LIVE REAL เล่าเรื่องจริงจากสายตา “สื่อภาคประชาชน”

LIVE REAL เล่าเรื่องจริงจากสายตา “สื่อภาคประชาชน”

Highlight

  • แอดมินนินจา จากเพจ LIVE REAL เปลี่ยนความเดือดดาลที่เห็นเจ้าหน้าที่รัฐทำร้ายประชาชนในพื้นที่ชุมนุม ให้เป็นการทำหน้าที่สื่อมวลชนที่มุ่งจะนำเสนอความจริงให้คนทั่วไปได้รับชม 
  • แอดมินนินจาย้ำชัดว่า สื่อมวลชนต้องรายงานสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่นำตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงทัศนคติส่วนตัว
  • ตราบใดที่องค์กรสื่อยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ไม่มีทางเลยที่สื่อมวลชนจะสามารถใช้คำว่าอิสระได้อย่างเต็มปาก
  • แม้จะต้องเผชิญการคุกคามจากภาครัฐ แต่แอดมินนินจาก็เลือกที่จะแลกความสุขส่วนตัว เพื่อทำให้บ้านเมืองและผู้คนได้มีชีวิตที่ควรจะมี ควรจะเป็น

ท่ามกลางหมอกควันแก๊สน้ำตาและเสียงประทัดในระหว่างการปะทะของเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชน “แอดมินนินจา” จากเฟสบุ๊กแฟนเพจ LIVE REAL ยังคงยืนหยัดทำหน้าที่ “สื่อมวลชน” เพื่อนำเสนอเหตุการณ์จริงในพื้นที่ชุมนุมให้คนทั่วไปได้รับชมอย่างแข็งขัน แต่ในฐานะ “สื่อภาคประชาชน” ที่ไม่มีสำนักข่าวหรือหน่วยงานรองรับ ก็ทำให้เขาต้องเผชิญกับการถูกเลือกปฏิบัติและถูกคุกคามจากภาครัฐบ่อยครั้ง นี่คือเรื่องราวของประชาชนคนหนึ่งที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อทำหน้าที่นำเสนอ “ความจริง” ที่เกิดขึ้นในสังคม โดยหวังว่าจะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศนี้ได้บ้าง 

จาก “ประชาชน” สู่ “สื่อภาคประชาชน” 

Sanook พบกับ “แอดมินนินจา” ชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมหมวกไหมพรมปิดคลุมใบหน้า พร้อมกับกล้องถ่ายรูปและโทรศัพท์มือถือ  ในงานรำลึก 12 ปี การจากไปของพลตรีขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ณ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อดีตช่างภาพอิสระคนนี้เล่าว่า เขาตัดสินใจมาสวมบทบาทสื่อมวลชน หลังจากเห็นเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนกว่า 20 นาย รุมกระทืบเด็กคนหนึ่งที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่แยกดินแดง แต่เขากลับไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย 

มันคือความเดือดดาลที่ทำให้ผมมีวันนี้ มันคือความอยุติธรรม และความต้องการให้ทุกสิ่งอยู่ในครรลองคลองธรรม มันเลยทำให้ผมตัดสินใจทำหน้าที่นี้” แอดมินนินจากล่าว 

หลังจากสถานการณ์ในพื้นที่ชุมนุมเริ่มยกระดับความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการกระทำของเจ้าที่รัฐที่เกินกว่าหลักสากล การถ่ายรูปที่เป็นงานอดิเรก จึงเปลี่ยนเป็นการทำหน้าที่ “ผู้บันทึก” เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นหลักฐานในการเชิดชูผู้กระทำชอบ และเป็นการประณามผู้กระทำมิชอบ ซึ่งเขาเลือกที่จะใช้รูปแบบการไลฟ์สดในเฟสบุ๊กสำหรับการนำเสนอเรื่องราวในพื้นที่ชุมนุม เพราะ “การไลฟ์สดโกหกไม่ได้” 

“สถานการณ์มันไม่สามารถเล่าได้ด้วยภาพเพียงอย่างเดียว มันเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีภาพเคลื่อนไหว และการไลฟ์โกหกไม่ได้ มันคือความเรียล ก็เลยได้ชื่อว่า LIVE REAL” แอดมินนินจาเล่า 

“เราไม่สามารถคาดเดาเหตุการณ์ได้เลย ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น อย่างมีครั้งหนึ่ง ป้าเป้าถอดเสื้อผ้าทั้งหมดออก ซึ่งผมอยู่ข้างหน้าพอดี หรือเป็นแนวปะทะที่เจ้าหน้าที่เอาโล่ดันนักศึกษา แล้วผมอยู่ตรงกลาง มันไม่สามารถคาดเดาอะไรได้ เพียงแค่นำเสนอสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพื่อให้สังคมได้เห็นและได้ตัดสินด้วยสิ่งที่เขาเห็นอย่างตรงไปตรงมา” 

สื่อมวลชนที่ดีในพื้นที่ชุมนุม 

“ผมพยายามทำตามหลักเกณฑ์และหลักการของการเป็นสื่อมวลชนที่ดี เรียกว่าอยู่ในสิ่งที่ควรจะทำ และศึกษาสิ่งที่ไม่ควรจะทำ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่ ๆ สื่อมวลชนที่เขารายงานสถานการณ์อยู่” แอดมินนินจาชี้ 

ในสถานการณ์ที่มีการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองอย่างชัดเจนดังเช่นในปัจจุบัน แอดมินนินจาย้ำชัดว่า สื่อมวลชนต้องรายงานสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมา ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่นำตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงทัศนคติส่วนตัว นี่คือสิ่งที่เขาพยายามทำเพื่อให้ผู้คนในสังคม ไม่ว่าจะมีทัศนคติทางการเมืองฝ่ายไหน สามารถเข้ามารับชมไลฟ์ของเขาและใช้วิจารณญาณในการตัดสินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ๆ ได้

ทั้งนี้ เมื่อถามเรื่องทุนทรัพย์ในการทำงานลงพื้นที่ แอดมินนินจาระบุว่า เขาใช้ทุนของตัวเองเป็นหลัก และหลีกเลี่ยงที่จะเปิดรับบริจาค เพราะต้องการทำตามอุดมการณ์ในการนำเสนอความจริงของตัวเอง

“ท่านผู้ชมก็พยายามที่จะสมทบทุนเหมือนกัน แต่ผมไม่เปิดรับบริจาค เพราะด้วยเศรษฐกิจแบบนี้ แล้วผมมีความต้องการว่า เมื่อผมออกไปทำข่าว ผมต้องการทำตามอุดมการณ์ของตัวเองตั้งแต่แรก ผมเลยไม่ต้องการให้เงินหรือทุนทรัพย์ต่าง ๆ เป็นแรงจูงใจในการทำข่าว เพราะถ้าเกิดมีเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง แนวทางหรืออุดมการณ์ของผมอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้ แต่ผมก็มีขายของที่ระลึก ขายเสื้อ หรือไม่ก็ร้องเพลงให้ท่านผู้ชมเข้ามาชม และร่วมคล้องมาลัย ซึ่งมันก็เป็นส่วนที่จะอุ้มชูให้ LIVE REAL เจริญเติบโตขึ้นไปได้” 

เสรีภาพของสื่อมวลชนไทย 

เสรีภาพในการแสดงออกของสื่อมวลชนไทยตกเป็นประเด็นถกเถียงของคนในสังคมมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับแอดมินนินจาแล้ว เขามองว่า ตราบใดที่องค์กรสื่อยังอยู่ภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ไม่มีทางเลยที่สื่อมวลชนจะสามารถใช้คำว่า “อิสระ” ได้อย่างเต็มปาก 

“มันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแสดงให้เห็นว่า เขาเหล่านั้นไม่ได้อยู่ใต้อาณัติของเจ้าหน้าที่รัฐ แล้วออกมาร่วมเรียกร้องกับราษฎร และอยู่ข้างประชาชน” 

“มันไม่ยากเลย แค่รายงานอย่างตรงไปตรงมา แล้วสถานการณ์มันจะบอกเองว่าอะไรคืออะไร ไม่ต้องคิดมาก เรารู้อยู่แล้วว่าวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น เราแค่รายงานตามที่มันเกิดขึ้นเท่านั้น โดยไม่ต้องมีทัศนคติส่วนตัวอะไรเข้าไป ทุกวันนี้ที่ผมรายงานก็คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ฝักฝ่ายใดรู้สึกอย่างไร ก็มาจากทัศนคติของเขา สิ่งที่เขาได้เสพ ข้อมูลต่าง ๆ ที่เขามี จะเปิดใจหรือไม่เปิดใจ อันนั้นเป็นสิทธิของเขา เราเป็นแค่กระจกสะท้อนสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้เขาได้รับชมและรับทราบข้อมูลเท่านั้น” แอดมินนินจาแนะ

ราคาที่ต้องจ่ายของสื่อภาคประชาชน

การตัดสินใจมาทำหน้าที่สื่อมวลชนของแอดมินนินจาได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาอย่างมาก เขาเล่าว่าจากที่เคยเปิดหน้าและใช้ชีวิตอย่างปกติสุข ก็ต้องพยายามหลบซ่อนตัวจากอำนาจมืดที่เข้ามาคุกคามเขาในทุกรูปแบบ  

“มันจำเป็นต้องอุทิศทั้งหมดเพื่อทำหน้าที่ตรงนี้ แล้วผมก็เลือกแล้ว ผมอุทิศทั้งหมดแล้ว ผมยินดีจะเจอกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ขอแค่ทำให้บ้านเมืองและผู้คนได้มีชีวิตที่ควรจะมี ควรจะเป็น” เขาบอก

แอดมินนินจาเล่าว่า ทุกวันนี้ยังคงมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปที่บ้านพักของเขา เพื่อตรวสอบดูยานพาหนะ ตรวจสอบว่าเขายังอยู่บ้านหรือไม่ และมีความพยายามทำให้คนในชุมชนเห็นว่าเขาเป็นบุคคลอันตราย เพื่อกดดันให้ออกนอกพื้นที่ นี่คือสิ่งที่เขาโดนกระทำมาโดยตลอด และไม่ใช่แค่เขาคนเดียวเท่านั้น แต่นักกิจกรรมทางการเมือง ประชาชน และเยาวชนที่ออกมาเรียกร้อง ล้วนแล้วแต่ต้องเผชิญกับการถูกคุกคามแบบนี้เสมอ ซึ่งสำหรับแอดมินนินจาแล้ว นี่คือการลิดรอนสิทธิของประชาชนจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง 

อย่างไรก็ตาม แม้จะต้องเผชิญกับการถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ แต่แอดมินนินจาก็สะท้อนให้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในสังคม นั่นคือความตื่นตัวของคนต่อปัญหาที่ยังมีให้เห็นอยู่ แม้ปัญหาเหล่านี้จะไม่สามารถถูกแก้ไขให้หมดไปได้ภายในหนึ่งหรือสองปี แต่อย่างน้อยคนในสังคมก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่ไม่ถูกต้องได้อย่างกล้าหาญมากขึ้น และเมื่อใดที่สังคมไทยเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง แอดมินนินจาก็พร้อมที่จะวางมือจากบทบาทสื่อมวลชนและกลับไปเป็นประชาชนคนธรรมดาอีกครั้ง 

ผมพร้อมที่จะทิ้งมันได้ทุกเมื่อ เพราะผมไม่ได้ยึดติดกับการที่ผมเป็นแอดมินนินจา หรือ LIVE REAL ผมก็จะกลับไปเป็นคนที่ใช้ชีวิตเหมือนเดิม ก่อนที่ผมจะเป็น ก็จะไปเล่นดนตรี ก็จะไปอยู่กับครอบครัว ก็จะไปเดินถนน ไปตลาด ไปทำในสิ่งที่อยากจะทำ แต่ ณ วันนี้ ผมว่าทุกคนควรจะต้องเสียสละ ที่จะทำให้บ้านเมืองมันมีความสุข มันอยู่ในสิ่งที่ควรจะเป็น ควรจะมี” เขากล่าวทิ้งท้าย