รวบหนุ่มทวงหนี้โหด จิกหัวตบลูกหนี้สาว ถีบจนร่างกระเด็น

รวบหนุ่มทวงหนี้โหด จิกหัวตบลูกหนี้สาว ถีบจนร่างกระเด็น
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีที่โลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิปภาพเหตุการณ์ชายคนหนึ่งใช้กำลังตบตี จิกผม และใช้เท้าถีบหญิงสาวคนหนึ่ง โดยที่หญิงสาวคนดังกล่าวไม่ได้ต่อสู้อะไร และเมื่อฟังจับใจความภาพในคลิปทราบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการติดตามทวงหนี้ โดยหญิงสาวรายดังกล่าวไม่ยอมจ่ายชำระหนี้ให้กับชายในคลิป จนทำให้ชายที่เป็นเจ้าหนี้ลงมือทำร้ายร่างกายหญิงสาวคนดังกล่าว 

โดยเมื่อช่วงเย็นวานนี้ (24 พฤษภาคม 2565) ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา นำโดย พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย พ.ต.ท.มณฑล หงส์กลาง รองผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา และชุดสืบสวน สภ.หินดาด ได้นำหมายศาลเข้าจับกุมตัว นายศุภชัย โฝงสูงเนิน หรือ เต้ย อายุ 29 ปี เจ้าหนี้โหดที่ก่อเหตุตามคลิป และนำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านพักของนายศุภชัย ซึ่งจากการตรวจค้นพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยเงินกู้จำนวนมาก อาทิเช่น หนังสือสัญญาเงินกู้ โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร และบัญชีรายชื่อลูกหนี้ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน เบื้องต้นนายศุภชัยให้การรับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามหมายจับ และเป็นบุคคลเดียวกับที่กระทำการในคลิปจริง แต่ไม่ขอให้การในรายละเอียด และขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งดำเนินคดีนายศุภชัยเจ้าหนี้โหด 3 ข้อหา ประกอบด้วย ข้อหาให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด, ทวงถามหนี้ในลักษณะข่มขู่ ใช้ความรุนแรง และทำร้ายร่างกายผู้อื่น

ทั้งนี้เหตุการณ์ทวงหนี้โหดดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 ที่บริเวณลานตากสินค้าทางเกษตรกรรมบ้านปราสาท หมู่ที่ 14 ต.หินดาด อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา โดยมีคลิปภาพเหตุการณ์ถูกแชร์ในโลกโซเชียล เป็นภาพนายศุภชัยเจ้าหนี้โหดใช้กำลังตบตี จิกผม และใช้เท้าถีบหญิงสาวลูกหนี้ โดยที่หญิงสาวลูกหนี้ไม่ได้ต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากคลิปภาพดังกล่าวแพร่กระจายออกไป ได้มีคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันเป็นจำนวนมาก โดยหลังเกิดเหตุหญิงสาวผู้เสียหาย วัย 23 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หินดาด เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายศุภชัยผู้ก่อเหตุ จนกระทั่งตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.คเชนท์ เสตะปุตตะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ในช่วงนี้ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็มักจะพบมีบุคคลนำใบปลิวหรือนามบัตร แนะนำการกู้ยืมเงินนอกระบบไปทิ้งไว้ตามป้ายรถเมล์ หรือในตลาด เพื่อหลอกให้ผู้ที่กำลังได้รับความเดือดร้อน ไปกู้ยืมเงินดอกเบี้ยแพงเกินกว่ากฎหมายที่กำหนด ซึ่งทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา ก็พยายามปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ใช้วิธีทวงหนี้โหด หากประชาชนพบเห็นก็สามารถโทรศัพท์แจ้งได้ที่เบอร์ 1599 หรือ 191 ซึ่งจะจัดเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน เนื่องจากถือว่าเป็นภัยต่อสังคม ทางตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด นอกจากนี้ยังได้ประสานงานกับนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งมีโครงการ “ผู้ว่าวิเชียร ช่วยได้” เบอร์ 1300 โดยจะมีการช่วยเหลือด้านอาชีพให้กับพี่น้องประชาชน ให้สามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นได้ต่อไป