ผู้เช่ามหาภัยอยู่ 7 ปี สุมขยะเต็มบ้าน ขนเฟอร์นิเจอร์ขายเกลี้ยง ประตู ก๊อกน้ำก็ไม่เหลือ

ผู้เช่ามหาภัยอยู่ 7 ปี สุมขยะเต็มบ้าน ขนเฟอร์นิเจอร์ขายเกลี้ยง ประตู ก๊อกน้ำก็ไม่เหลือ

ผู้เช่ามหาภัยอยู่ 7 ปี สุมขยะเต็มบ้าน ขนเฟอร์นิเจอร์ขายเกลี้ยง ประตู ก๊อกน้ำก็ไม่เหลือ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ผู้เช่าสองผัวเมียสุมขยะเต็มบ้าน ขนเฟอร์นิเจอร์ ถอดประตู ก๊อก พัดลมเพดานเอาไปขายเกลี้ยง ค้างค่าเช่านับแสน ต้องฟ้องศาล 4 ปี ถึงยอมย้ายออก

(16 เม.ย.65) เรื่องราวของเจ้าของบ้านเช่า อยู่ในพื้นที่ อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ถูกผู้เช่าชักดาบ เผ่นหนี ไม่ยอมจ่ายเงินค่าเช่ารายเดือนเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท แถมยังทิ้งขยะกองโตไว้เต็มห้องให้ดูต่างหน้าอีก แต่ที่ต้องช้ำใจคือสภาพบ้านที่เป็นมรดกตกทอด หวังมีผู้เช่าที่ดีช่วยดูแลบ้าน กลับปล่อยบ้านทรุดโทรม ถูกตัดน้ำตัดไฟนานกว่า 4 ปี เจ้าของบ้านรายนี้จึงได้นำเรื่องโพสต์เป็นเครื่องเตือนใจ และไม่คิดว่าตนเองจะโดนเพราะเห็นแต่ในข่าว

เรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ในกลุ่มเฟซบุ๊ก ชื่อ ณ โพธาราม เมื่อวันที่ 15 เม.ย.65 เวลา 19.12 น. โดยผู้ใช้บริการชื่อ “Chommanard Lebkhurt” ได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพใจความว่“ฝากถึงคนมีบ้านให้เช่านะคะ เวลาจะให้ใครเช่าบ้านต้องเช็คประวัติให้ดี สัญญาเช่าต้องมี ขอสำเนาเอกสารให้ครบ...เจอมากับตัวเอง ตอนแรกๆ ก็จ่ายค่าเช่า ต่อมาก็ขอผลัดค่าเช่าไปเรื่อยๆ สุดท้ายคือไม่จ่าย ค่าไฟฟ้าไม่จ่ายโดนตัดไฟ...แจ้งศูนย์ดำรงธรรมเพื่อนัดไกล่เกลี่ยไม่ยอมมา...นัดขึ้นศาลไม่ยอมไป ศาลตัดสินให้ย้ายออกจากบ้านเช่าไม่ยอมออก...กรมบังคับคดีต้องมาถึงบ้านเช่า นำเอกสารมาให้เซ็นต์รับทราบถึงยอมออก... กว่าเรื่องจะจบใช้เวลามากกว่า 2 ปี จ่ายเงินดำเนินการเยอะ...แล้วนี่คือสภาพบ้านเพียงส่วนหนึ่ง ไม่รู้อยู่ได้อย่างไง เคยเห็นแต่ในข่าวไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง...#ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย #คนแย่ๆ ที่ไม่อยากให้อยู่ในโพธาราม #เดี๋ยวก็คงไปทำแบบนี้กับที่บ้านเช่าที่ใหม่ #ได้ข่าวว่าตอนนี้ย้ายไปอยู่บ้านเช่าอีกฝั่งของแม่น้ำ #จากบ้านที่น่าอยู่ กลายเป็นกองขยะ" หลังจากที่โพสต์นี้ถูกแชร์ออกไป มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์ ทราบชื่อคือ น.ส.ชมนาด เล็บครุฑ อายุ 40 ปี ชาวอำเภอโพธาราม เจ้าจองห้องเช่า พร้อมเดินทางไปยังห้องเช่าดังกล่าว เป็นบ้าน 2 ชั้น กึ่งไม้กึ่งปูนเรียงเป็นแถว เลขที่ 17 อยู่ภายในซอยโรงพยาบาล-บ้านฆ้อง 5 เขตเทศบาลเมืองโพธาราม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

ทันทีที่ผู้สื่อข่าวมาถึง คุณชมนาด ได้พาผู้สื่อข่าวเข้าไปดูในตัวบ้าน ผลปรากฏว่าเมื่อไขกุญแจเปิดประตูห้องเข้าไปถึงกับผงะกับกลิ่นเหม็นคละคลุ้งทั่วห้อง เต็มไปด้วยกองขยะ ทั้งเสื้อผ้า ที่นอน หมอน แถมยังมีถุงพลาสติก ขวดน้ำดื่มจำนวนมาก มีเศษดิน ทิ้งไว้กระจายเกลื่อนห้อง จนแทบไม่เหลือทางให้เดิน ไม่เพียงเท่านี้ ตรวจดูในห้องน้ำก็ไม่น้อยหน้า มีสิ่งของเครื่องใช้ที่หมดสภาพแล้วถูกทิ้งไว้เต็มห้อง แถมพวกเฟอร์นิเจอร์ อ่างล้างหน้า ก๊อกน้ำทองเหลือง พัดลมเพดาน ถูกถอดหายไปจนเกลี้ยงไม่เหลือ ส่วนชั้น 2 ยังพบกองขยะอีกจำนวนมาก ทั้งถังน้ำ ขวดน้ำที่ภายในมีฉี่ส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง แต่ที่น่าตกใจคือ พบเข็มฉีดยาที่ถูกใช้แล้ววางไว้ตามจุดต่างๆ ทั้งที่พื้น ใต้บันได ผนังบ้านจำนวนมาก ส่วนไฟฟ้าถูกทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาตัดและยกหม้อไป รวมไปถึงน้ำประปาด้วย

คุณชมนาดเล่าว่า ตนได้บ้านหลังนี้มาจากอาม่าที่มอบมรดกตกทอดมาให้ บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่สะอาดมาก อาม่าจะรักบ้านแม้กระทั่งเศษผมยังไม่มีตกให้เห็นที่พื้น แต่เมื่ออาม่าเสีย ประกอบกับตนต้องไปเรียนและนำงานอยู่ในกรุงเทพ จึงได้ปรึกษากับทางคุณพ่อ ว่าจะปล่อยให้เช่าเพื่อจะได้มีคนมาช่วยดูบ้านจะได้ไม่ทรุดโทรม เพราไม่มีคนอยู่ แรกๆ มีนักศึกษามาเช่าบ้านก็ปกติดี จนกระทั่งนักศึกษาย้ายออกไป ประมาณเมื่อ 7 ปีก่อน ได้มีผู้เช่า เป็น 2 สามีภรรยา ผู้ชายอายุประมาณ 38 ปี และ หญิงอายุประมาณ 23 ปี มีอาชีพค้าขายตามตลาดนัด และ ทำงานในแผนกส่งของที่บริษัทแห่งหนึ่งในอำเภอโพธาราม มาขอเช่าอยู่ ตอนแรกๆ ก็จ่ายค่าเช่าดี จนเข้าสู่ปีที่ 3 เริ่มผลัดค่าเช่าไปเรื่อยๆ สุดท้ายคือไม่จ่าย ตนก็พยายามมาแจ้งให้ออกแต่ทั้ง 2 คนก็ไม่ยอมออก และได้ไปร้องทางศูนย์ดำรงธรรมเพื่อนัดไกล่เกลี่ย ทั้ง 2 คนก็ไม่ยอมมา

จากนั้นตนจึงได้ไปฟ้องร้องต่อศาลที่ราชบุรี ศาลได้นัดทั้ง 2 คนมาขึ้นศาลก็ไม่ยอมไป ศาลตัดสินให้ย้ายออกจากบ้านเช่าแต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมออก ดื้อแพ่งอย่างเดียว ตนจึงได้ไปร้องกรมบังคับคดี โดยเจ้าหน้าที่เดินทางถึงบ้านเช่าที่ทั้ง 2 คนอยู่และนำเอกสารมาให้เซ็นรับทราบ ทั้ง 2 คนจึงยอมออกจากบ้านดังกล่าว โดยตนต้องเสียเวลานานรวม 4 ปีจึงจะให้ทั้ง 2 คนออกจากบ้านได้

คุณชมนาดเล่าด้วยอาการเซ็งว่า หลังจากนี้คงไม่ปล่อยให้เช่าอีกแล้ว ตอนนี้ยังทำอะไรไม่ถูก วันนี้ได้นัดคนมาทำความสะอาด หลังจากที่เก็บกวาดขยะที่มีทั้งหมดออกจากบ้านก็จะต้องสำรวจความเสียหาย และ ต้องประเมินการซ่อมแซม เพราะเสียหายหนักมาก ทั้งหลังคารั่ว ประตูถูกงัด ข้าวของต่างถูกถอด ขโมยไปขายจนหมด ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เงินในการซ่อมแซมอีกเท่าไหร่ ตนเห็นแต่ในข่าวแต่ก็ไม่คิดว่าจะมาเจอกับตัวเอง แบบ “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ตนจึงอยากฝากเตือนคนที่ทำบ้านให้เช่า ก่อนรับคนเช่าต้องตรวจสอบเอกสาร ทำสัญญา และ ดูพฤติกรรมของคนเช่า เพื่อไม่ให้เป็นแบบตนเอง จากบ้านที่น่าอยู่ กลายเป็นกองขยะ ตามที่เห็นในภาพ



ทีมข่าวได้ลองไปพูดคุยกับเพื่อนบ้าน เล่าให้ฟังว่า ตนก็ไม่ค่อยทราบความเป็นอยู่ของทั้ง 2 คนเท่าไหร่ แต่เราเป็นเพื่อนบ้านกันก็มีอะไรก็แบ่งปันกันไป ทำอาหารก็จะตักแบ่งให้ไปทาน ก็เห็นเขาเป็นคนดี ไม่น่าจะมีอะไร หรือเราไม่ค่อยได้ยุ่งเรื่องส่วนตัวกับเขา หลังๆ เขามีลูกก็พาเขาไปคลอดลูก เป็นลูกสาว ก็ใช้ชีวิตอยู่กัน 3 คน จากเดิมที่อยู่กัน 2 คน และหลังๆ มีพ่อมาอยู่ด้วย เรื่องไฟถูกตัด ผู้ใหญ่ก็ใจดีให้เขาต่อไป เราก็รู้อยู่ประมาณนี้ อีกอย่างเราก็ไม่เคยเข้าไปดูในบ้านเขา แต่หลังจากที่เจ้าของบ้านมาเปิดบ้านก็ตกใจไปตามๆ กัน เพราะไม่คิดว่าบ้านจะมีสภาพเป็นแบบนี้ ทั้งสกปรก ไม่รู้ว่าเขาอยู่กันได้อย่างไร ทั้งๆ ที่มีลูกเล็ก   

อัลบั้มภาพ 15 ภาพ

อัลบั้มภาพ 15 ภาพ ของ ผู้เช่ามหาภัยอยู่ 7 ปี สุมขยะเต็มบ้าน ขนเฟอร์นิเจอร์ขายเกลี้ยง ประตู ก๊อกน้ำก็ไม่เหลือ

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook