ชื่นชม หนุ่มขับแกร็บช่วยยายนอนจมกองเลือด นอนรอความช่วยเหลือ จนเลือดแข็งตัว

ชื่นชม หนุ่มขับแกร็บช่วยยายนอนจมกองเลือด นอนรอความช่วยเหลือ จนเลือดแข็งตัว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เปิดใจ หนุ่มขับแกร็บเข้าช่วยเหลือยายนอนจมกองเลือด จนกระทั่งถูกนำตัวส่ง รพ. ล่าสุด อาการปลอดภัยแล้ว

จากกรณี เฟซบุ๊กแฟนเพจ เจ๊ม้อยv+ ได้นำเสนอคลิปวอดีเรื่องราวของแกร็บหนุ่มที่ขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพลเมืองดีเข้าช่วยหญิงสูงวัยที่นอนจมกองเลือด เหตุเกิดบริเวณแยกไฟแดงเขางู ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี เบื้องต้น โทรแจ้ง 1669 เจ้าหน้าที่มารับตัวคุณยายไป รพ. แล้ว ส่วนอาหารก็ไปส่งลูกค้าเรียบร้อย

 

ล่าสุด วันนี้ (25 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมกับพูดคุยกับเจ้าของคลิปเหตุการณ์ดังกล่าว คือ นายนันทนัช ฤทธิ์สำอางค์ อายุ 30 ปี พักอาศัยอยู่ที่บริเวณอุทยานหินเขางู และมีอาชีพขับแกร็บส่งอาหา

นายนันทนัช หนุ่มแกร็บพลเมืองดี เล่าเปิดใจกับทีมข่าวถึงเหตุการณ์ที่ปรากฏตามคลิปดังกล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 09.12 น. ของเมื่อวานนี้ (24 พ.ค.) ตนได้วิ่งแกร็บเพื่อบริการรับอาหารตามปกติ และในช่วงเวลานั้นมีออเดอร์มาจากลูกค้า ซึ่งกำลังจะวิ่งไปรับที่บริเวณเลยที่ทำการเทศบาลตำบลเขางู

และขับขี่รถจักรยานยนต์มาจนถึงบริเวณสี่แยกไฟแดงจุดดังกล่าว ซึ่งเป็นสี่แยก เข้าอุทยานหินเขางู เทศบาล ซอย 7 จังหวะที่ตนเองมองเหลือบมาทางด้านซ้ายมือ เห็นมีคุณยายนอนอยู่ แต่ตอนแรกที่เห็นคิดว่าเป็นพวกที่นอนตามข้างทาง หรือ คนเร่ร่อนทั่วไป

แต่ที่เห็นคือ คุณยายกวักมือเรียก ตนก็เลยพยายามจ้องดูว่าเขาต้องการอะไรหรือเปล่า เนื่องจากตนใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบ ทีนี้มองเห็นลักษณะเหมือนก้อนเลือด ที่ไหลมาเป็นทาง ก็เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้ามา พอเลี้ยวเข้ามาถึงเห็นคุณยายเลือดไหลค่อนข้างเยอะ จากนั้นจึงรีบโทรแจ้ง 1669 ทันที

ตอนที่สอบถามทางคุณยาย ตัวคุณยายให้ข้อมูลอะไรไม่ได้ ก็เลยบอกแค่ว่าให้คุณยายนอนนิ่งๆ ก่อนเพราะเจ้าหน้าที่กำลังเข้ามา โดยในตอนนั้นตนก็ไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะติดที่กลัวในเรื่องโควิด-19 จึงรอเจ้าหน้าที่ของทางมูลนิธิที่ต้องใส่ชุดแบบ PPE เพื่อป้องกันโควิด-19 ด้วยมาช่วยเหลือ

ส่วนเรื่องข้อมูลจากการสอบถามคุณยาย ไม่ทราบเลยแค่แกบอกไม่อยากจะลุกขึ้นอย่างเดียว และพูดก็ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย ในส่วนบาดแผลตนก็ไม่เห็นโดยตรงแต่เห็นเลือดอยู่บริเวณที่ศีรษะด้านหลังเพราะเลือดค่อนข้างแข็งตัวแล้ว แต่จากที่เจ้าหน้าที่บอกจะมีบาดแผลแตกที่หลังศีรษะด้านขวา

สำหรับในเรื่องของเป็นอุบัติเหตุ หรือ โดนทำร้ายนั้น ตนคิดว่าน่าจะเป็นในเรื่องของอุบัติเหตุ เพราะตอนที่เจอไม่มีใครเลย ร้านก็ยังไม่เปิด และที่บริเวณเชิงบันใดบริเวณขั้นที่ 2 มีรอยกองเลือดอยู่ประมาณนิดหนึ่งไม่เยอะมาก และที่บริเวณพื้นบ้านบนมีถุงกับข้าวคาดว่าน่าจะเป็นของคุณยาย และไม่รู้ข้อมูลว่าคุณยายเป็นใครมาจากที่ไหน

นายนันทนัช กล่าวต่อว่า ตอนนี้ตนก็พยายามติดต่อกับทางคุณยายอยู่ เพราะอยากทราบถึงอาการและมีคนจากโลกโซเชียลสอบถามกันเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะติดต่อได้ทางไหนเหมือนกัน เพราะหลังจากที่เจ้าหน้าที่มาได้ซักพักตนก็ต้องรีบไปเอาออเดอร์ที่ลูกค้าสั่งด้วย ต้องรีบไปรับอาหารและรีบไปส่งให้กับทางลูกค้า

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ 1669 ที่มารับคุณยายผู้บาดเจ็บ ส่ง โรงพยาบาล คือ นายพงส์ศักดิ์ ชุ่มปรีชา อายุ 48 ปี เป็นเจ้าหน้าที่ พนักงานดับเพลิง และเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลรถกู้ชีพกู้ภัยของเทศบาลตำบลเขางู เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า

เมื่อช่วงเกิดเหตุตนกำลังเข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ได้รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีว่ามีคุณยายได้รับอุบัติเหตุนอนจมกองเลือดที่บริเวณหน้าร้านโทรศัพท์ ทางเข้าอุทยานหินเขางู ตนจึงรีบเดินทางไปทันที เนื่องจากอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ เวลาที่รับแจ้งประมาณ 09.15 น.

เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุพบเป็นหญิงสูงวัยอายุประมาณ 50 ปี นอนในสภาพตะแคงข้างและมีคราบเลือดไหลออกจากที่ศีรษะออกมาที่พื้นที่เป็นทางยาว และมีสภาพที่เข็งตัว คาดว่าจะได้ประสบเหตุมาหลายชั่วโมง

ตนจึงได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบว่ามีบาดแผล 3 – 4 แผล พบที่บริเวณกลางกระหม่อม และที่ท้ายทอย และรีบนำส่งห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลราชบุรีทันที เพราะคุณยายเสียเลือดไปจำนวนมาก และในตัวไม่พบหลักฐานใดๆ นอกจากสมุดบัญชีเงินฝากของธนาคารออมสินเล่มเดียว

แต่จากการสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บทราบว่า แกจะเดินขึ้นไปนั่งอยู่บริเวณพื้นชั้นบนของร้านโทรศัพท์ และเกิดลื่นตกลงมาศีรษะฟาดกับขอบบันไดทางขึ้น ไม่ได้เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ส่วนคุณยายเป็นคนที่ไหนไม่สามารถสื่อสารได้เลย เพียงแค่บอกว่าอยู่เขางู และจำอะไรไม่ได้เลย ให้การไม่รู้เรื่องว่าเป็นใครมาจากไหน

ด้าน นางณัฐธิชา อายุ 60 ปี เป็น อสม. และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเขางู เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากการเห็นรูปที่ผู้สื่อข่าวได้นำมาให้ดู ทราบว่าคือ นางเล็ก (สงวนนามสกุล) อายุ 78 ปี มีรูปร่างท้วมและหลังค่อมมาก มีลูกทั้งหมด 6 คน และมีโรคอาการหลงลืมเป็นบางครั้ง แต่ยังจำความได้ดี

และมีอาชีพค้าขาย จะซื้อของมาให้คนในหมู่บ้านเชื่อ แต่ก็เพิ่งจะหยุดทำได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เดิมที่หมู่บ้านแต่ออกไปมีครอบครัวและไปอาศัยอยู่ที่ ตำบลน้ำพุ อ.เมืองราชบุรี หรือ อำเภอจอมบึง เท่าที่ทราบข้อมูล ส่วนลูกๆ ก็แยกย้ายกันไปมีครอบครัวกันหมด

นางณัฐธิชา เล่าต่อว่า ลูกๆ ของคุณยายก็ดูแลไม่ทอดทิ้ง โดยเฉพาะลูกคนที่ 3 และคนที่ 4 ซึ่งอยู่ที่หมู่บ้านนี้ คุณยายเล็กแกก็จะมาประจำ ขี่รถจักรยานยนต์มาขายของเป็นที่รู้จักดีของคนในหมู่บ้านดี คุณยายชอบไปทวงเงินที่ขายของ ทวงผิดคนบ้างถูกคนบ้าง

นอกจากนี้ แกยังชอบไปอยู่ตามสถานที่ต่างๆ เจอคนที่เข้ามาช่วยก็ชอบบอกว่าลูกไล่ออกจากบ้าน ไม่ให้อยู่บ้าน โดยตนเองและลูกๆ ของยายเล็ก รับสายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และผู้ที่พบเห็นเป็นประจำ เพราะด้วยอาการหลงลืมของแก และชอบน้อยใจลูกๆ ทั้งๆ ที่ลูกสาวให้มาอยู่บ้านแกก็จะโวยวายและก็ออกไปอยู่ที่อื่น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ยายเล็กแกกลับมาอยู่กับลูกสาวคนที่ 3 พอมาถึงบ้านก็ไม่ยอมอยู่บอกไม่อยากนอนทับที่คนตาย ลูกสาวคนที่ 3 แกก็เลยพาไปส่งบ้านลูกสาวคนที่ 4 อยู่ได้เพียงวันเดียวก็มีโทรศัพท์จากทางตำรวจว่า พบยายนอนเร่ร่อนอยู่ และถูกส่งไปอยู่บ้านพักเด็กและคนไร้ที่พึ่งของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเจ้าหน้าที่บอกว่าให้นอนที่ศูนย์ 1 คืนและให้ทางลูกสาวมารับกลับไป

จนกระทั่งมาทราบข่าวว่าไปประสบอุบัติเหตุตามที่ปรากฏในคลิปดังกล่าว ตอนนี้ก็ได้แจ้งให้ลูกสาวแกทราบแล้ว และจะไปดูที่โรงพยาบาล พร้อมทั้งมาหาทางที่จะดูแลกันไป และฝากขอบคุณน้องแกร๊ปที่ให้การช่วยเหลือคุณยาย

นางณัฐธิชา กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนอยากขอให้สังคมเข้าใจทางครอบครัวของทางคุณยายเล็กโดยเฉพาะลูกสาวที่ให้การลูกแลอยู่ หากไปพบคุณยายไปอยู่ตามสถานที่ต่างๆ พากพบก็ขอให้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือทางผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 ต.เกาะพลับพลา หรือที่ตนเอง