อ้าว! แซน วิศาพัช โต้ข่าวติดโควิด ยืนยันร่วมพิธีฌาปนกิจ แตงโม คุณแม่อนุญาตแล้ว

อ้าว! แซน วิศาพัช โต้ข่าวติดโควิด ยืนยันร่วมพิธีฌาปนกิจ แตงโม คุณแม่อนุญาตแล้ว
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

แซน วิศาพัช เข้าพบพนักงานสอบสวน เผยมีคนชื่อ "แจ็ค" พยายามติดต่อมา ยืนยันไปร่วมพิธีฌาปนกิจแตงโม คุณแม่อนุญาตแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 พ.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น.นายวิศาพัช มโนมัยรัตน์ หรือ แซน อายุ 35 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดีการเสียชีวิตของแตงโม ภัทรธิดา (นิดา) พัชรวีระพงษ์ พร้อมด้วยนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ทนายความส่วนตัว ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ตามคำสั่งของอัยการจังหวัดที่ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องในคดีทั้ง 6 คน เกี่ยวกับพฤติการณ์ให้มีความชัดเจน

โดย แซน วิศาพัช ปฏิเสธว่าตนเองไม่ได้ติดเชื้อไวรัสโควิดตามที่มีข่าวออกไป ก่อนจะขอตัวขึ้นไปพบพนักงานสอบสวนตามที่ได้นัดหมายไว้

หลังจากเข้าให้ปากคำประมาทครึ่งชั่วโมงแล้ว แซน วิศาพัช ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตนไม่ได้ถูกแจ้งข้อหาใดๆ เพิ่มเติม เพียงแต่เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมกับพนักงานสอบสวนเท่านั้น ซึ่งตนยังคงยืนยันให้คำการเดิมทุกอย่าง และขอปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด

ส่วนภาพที่หลุดออกมาในโซเชียลทั้งหมดเป็นภาพที่ถ่ายบนเรือจริง ซึ่งตนไม่ทราบว่าใครเป็นคนนำมาโพสต์และมีวัตถุประสงค์อะไร สำหรับคนที่ปล่อยภาพตนอยากบอกว่ามีอะไรก็รีบๆ ปล่อยออกมาคดีมันจะได้จบๆ ไป ตนเหนื่อยแล้ว ไม่ได้รู้สึกอะไรหรือแปลกใจอะไรกับภาพเหล่านั้น

และในวันที่ 24 พ.ค.นี้ ตนเองจะเดินทางไปร่วมพิธีฌาปนกิจร่างของแตงโมด้วย โดยตนได้พูดคุยและขออนุญาตกับคุณแม่ไปแล้ว ก็แม่ก็อนุญาตให้ตนไปร่วมงานแตงโมได้ ส่วนคนอื่นๆ บนเรือจะไปร่วมงานด้วยหรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบเพราะไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้

แซน วิศาพัช กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ประมาณสักอาทิตย์ที่ผ่านมา ตนได้รับเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามาหาตน พร้อมระบุชื่อว่า แจ็ค ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชัด ซึ่งจึงวางสายทิ้งไปเพราะไม่รู้จักบุคคลชื่อนี้

จากนั้นมาก็จะมีเบอร์โทรศัพท์เบอร์นี้โทรเข้ามาหาตนวันละ 4-5 ครั้งทุกวัน ซึ่งตนก็ไม่รับสาย ก่อนจะมีข้อความจากเบอร์โทรศัพท์ดังกล่าวส่งมาว่า "เป็นเรื่องด่วนนะครับ รบกวนรับสายหน่อย" ซึ่งตนก็ไม่รู้วัตถุประสงค์ว่าเขาต้องการอะไร และตนไม่มีเรื่องอะไรที่ต้องคุยด้วย

แซน วิศาพัช กล่าวอีกว่า เรื่องที่ลุงคนหนึ่งพูดเป็นฉากๆ ว่า มีการใช้มีดกรีดขาบนเรือ รอให้เลือดออกแล้วค่อยนำร่างโยนน้ำนั้น ใครจะไปทำอะไรแบบนั้นได้ยังไง ถ้าเป็นเรื่องจริงคงเป็นลมตกน้ำกันไปแล้ว เพราะแค่ตนเห็นเลือดก็จะเป็นลมแล้ว เรื่องที่พูดๆ กันมามันเป็นหนัง แต่ในชีวิตจริงมันไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น มันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะไปทำอะไรกับใครก็ได้ง่ายดายแบบนั้น

สังคมต้องคิดกันดูนิดนึงอย่าไปเชื่อตามที่เขาบอกมาทั้งหมด ทุกคนคบเป็นเพื่อนกันมาเป็น 10 ปี ใครจะปล่อยให้เพื่อนถูกทำร้ายถูกกรีดขาแล้วนั่งดูเลือดออกแบบนั้นมันโหดร้ายเกินไป ตนอยากถามคนที่คิดเรื่องนี้ว่าเขามีปัญหาหรือปมอะไรในใจหรือเปล่า จึงคิดได้ขนาดนี้เพราะคนอื่นเขาคิดเรื่องแบบนี้ไม่ได้