ลูกชายจี้จับ "ช้าง" เป็นตัวประกัน โวยพ่อแม่ลำเอียง ทั้งที่ได้มรดกมากกว่าพี่น้อง

ลูกชายจี้จับ "ช้าง" เป็นตัวประกัน โวยพ่อแม่ลำเอียง ทั้งที่ได้มรดกมากกว่าพี่น้อง

ลูกชายจี้จับ "ช้าง" เป็นตัวประกัน โวยพ่อแม่ลำเอียง ทั้งที่ได้มรดกมากกว่าพี่น้อง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ลูกชายคนกลางจับช้างเป็นตัวประกัน โวยพ่อแม่แบ่งมรดกลำเอียง ทั้งที่ตัวเองได้ 6 ไร่ พี่น้องได้คนละ 4 ไร่

(7 เม.ย.65)  เกิดเหตุนายไพรวัลย์ อายุ 30 ปี ควาญช้างบ้านสำโรง  ต.กระสัง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์  เมาสุราคลุ้มคลั่งโวยวายถือมีดปลายแหลมบุกเข้าไปจับช้างสีดอ “มาริโอ้” อายุ 12 ปี  ซึ่งเป็นช้างของนายขวัญชัย อายุ 32 ปี พี่ชายแท้ๆ ไปเป็นตัวประกัน  เพื่อต่อรองขอส่วนแบ่งรายได้จากช้างตัวดังกล่าวที่เป็นของพี่ชาย  ทั้งเรียกร้องขอให้ครอบครัวเคลียร์ปัญหาเรื่องที่ดินมรดก ที่พ่อแม่แบ่งให้ทำกินแล้ว 6 ไร่  จากทั้งหมด 37 ไร่ แต่ยังติดปัญหาที่น้าสาวนำโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวซึ่งยังไม่ได้แบ่งแยกออกจากกันไปจำนองกับธนาคารไว้ ประกอบกับนายไพรวัลย์ เพิ่งจะตกงานและมีปัญหากับภรรยา จนเกิดความเครียดสะสม จึงได้ก่อเหตุจับช้างของพี่ชายเป็นตัวประกันเพื่อต่อรอง   

โดยนายไพรวัลย์ ได้นำสีดอมาริโอ้ไปล่ามไว้บริเวณข้างกระท่อมในไร่อ้อย ซึ่งเป็นที่ดินที่พ่อแม่ยกให้  โดยมีชาวบ้านและควาญช้างคนอื่นๆ ที่ทราบข่าวต่างเดินทางไปดูและให้กำลังใจสีดอมาริโอ้ที่ถูกจับไป แต่นายไพรวัลย์ ผู้ที่ก่อเหตุจับช้างไปก็ไม่ได้ทำอันตรายช้างก็ดูแลพาไปกินอาหารและน้ำอย่างดี 

ขณะที่นายขวัญชัย เจ้าของช้างสีดอมาริโอ้  พร้อมภรรยา ก็ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.สตึก  เพื่อให้ตำรวจช่วยติดตามเอาช้างคืน และดำเนินคดีกับน้องชายที่จับช้างไป โดยนายขวัญชัย ยืนยันว่าสีดอมาริโอ้  ขึ้นทะเบียนเป็นชื่อของตัวเองอย่างถูกต้อง  ส่วนน้องชายก็เคยมีช้างที่พ่อแม่ซื้อให้ไว้ทำมาหากินแล้ว 1 เชือก  แต่น้องชายยกให้ภรรยาที่เลิกรากัน แล้วจู่ๆ จะมาเรียกร้องสิทธิ์ส่วนแบ่งจากช้างตัวดังกล่าวอีกซึ่งก็ไม่ถูกต้อง ส่วนที่เรียกร้องเรื่องที่ดินนั้นก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับตนเองเพราะพ่อแม่ก็แบ่งให้ลูกทั้ง 3 คนเหมือนกัน จริงแล้วน้องชายได้มากกว่าคนอื่นด้วยซ้ำ พอตัวเองมีปัญหาภายในครอบครัวและปัญหาที่ตัวเองสร้างขึ้น  แล้วก็มาก่อเหตุจับช้างที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยไปเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองเป็นกระทำที่ไม่ถูกต้อง  จึงได้แจ้งความดำเนินคดี 

เมื่อผู้สื่อข่าวไปสอบถามนายไพรวัลย์ ก็ยอมรับว่า ได้จับช้างของพี่ชายไปจริง แต่ไมได้ทำร้ายช้าง แค่จับมาเพื่อต้องการจะต่อรองพูดคุยกับคนในครอบครัว เรื่องส่วนแบ่งรายได้จากช้างคัวดังกล่าวที่อ้างว่าตัวเองก็มีสิทธิ์ในช้างตัวนี้เหมือนกัน ทั้งอยากให้เคลียร์เรื่องปัญหาที่ดินที่พ่อแม่ยกให้ตนเองแล้ว 6 ไร่  แต่ยังติดปัญหาที่น้าสาวนำโฉนดไปจำนอง ทำให้ตนเองไม่สามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินดังกล่าวได้เต็มที่  โดยเฉพาะตอนนี้ตนเองตกงานก็จำเป็นต้องใช้เงินหมุนเวียนในครอบครัวเหมือนกัน  แต่พอติดจำนองธนาคารก็ไม่สามารถทำอะไรได้   

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สตึก  ก็ได้ลงพื้นที่พาเจ้าของไปเอาช้างสีดอมาริโอ้คืน  พร้อมทั้งได้ไปควบคุมตัวนายไพรวัลย์ ผู้ก่อเหตุที่บ้านเพื่อมาสอบปากคำที่ สภ.สตึก ส่วนจะดำเนินคดีข้อหาอะไรหรือไม่นั้น ต้องรอสอบปากคำคู่กรณีทั้งสองฝ่ายอีกครั้ง

ล่าสุด พนักงานสอบสวน สภ.สตึก จ.บุรีรัมย์  ได้แจ้งข้อหานายไพรวัลย์  2 ข้อหาคือ “ลักทรัพย์ และเสพสารเสพติด(ยาบ้า) เนื่องจาก นายขวัญชัย พี่ชายซึ่งเป็นผู้เสียหายยืนยันเอาผิดตามกฎหมาย   ซึ่งคดีดังกล่าวทางพนักงานสอบสวนก็ไม่ได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน  แต่ขณะนี้ยังไม่มีใครมายื่นขอประกันตัวนายไพรวัลย์แต่อย่างใด    

ส่วนช้างสีดอมาริโอ้ ที่นายไพรวัลย์ จับไปเป็นตัวประกันนั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพาไปนำกลับคืน นายขวัญชัย เจ้าของก็ได้นำไปล่ามไว้ที่บ้านแล้ว

ขณะที่ นายแหล่ อายุ 61 ปี ผู้เป็นพ่อ บอกว่า  รู้สึกเสียใจที่ลูกชายก่อเหตุแบบนี้  ทั้งที่พ่อแม่ก็ให้ลูกทั้ง 3 คนเท่ากัน ที่จริงนายไพรวัลย์ ได้มากกว่าพี่น้อง 2 คนด้วยซ้ำ เพราะช้างเชือกแรกก็ซื้อให้นายไพรวัลย์  ไว้ทำมาหากินแต่ลูกชายกลับยกให้อดีตภรรยาที่เลิกรากันไปแล้ว  ส่วนเรื่องที่ดินพ่อกับแม่ก็แบ่งที่นาให้นายขวัญชัย  ซึ่งเป็นพี่ชายคนโต 4 ไร่  ลูกสาวคนเล็ก 4 ไร่ ส่วนนายไพรวัลย์ แบ่งที่ดินบริเวณไร่อ้อยให้ 6 ไร่  สำหรับช้างสีดอมาริโอ้  แม่เป็นคนไปกู้เงินซื้อมาตั้งใจจะให้ลูกทั้ง 3 คนใช้หากินด้วยกัน แต่นายไพรวัลย์  บอกว่าได้ช้างตัวแรกแล้วจึงสละสิทธิ์ ส่วนน้องสาวคนเล็กก็ยกให้พี่ชายคนโตเป็นคนดูแล กระทั่งนายไพรวัลย์ มีปัญหายกช้างให้อดีตภรรยาไปแล้ว กลับจะมาเรียกร้องสิทธิ์ในช้างตัวดังกล่าวที่เป็นของพี่ชายอีกจึงได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น  ประกอบกับฤทธิ์ของสุราด้วยจึงทำให้ลูกขาดสติก่อเหตุดังกล่าว

ด้าน น.ส.มาดี อายุ 23 ปี  น้องสาวคนเล็ก บอกว่า  ในส่วนของตัวเองไม่ได้เรียกร้องสิทธิ์อะไรตั้งแต่แรกอยู่แล้ว พ่อแม่ให้ที่นาไว้ทำมาหากินก็พอใจแล้ว ส่วนช้างสีดอมาริโอ้ ตนเห็นว่าพี่ชายคนโตเป็นคนเลี้ยงดูพ่อแม่ก็เลยให้พี่ชายดูแล ส่วนพี่ชายคนกลางก็ได้ทั้งช้าง และที่ดินไปแล้ว ก็ไม่คิดว่าจะมาก่อเหตุแบบนี้  ก็เสียใจไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ในครอบครัว สงสารพ่อกับแม่ที่ต้องมาทุกข์ใจกับเรื่องนี้ 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล