ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่โรงเรียนหอวัง หลังเด็กนักเรียนถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่โรงเรียนหอวัง หลังเด็กนักเรียนถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ตรวจความปลอดภัยโรงเรียนหอวัง พร้อมขอบคุณพนักงานกวาดถนนช่วยเป็นหูเป็นตา สั่งเทศกิจดูแลเฝ้าระวังจุดเสี่ยงเป็นพิเศษ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่โรงเรียนหอวัง เพื่อมาพบกับ พนักงานกวาดถนนหญิง สำนักเขตจตุจักร ซึ่งเป็นผู้เห็นเหตุการณ์เด็กนักเรียนโรงเรียนหอวังถูกจี้ชิงทรัพย์ และตรวจดูสภาพความปลอดภัยถนนหอวัง โดยนายชัชชาติ ได้พูดคุยกับพนักงานทำความสะอาดเพื่อสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งพนักงานทำความสะอาดคนดังกล่าว เล่าให้ฟังว่า วันที่ 27 มิ.ย.ตนเองขี่รถจักรยานยนต์มาทำงาน และเห็นคนร้ายมองตั้งแต่ตนเองขี่รถมาแล้ว และตอนนั้นต้นไม้มันมืด ห้อยลงมาไม่มีไฟส่องสว่าง ตอน 05.30น.ยังมืดอยู่ และตนเองรู้สึกแปลกใจว่าไม่เคยเห็นคนนี้

ขณะที่กำลังจะไปหยิบไม้กวาดมากวาดถนนที่ซอย 17 ก็เห็นคนร้ายเดินมาจากฝั่งถนนวิภาวดี และเข้าไปประกบเด็กนักเรียนที่เดินมาจากหัวถนนหอวังฝั่งพหลโยธิน เห็นเบียดๆน้อง เหมือนบังคับน้อง นึกว่ามีการลวนลามตอนแรกไม่กล้าเข้าไปช่วยเพราะตนเองก็เป็นผู้หญิง เลยขี่รถไปตามหาคนช่วย และมาบอกอาจารย์ในป้อมว่า ให้ไปช่วยหน่อยมีเด็กจะถูกลวนลาม พอออกมา คนร้ายก็วิ่งหนีไปแล้ว เด็กก็วิ่งตาม ตนเองก็เลยขี่มอไซค์ตาม เพื่อดูว่าคนร้ายไปทางไหน แล้ววนกลับมาถามน้องใหม่ว่าเป็นยังไงบ้าง น้องบอกว่าเหมือนเขาเอาปืนมาจี้ผม และเอาเงินไป 100 บาท และน้องก็บอกว่า แจ้งพ่อไปแล้ว และอาจารย์แจ้งตำรวจแล้ว ตำรวจก็มาซึ่งตนเองทำงานมา 3 ปีแล้ว ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ก็รู้สึกแปลกใจ

จากนั้น นายชัชชาติ บอกภายหลังตรวจดูโรงเรียนเบื้องต้น ว่า บริเวณรอบโรงเรียนหอวัง พบว่า มีจุดที่เปลี่ยวหน่อย ที่เดินจากถนนใหญ่เข้ามา คือถนนพหลโยธิน และ เด็กบางคนก็มาโรงเรียนแต่เช้าตี 5 ครึ่ง ซึ่งหอวังก็คงมีการสั่งการ แต่ก็ต้องเน้นดูโรงเรียนของกทม. 437 แห่งเป็นหลัก โดยให้เทศกิจมาช่วยดูบริเวณทางข้ามถนน และจะต้องหารือให้ดูจุดที่มีความเสี่ยงเพิ่มเติม ว่าตรงไหนเป็นจุดที่อับและที่อาจจะก่อให้เกิดอาชญากรรมจะต้องช่วยกันดู ซึ่งได้แจ้งเทศกิจไปแล้วให้มาดูทั้งการจราจรและความปลอดภัยมิติอื่นๆ

รวมถึงคงต้องขอความร่วมมือกับตำรวจเพราะกทม.อาจจะไม่ได้กำลังพลเพียงพอที่จะดูแลทุกโรงเรียน และโดยปกติ โรงเรียนจะอยู่ใกล้ตลาด ใกล้ชุมชน เทศกิจก็ต้องทำหน้าที่แถวนั้นอยู่แล้ว ซึ่งช่วงเช้าและช่วงเย็นก็จะแวะมาดูหน้าโรงเรียนเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจรและความปลอดภัยด้วย 

ทั้งนี้ มองด้วยว่าแต่ละโรงเรียนต้องช่วยดูเรื่องจุดเสี่ยงเพิ่มเติมด้วย เพราะจะเข้าใจว่าเด็กนักเรียนมาถึงกี่โมง เส้นทางไหนที่เด็กเดินกันเป็นประจำ และหากมีปัญหาส่วนไหน ทั้งเรื่องต้นไม้ ไฟส่องสว่าง กล้องCCTV ซึ่งกทม.จะเข้าไปช่วยดำเนินการให้

นายชัชชาติ ยังได้ขอบคุณพนักงานกวาดถนนที่ช่วยกันเฝ้าระวังป้องกันเหตุ และช่วยกันเป็นหูเป็นตา ซึ่งมองว่าควรจะต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา และรีบเข้าไปดำเนินการ หรือแจ้งคุณครู และบอกอีกว่า ในวันนี้จะมีการประชุมทั้ง50เขต ก็คงต้องเน้นว่าให้ช่วยเป็นหูเป็นตา ดูเรื่องความปลออดภัย ซึ่งมีพนักงานกวาดถนน และพนักงานรักษาความสะอาด มีกว่า10,000 ก็คงให้ดูหลายเรื่อง

ทั้งเรื่องความปลอดภัย ไฟส่องสว่างที่ชำรุด ทางม้าลายที่ซีดจาง เหมือนเรามีหูมีตาอยู่ ซึ่งจะเน้นให้ดูในหลายๆมิติ ทั้งเรื่องความปลอดภัย และความไม่ปลอดภัยในมิติอื่นๆและคงไม่ใช่เฉพาะโรงเรียนหอวังแต่จะเอาตรงนี้เป็นบทเรียนและไปขยายผลต่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งกรุงเทพให้ได้

ส่วนโรงเรียนไหนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษหรือไม่นั้น มองว่า ต้องดูพื้นที่ ลักษณะรูปแบบ โดยโรงเรียนหอวังเป็นจุดที่มีความมืด มีการคมนาคมทางเข้าออกหลายทาง คนร้ายอาจจะดูบาดเลาทางหนีได้ แต่ถ้าโรงเรียนที่มีทางเข้าออกทางเดียวก็คงไม่มีความเสี่ยงมากเท่านี้ โดยได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาผู้ว่ากทม. ไปอีกทีว่าโรงเรียนลักษณะแบบไหนที่มีความเสียงก็จะดูแลเป็นพิเศษ โดยในวันนี้ นายชัชชาติ บอกกับนักข่าวว่า ตั้งใจมาหาพนักงานกวาดถนน ที่เป็นคนเห็นเหตุการณ์ และเดินทางมาคนเดียว ขับรถมาเอง ก่อนที่จะกลับออกไปทำภารกิจต่อไป ในเวลา 07.00 น.