มนต์รักล็อกล้อ! สาวร้องสื่อ ตำรวจตีสนิทจนหลงรัก โดนยืมเงินกว่า 1 ล้าน ไม่ได้คืน

มนต์รักล็อกล้อ! สาวร้องสื่อ ตำรวจตีสนิทจนหลงรัก โดนยืมเงินกว่า 1 ล้าน ไม่ได้คืน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

สาววัย 44 ปี ร้องขอความเป็นธรรม ถูกตำรวจจราจรที่มาล็อกล้อตีสนิทจนคบหากัน สุดท้ายถูกหลอกยืมเงิน เอาทรัพย์สินไปจำนำ กว่า 1 ล้านบาท แล้วไม่คืน แฉติดพนัน-ติดยา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (28 มิ.ย.) นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี แม่ค้าย่านหลักสอง เดินทางนำหลักฐานเข้าปรึกษาเพื่อขอความช่วยเหลือกับสื่อมวลชน พร้อมเอกสารสลิปการโอนเงินกว่า 300 ครั้ง ตั๋วจำนำเครื่องเพชร เครื่องทอง มูลค่ารวมกว่า 3 แสนบาท และเอกสารการสนทนาทางไลน์กับตำรวจยศ สิบตำรวจโท งานจราจร ของ สน.แห่งหนึ่ง

หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเดินทางร้องกับหน่วยงานต้นสังกัดหลายหน่วยงานทั้ง สน. และกองบังคับการ รวมถึงจเรตำรวจ แต่กลับได้รับการตอบกลับว่าเป็นโทษวินัยไม่ร้ายแรง และยังไม่ได้รับการชดใช้เกี่ยวกับทรัพย์สินของตนเองที่ถูกนำไปใช้หนี้สินแทนนายตำรวจคนดังกล่าว มูลค่ารวมกันแล้วกว่า 1 ล้านบาท และรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

ผู้เสียหาย ระบุว่า รู้จักกับตำรวจนายนี้เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2563 เนื่องจากจอดรถขายของอยู่ย่านหลักสอง จึงถูกล็อกล้อรถยนต์ จากนั้นตำรวจนายนี้ได้เข้ามาตีสนิท ก่อนที่จะคบหากันและขอยืมเงินโดยอ้างว่าจะนำไปใช้หนี้พนันออนไลน์

ด้วยความเชื่อใจว่าเป็นตำรวจ จึงโอนเงินไปให้ครั้งละ 3,000 บาท ถึงหลักหมื่นบาท และนายตำรวจคนดังกล่าวได้มาขอยืมอยู่ตลอด รวมจำนวนการโอนประมาณ 2-300 ครั้ง จนตนเองขาดสภาพคล่องด้านการเงิน จึงต้องนำเครื่องเพชร เครื่องทอง ไปจำนำ 13 ครั้ง โดยแต่ละครั้งตำรวจนายนี้จะเป็นคนเข้าไปจำนำ และนำตั๋วจำนำคืนมาให้ ก่อนที่จะเอาเงินไป

กระทั่งเมื่อปีที่แล้วได้ทวงถามขอเงินคืน เพราะต้องการนำเงินไปจ่ายค่าเทอมให้กับลูก แต่ก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด อีกทั้งที่ผ่านมาก็เห็นพฤติกรรมของตำรวจนายนี้เสพยาเสพติด ซึ่งตนเองเคยเห็นทั้งอุปกรณ์การเสพอยู่ในห้อง แต่ไม่มีภาพหลักฐานการเสพของตำรวจนายนี้ เพราะไม่กล้าถ่ายเก็บเอาไว้

นอกจากนั้น ตำรวจนายนี้ยังเคยให้โอนเงินจากบัญชีตัวเองไปให้กับเพื่อนตำรวจใน สน. อีก 5 คน ครั้งละหลักพัน ถึงหลักหมื่นบาท โดยอ้างว่าเป็นส่วนแบ่งจากการล็อกล้อรถ และใช้หนี้ที่ติดไว้ แต่ก็ไม่มีการคืนเงินจำนวนดังกล่าว 

จนเมื่อปลายปี 2564 ได้มีการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดเข้าร้องทุกข์เพื่อขอความช่วยเหลือ กับผู้บังคับบัญชาของกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 และกองบัญชาการตำรวจนครบาล รวมทั้งจเรตำรวจแห่งชาติ

แต่หน่วยบังคับบัญชาได้ลงความเห็นว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนไปตามระเบียบแล้ว และยังเห็นว่าตำรวจนายนี้ยังคงออกมาปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามปกติ ส่วนเงินที่ยืมไปก็ยังไม่ได้คืนแม้แต่บาทเดียว

รวมถึงตนเองยังเคยได้รับหนังสือตอบกลับจากทางผู้บังคับบัญชาของนายตำรวจรายนี้ ว่าผลการรับความผิดของนายตำรวจดังกล่าวมีการระบุชัดเจนว่ามีการเล่นการพนันออนไลน์ และเสพยาไอซ์ แต่ก็ยังสามารถกลับมาปฎิบัติหน้าที่ได้

นอกจากนั้น ยังมีหลักฐานว่าตำรวจนายนี้ได้นำรถบรรทุกมาขนของใช้ที่อยู่ในบ้านบางส่วนไปตกแต่งที่บ้านของตัวเองในจังหวัดสกลนคร โดยอ้างว่าเป็นการซื้อขาย แต่ไม่มีการทำสัญญา หรือจ่ายเงิน และมีชีวิตที่สุขสบาย

ซึ่งก็ต่างกับตัวเองที่ต้องมาแบกรับหนี้สินของที่ตำรวจนายนี้ได้ทำเอาไว้ และอยากขอให้ออกมารับผิดชอบกับการกระทำของตัวเอง และอยากให้ผู้บังคับบัญชาลงโทษตำรวจนายนี้ ที่มีหลักฐานพบว่ากระทำผิดดังกล่าว