“ส.ส.เต้” พร้อมพา “บังแจ็ค” กลับไทย เผยมีคนสนิทก๊วนเรือนำเงิน 15 ล้านวางหน้าบ้าน

“ส.ส.เต้” พร้อมพา “บังแจ็ค” กลับไทย เผยมีคนสนิทก๊วนเรือนำเงิน 15 ล้านวางหน้าบ้าน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

“ส.ส.เต้” พร้อมพา “บังแจ็ค” กลับไทย แฉมีคนสนิทก๊วนเรือนำเงิน 15 ล้านวางหน้าบ้าน ลั่นมีไม่ถึง 5 พันล้าน ไม่ต้องมาคุยกัน

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 นางภนิดา ศิระยุทธโยธิน เเม่ของเเตงโม กล่าวถึงกรณีที่โทรศัพท์มือถือของเเตงโม ที่อยู่กับบังเเจ็ค ซึ่งได้ติดต่อกับบังเเจ็คแล้ว โดยบังเเจ็ครับปากว่าจะส่งโทรศัพท์กลับมาให้ เเต่ไม่ได้ส่งมาให้เเม่ ส่วนจะส่งไปให้ใครขอเก็บเป็นความลับ เนื่องจากเป็นหลักฐานสำคัญทางคดี หากเก็บไว้ที่เเม่ก็เกรงว่าจะสูญหาย อีกทั้งในโทรศัพท์ดังกล่าว ยังมีหลักฐานสำคัญทั้งรูปภาพเเละวีดีโอที่ถูกลบไป ซึ่งบังเเจ็คสามารถกู้คืนกลับมาได้ 100% เเล้ว ซึ่งตนเองได้เห็นหลักฐานบางอย่าง จนพบว่าเเตงโมเสียชีวิตบนบก ไม่ใช่ในน้ำ เเละหลักฐานดังกล่าว เชื่อว่าจะเป็นสิ่งสำคัญที่จะพลิกคดีจากอุบัติเหตุเป็นฆาตกรรม

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าว่าเหตุใดเจึงเชื่อใจบังเเจ็ค เเม่แตงโมได้ถามกลับสื่อมวลชน ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ มีใครเคยคุยกับบังเเจ็ค หรือมีใครเคยเจอบังเเจ็คบ้างหรือไม่ ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินใครถ้ายังไม่ได้สัมผัสกับ ตัวเเม่เองตอนเเรกก็ยังไม่เชื่อ จนมีนักข่าวคนหนึ่งเเนะนำให้ลองคุยดู เพราะบังเเจ็คมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย หลังจากนั้นก็ได้พูดคุยมาระยะหนึ่ง โดยระหว่างการพูดคุย บังเเจ็คได้เสนอช่วยเหลือทางด้านการเงินกับเเม่ พร้อมเสนอที่ดินจำนวน 6 ไร่ ย่านสนามบินดอนเมืองให้กับเเม่ เนื่องจากเห็นใจ เเต่เเม่ก็ได้ปฏิเสธไป ซึ่งจากการที่ตนได้สัมผัส เชื่อว่าบังเเจ็คเป็นคนดี ส่วนวีรกรรมต่าง ๆ ที่ผ่านมา ตนเองก็เคยรับทราบมาบ้าง เเต่ก็เกิดขึ้นมา 5 – 6 ปี เเล้ว จึงไม่อยากนำเรื่องในอดีตมารวมกับเรื่องนี้ ยืนยันว่าตนเองจัดสินใจถูกต้องเเล้ว ที่ส่งโทรศัพท์มือถือไปให้กับบังเเจ็ค

นางภนิดา ยังกล่าวถึงเรื่องคดีด้วยว่า หลังจากนี้จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ โดยจะให้ความร่วมมือกับทีมงานของ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือส.ส.เต้ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ในฐานะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ เเละนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ส่วนตัวมีความสบายใจขึ้น เพราะทีมงานนี้มีการทำงานเป็นทีม เชื่อว่ามาถูกทางเเล้ว อีกทั้งยังมีผู้นำทีมที่ดี มีความฉลาด อารมณ์ดี มีความเป็นผู้นำสูง ไม่พูดมาก ซึ่งเเม่ไม่เคยเจอคนเเบบนี้มาก่อน จึงเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยเหลือทางคดีได้

ด้าน นายมงคลกิตติ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องโพสต์เตือนหลายคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์บังเเจ็ค ตนอยากเตือนว่าก่อนจะว่าคนอื่นเป็นมิจฉาชีพ มองตัวเองหรือยัง เพราะต้องถือว่าบังเเจ็คเป็นคนกล้ากู้ข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ เเต่ตนจำเป็นต้องออกมาพูด เพราะตนต้องปกป้อง เพราะถือว่าบังเเจ็ค เป็นผู้ตรวจสอบวัตถุพยาน เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่มีใครกล้ากู้ข้อมูลให้เเม่ เเม่จึงมั่นใจส่งมือถือให้บังเเจ็ค อีกทั้งจะให้ความคุ้มครองบังเเจ็ค ในฐานะเป็นพยานในชั้นศาล หากบังเเจ็คเดินทางกลับมาประเทศไทย ก็จะดูเเล รวมถึงประกันตัวในคดีที่บังเเจ็คเเจ้งความดำเนินคดี จนกว่าจะพ้นการเป็นพยานในชั้นศาลของคดีเเตงโม

สำหรับสิ่งที่ตนโพสต์ในวันนี้ เป็นลักษณะเหมือนโพสต์เตือน หวังว่าพฤติกรรมของทนายความบางคน ที่ออกมาให้ข่าวเกี่ยวกับคดีของเเตงโม หากยังทำพฤติกรรมดังกล่าวอยู่ ก็จะไม่ปล่อยผ่าน ส่วนสาเหตุที่ลบโพสต์ไป เนื่องจากเป็นเพียงการโพสต์เตือนเท่านั้น เเละได้ปรึกษากับนายอัจฉริยะ เนื่องจากเนื้อหามีการพาดพิงถึงสื่อ ยืนยันจะไม่มีการฟ้องสื่อ เพราะสื่อถือเป็นกลาง เเละเป็นพยานได้

นายมงคลกิตติ์ ยังกล่าวอีกว่า ส่วนตัวได้พูดคุยกับ “หนุ่ม กรรชัย” เเล้ว ไม่ได้มีปัญหาใด ๆ เเละจะไม่ฟ้องร้อง เเละตนยังมีความสามารถเคลียร์คดีให้ “หนุ่ม กรรชัย” ได้ด้วย

ทั้งนี้ นายมงคลกิตติ์ ยังอ้างว่า ก่อนหน้านี้ช่วงที่ตนลงพื้นที่สืบหาพยานหลักฐานในคดีเเตงโม มีคนสนิทของหนึ่งในเเก๊งเรือสปีดโบ๊ท ติดต่อตนมา โดยบอกว่าจะนำเงินมาวางไว้ให้ที่หน้าบ้านจำนวน 15 ล้านบาท ตนมองว่าน้อยเกินไป มีไม่ถึง 5 พันล้านบาท ไม่ต้องมาคุยกัน