ช่วงเวลาเกิดเหตุ ด.ญ.บี นอนเล่นอยู่บนที่นอน ในห้องนอนของพี่สาว จู่ๆ พ่อเดินเข้ามาหา นั่งข้างๆ ก่อนจะลงมือข่มขืนลูกสาวตัวเองจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ต่อมา ด.ญ.บี จึงถ่ายรูปคราบอสุจิของพ่อที่เลอะอยู่บนที่นอนไปลงสตอรี่อินสตาแกรม เขียนข้อความว่า โดนพ่อ….กูกลัวท้อง ต่อมามีเพื่อนสนิทมาเห็น จึงทักแชทมาถามเหตุการณ์ ด.ย.บี ไม่กล้าบอกครอบครัว เพื่อนจึงตัดสินใจทักแชทหาพี่สาวคนโต อายุ 26 ปี ของ ด.ญ.บี และเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง

เมื่อพี่สาวทราบข่าว จึงรีบทักแชทมาหาน้องสาว น้องสาวได้ขอร้องวิงวอนให้ซื้อยาคุมมาให้กิน เพราะกลัวจะท้อง พี่สาวจึงเดินทางมาหาน้องพร้อมกับยาคุมฉุกเฉิน เมื่อมาถึงพี่สาวได้พาน้องออกจากบ้าน มาที่บ้านตัวเองเพื่อความปลอดภัย

หลังถามเรื่องราวต่างๆจนทราบเรื่องว่าน้องโดนพ่อข่มขืนจริง และน้องยังเปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรก พ่อข่มขืนมา ตั้งแต่ 10 ขวบ จนถึงปัจจุบัน เมื่อพี่สาวได้ความจริงจากน้อง จึงชวนน้าสาวเดินทางพาน้องสาวไปแจ้งความที่ สภ.บ้านฉาง โดยเดินทางไปถึง สภ.บ้านฉางเวลา 18.00 น.และแจ้งความเสร็จประมาณ 20.00 น.

พี่สาวคนโตต่างมารดาของ ด.ญ.บี ให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า ตนรู้สึกสงสารน้องมากที่ต้องโดนพ่อตัวเองแท้ๆ ข่มขืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเคยเห็นแต่ในข่าว ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดกับครอบครัวของตนเอง

ในฐานะที่ตนเองเป็นพี่สาวจึงขอแจ้งความดำเนินคดีกับพ่อตัวเองให้กฎหมายลงโทษให้ถึงที่สุดกับการกระทำของพ่อในครั้งนี้

ต่อมา น.ส.นพพนา นพพนา เจริญธรรม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดระยอง ได้เปิดเผยในข้อเท็จจริงและการช่วยเหลือ หลังรับแจ้งในกรณีที่พ่อแท้ล่วงละเมิดทางเพศบุตรสาวอายุ 13 ปี โดยลงพื้นที่เกิดเหตุ อ.บ้านฉางจ.ระยอง ซึ่ง มารดาเด็กได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บ้านฉางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 29 มิ.ย. 2565 เวลา 20.00 น. แต่เกรงกลัวบิดาเด็กทำร้าย มารดาและเด็กจึงออกจากบ้านไปอาศัยอยู่กับบ้านยายเด็กในละแวกเดียวกัน

บ้านพักเด็กฯระยอง จึงรีบรุดลงพื้นที่ อ.บ้านฉาง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและช่วยเหลือ สรุปได้ดังนี้

1.ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี ได้ให้ข้อมูลว่า ถูกบิดาแท้ๆ คือ นาย พ. (นามสมมติ) ล่วงละเมิดทางเพศ โดยกระทำเมื่อวันที่ 29 มิ.ย. เวลา 14.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มารดาและพี่สาวไม่อยู่ ไปทำงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้เคยถูกบิดากระทำล่วงละเมิดทางเพศแบบนี้มาแล้ว สองครั้ง คือครั้งแรก เมื่อตอนอายุ 10 ปี เมื่อปี 2562 ในขณะที่มารดาไม่อยู่บ้านช่วงเวลากลางวัน และบิดาได้ข่มขู่ห้ามบอกใครไม่งั้นจะตี ซึ่งเด็กเกรงกลัวมากจึงไม่กล้าบอกใคร

ครั้งที่สอง เมื่ออายุ 11 ปี ปี 2563 ขณะนั้นบิดาเมาสุรา และล่วงละเมิดทางเพศอีกครั้ง ข่มขู่เหมือนเดิม เด็กก็ไม่กล้าบอกใคร จนถึงเมื่อวานนี้ที่มีการกระทำล่วงละเมิดอีกครั้ง เด็กทนไม่ไหว จึงถ่ายภาพที่นอนเปื้อนคราบอสุจิ และโพสต์ลงสตอรี่ว่า โดนพ่อข่มขืนกลัวท้อง เพื่อนสนิทรับทราบจึงได้ทักพูดคุยกับเด็ก เด็กจึงได้เล่าทุกอย่างให้ฟัง และบอกให้เพื่อนบอกพี่สาวของตนเองด้วย

2.มารดาเด็กได้รับทราบเรื่อง จึงได้นำเด็กไปแจ้งความดำเนินคดีกับนาย พ. ซึ่งเป็นบิดาแท้ๆ ของเด็ก ณ สภ.บ้านฉาง อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ได้ดำเนินการตรวจร่างกาย และ สอบปากคำเด็กตามป.วิอาญาฯ แล้ว ในวันที่ 30 มิ.ย.

3.ตำรวจสภ.บ้านฉางเข้าจับกุมบิดาเด็ก ผู้กระทำแล้ว ในเบื้องต้นคดียาเสพติด และตามหมายจับคดีเก่าที่หลบหนีในคดีครอบครองยาเสพติด และจะดำเนินการต่อในคดีล่วงละเมิดทางเพศผู้สืบสันดานต่อไป

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนประวัติครอบครัว ประกอบด้วย บิดาเด็ก (ผู้กระทำ) 46 ปี มารดาเด็ก อายุ 42 ปี พี่สาวคนที่ 1 อายุ 20 ปี พี่สาวคนที่สองอายุ 18 ปี กำลังศึกษาชั้น ม.5 และ ด.ญ.บี อายุ 13 ปี ซึ่งช่วงนี้หยุดเรียนกลางคัน เนื่องจากติดโควิด ช่วงสอบเข้าจบชั้น ป.6 เตรียมเข้าเรียนชั้น ม.1 มารดา ทำอาชีพเป็นแคดดี้รายได้ไม่แน่นอน บิดาเป็นช่างเชื่อม และมีพฤติกรรมใช้ยาเสพติดมาเป็นเวลานาน

ในส่วนของบิดา (ผู้กระทำ)ใช้ยาเสพติดมาโดยตลอด เคยเข้าเรือนจำ 2 ปี และออกมาไม่นานในคดียาเสพติด ชอบใช้ความรุนแรงในครอบครัว เคยตบและเตะเด็ก จึงทำให้บุตรทุกคนหวาดกลัวบิดาและไม่เข้าหาพูดคุยด้วย ความสัมพันธ์ในครอบครัวห่างเหิน มารดาไม่ค่อยมีเวลาดูแลบุตรสาว

ในส่วนของมารดาเด็ก เป็นคนจังหวัดลพบุรี ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่ จ.ระยอง ได้ 20 ปีแล้ว โดยมีเครือญาติอาศัยอยู่บ้านละแวกใกล้เคียง

การให้ความช่วยเหลือ

1.ประสานงานดำเนินการด้านคดีความ ให้คำปรึกษาแก่มารดาและเด็กในขั้นตอนต่างๆด้านกม.
2.นำมารดาและเด็กเข้าสอบปากคำเบื่องต้นที่ สภ.บ้านฉาง
3.นำมารดาและเด็ก เข้าสอบปากคำเด็ก ตามป.วิอาญา ณ สำนักงานอัยการ จ.ระยองในวันที่ 30 มิ.ย.เวลา 14.00น. ทั้งนี้ได้เตรียมความพร้อมของเด็ก ก่อนการสอบปากคำและเข้ารับฟังการสิบปากคำดังกล่าวไปพร้อมกับเด็กด้วย
4. เด็กยังมี กังวลและไม่สบายใจอยู่บ้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งได้ประเมินสภาพจิตใจที่รพ.บ้านฉางแล้ว และบ้านพักเด็กฯ ได้ให้คำแนะนำปรึกษา เยียวยาจิตใจเบื้องต้น กับทั้งมารดาและเด็ก และ ให้มารดาดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด สังเกตุพฤติกรรมของเด็ก หากมีความผิดสังเกตุ ให้แจ้งบ้านพักเด็กได้ตลอดเวลา
5. ให้ความช่วยเหลือเรื่องเงินสงเคราะห์ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับเด็ก และการย้ายบ้านเนื่องจากมารดาต้องการให้เด็กเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อไม่ให้คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
6.ประสานงานโรงเรียนเพื่อให้เด็กได้เข้ารับการศึกษาต่อในระดับชั้น ม.1 ต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฉางได้นำตัวนาย พ. พ่อใจโฉดส่งศาลจังหวัดระยองเมื่อช่วงเวลา 15:00 น. ของวันนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป