ฮือไล่ ผอ.โรงเรียน หลังครูสาวผูกคอตาย พบจดหมายสั่งเสียรับไม่ไหวถูกสั่งงานหนัก

ฮือไล่ ผอ.โรงเรียน หลังครูสาวผูกคอตาย พบจดหมายสั่งเสียรับไม่ไหวถูกสั่งงานหนัก
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

นักเรียน-ชาวบ้านนับร้อยคน รวมตัวไล่ ผอ.โรงเรียน หลังพบจดหมายสั่งเสียจากครูสาว ทนไม่ไหวถูกสั่งงานหนัก ปลิดชีพตัวเองดับ

จากกรณี ครูสาว อายุ 42 ปี จากโรงเรียนแห่งหนึ่ง จ.ฉะเชิงเทรา เสียชีวิตจากการผูกคอตัวเองที่บ้านพัก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันนี้ (30 มิ.ย.) น้องชายอายุ 37 ปี ของครูสาว พร้อมนักเรียนและชาวบ้านในพื้นที่ ต.หมอนทอง อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา กว่า 100 คน ออกมารวมตัวกัน ชูป้าย ตะโกนโห่ร้อง เพื่อขับไล่ผู้อำนวยการโรงเรียน หลังเพิ่งมารับตำแหน่งที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ประมาณ 9 เดือน โดยชาวบ้านได้เรียกร้องให้ ผอ.รายนี้ ย้ายออกนอกโรงเรียน ภายใน 24 ชั่วโมง

น้องชายครูสาว เปิดเผยว่า ตนต้องการมาเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้หลานๆ ซึ่งเป็นลูกของพี่สาวของตน หลังทราบสาเหตุจากการผูกคอตายในจดหมายสั่งเสีย ซึ่งเขียนว่า "รักลูกผัว อยากอยู่ด้วยนาน แต่ภาระงานที่ ร.ร.มันเยอะมาก รับไม่ไหว นอนไม่ได้ ทำงานไม่ได้ มาหลายวัน"

ซึ่งหลังทราบความในใจของพี่สาวในจดหมายฉบับนี้ จึงได้สอบถามครูและนักการภารโรงในโรงเรียน จนทราบว่า ผอ.รายนี้ มีพฤติกรรมที่กดดันครูในโรงเรียนหลายๆ เรื่อง จึงอยากให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนถึงพฤติกรรมของ ผอ.รายนี้

ส่วนการเยียวยานั้นก็อยากให้ ผอ.แสดงความรับผิดชอบ เนื่องจากพี่สาวของตนเองเสียชีวิตไป ลูกสาวคนโตที่ต้องรักษาต่อเนื่องในโรงพยาบาล จะไม่สามารถเบิกเงินค่ารักษาได้ ในส่วนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าหลานสาวตนจะรักษาต่อเนื่องได้อย่างไร อีกทั้งเรื่องที่ญาติอยากรู้มากที่สุด คือเรื่องที่ ผอ.ได้พูดกดดันอะไรกับพี่สาวของตนบ้าง จึงทำให้พี่สาวก่อเหตุฆ่าตัวตาย

ด้าน นายเรววัฒน์ อายุ 52 ปี อดีตนักการภารโรงที่เพิ่งลาออกไป เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านที่มากันต้องการให้ ผอ.ย้ายไปอยู่ที่อื่นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ส่วนตัวที่ทำงานกับ ผอ.มา สังเกตเห็นถึงพฤติกรรมที่อยากได้อะไรหรือให้ทำอะไร ก็ต้องเอาให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็จะพูดจาถากถางกดดัน

หรือแม้กระทั่งวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดของตนที่ได้พักผ่อน ก็จะถูก ผอ.โทรศัพท์มาตามให้ไปทำงานที่โรงเรียน นึกอยากจะมาทำอะไรวันหยุดก็จะโทรตาม เมื่อตนไม่มา หรือไม่ปฏิบัติตามในเรื่องอื่นเรื่องใดที่นอกเหนือจากการทำงานก็จะถูก ผอ. พูดจากดดันทุกวิธี จนทำให้ตนเองอยู่ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นภารโรงอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้มานานหลาย 10 ปี

เบื้องต้น นายนิติภูมิ โภชากรณ์ ปลัดอำเภอบางน้ำเปรี้ยว และพ.ต.ท.สราวุธ ศรีรักยิ้ม รอง ผกก. (ป) สภ.บางน้ำเปรี้ยว, นายสุทธิศักดิ์ มะนูรีม และตัวแทนชาวบ้านได้เข้าไปพูดคุยกับครูชำนาญการของโรงเรียน เป็นตัวแทนรับเรื่องจากชาวบ้าน เพื่อส่งต่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ทำการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวต่อไป จากนั้นชาวบ้านได้แยกย้ายเพื่อรอฟังคำตอบ กับเรื่องที่เรียกร้องไป

ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดกับคณะครูโรงเรียนเรียนที่เกิดจากการบริหารงานของผอ.โรงเรียน โดยคณะครูและชาวบ้านได้เขียนไว้ 15 ข้อ ประกอบด้วย

  1. สร้างความกดดันในการทำงานให้กับคณะครู โดยมักจะตามงานถี่ๆ ให้ส่งงานแบบสั่งแล้วจะให้ส่งทันทีทันใด โดยยังไม่ถึงกำหนดส่งงานนั้นๆ เพื่อให้โรงเรียนได้ส่งงานเป็นลำดับต้นๆ สร้างผลงานให้กับตนเองโดยไม่คำนึงถึงผู้ใต้บังคับบัญชา
  2. ชอบทวงงานในไลน์กลุ่ม โดยการประจานและตำหนิคณะครูลงในไลน์กลุ่มของโรงเรียน
  3. ใช้คำพูดที่บั่นทอนจิตใจของผู้ใต้บังคับบัญชา
  4. เบียดบังเวลาส่วนตัวของครู ตามงานหลัง 21.00 น ไม่เว้นแม้แต่ในวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ โดยที่ไม่ได้เป็นงานเร่งด่วน
  5. สร้างความแตกแยกในหมู่คณะ ให้ส่งงานเหมือนการประกวดแข่งขัน
  6. ไม่สร้างขวัญและกำลังใจในการทำงานให้กับคณะครู
  7. ไม่สนับสนุนความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของผู้ใต้บังคับบัญชา เช่นการประเมินทำวิทยฐานะ
  8. ไม่รับฟังเหตุผลของผู้ใต้บังคับบัญชา เช่น ต้องพาสมาชิกในครอบครัวไปรักษาพยาบาลแต่ก็ถูกตำหนิ
  9. ไม่ยอมรับประเพณีของชุมชน เช่นให้ครูมาทำงานในวันหยุด
  10. ให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทำงานหนักในวันที่มีการถือศีลอดของศาสนาอิสลาม
  11. สั่งงานไม่คำนึงถึงสุขภาพของผู้ใต้บังคับบัญชา
  12. ไม่มีคุณธรรมในการบริหารงานในโรงเรียน
  13. ขาดภาวะความเป็นผู้นำ
  14. ชอบตามครูออกจากห้องเรียนในขณะทำการสอน
  15. ไม่มีการกระจายงาน สั่งงานที่หนักเกินไป จนผู้ใต้บังคับบัญชาเกิดความกดดัน