"เกรท วรินทร" เปิดหมดใจ #ไอดอลคนโสด เราไม่จำเป็นต้องผูกความสุข...ไว้กับใคร

"เกรท วรินทร" เปิดหมดใจ #ไอดอลคนโสด เราไม่จำเป็นต้องผูกความสุข...ไว้กับใคร

กลายเป็นวลีเด็ดที่ดูเหมือนว่าจะถูกอกถูกใจบรรดาคนโสดอยู่ไม่น้อย สำหรับการพูดถึงมุมมองความรักของพระเอกหนุ่ม เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์ ที่ได้แสดงความคิดเห็นในทำนองว่า "การที่เพื่อนมีแฟน มันไม่ได้จำเป็นว่าเราต้องมีด้วย" หลังจากต้องเจอกับกระแสลุ้นและกระแสเชียร์หนักมาก เนื่องจากเพื่อนๆ ในกลุ่มต่างก็ทยอยมีคนรักจนเกือบจะครบแก๊ง

ซึ่งล่าสุดทีมข่าวบันเทิง Sanook.com ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เกรท วรินทร เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องที่มีหลายคนยกเจ้าตัวเป็น พระเอกไอดอลของคนโสด รวมถึงคอนเทนต์สุดแซ่บในช่วงที่ผ่านมา ที่เรามักจะมีโอกาสได้เห็นเจ้าตัวถอดเสื้อโชว์กล้ามผ่านหน้าจอโทรทัศน์อยู่บ่อยๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ เกรท วรินทร ได้เปิดใจกับเราว่า...

ปีทองของ เกรท วรินทร ละครลงจอยาวต่อเนื่อง และล่าสุดกับเรื่อง ปมเสน่หา ?
“ไม่ทองหรอกพี่ หลังจากนี้ก็ไม่มีแล้ว หมดแล้ว (หัวเราะ) คือรอเปิดเรื่องใหม่อย่างเดียว อาจจะได้เห็นหน้ากันในละครอีกทีก็คือปีหน้าเลย ถ้าถามถึงความรู้สึกก็คือ ไม่ดี ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้ (หัวเราะ) ผมอยากให้มันเว้นระยะสักนิดหนึ่ง คือออนแอร์ต้นปีกับปลายปี ให้มันมีการเว้นระยะเกิดขึ้นสักนิด แต่ถ้ามองในมุมคนดูเขาก็อาจจะหายคิดถึงเรา”

ละครของเราช่วงนี้หลายคนโฟกัสไปที่ซีนถอดเสื้อ เพราะต้องเปลืองตัวบ่อยมาก ?
“มีบ้างครับ มีถอดเสื้อบ้างตามฟีลลิ่งความรู้สึกของตัวละคร แต่ถ้าถามว่าผมต้องเตรียมตัวยังไงเรื่องการดูแลรูปร่าง เอ่อ…เอาจริงๆ เลยนะ ผมยังไม่ค่อยรู้สึกพึงพอใจรูปร่างของตัวเองสักเท่าไหร่ ผมยังคิดว่าจะต้องดูแลตัวเองให้ดีขึ้นอยู่เรื่อยๆ ให้เวลาถอดเสื้อไม่ต้องรู้สึกเขิน ซึ่งก็ต้องค่อยๆ ทำไปเรื่อยๆ ครับ แต่จะไม่เห็นผมอ้วนแน่นอน (หัวเราะ)”

เราทำตารางออกกำลังกายจริงจังเลยด้วย ?
“มีครับ ก็รู้สึกว่าช่วงโควิดมันทำให้ผมมีระเบียบวินัยมากขึ้นทั้งในเรื่องของการกินและการดูแลตัวเอง อย่างเช่นการปั่นจักรยาน ซึ่งผมไม่ได้เน้นว่าจะต้องทำแบบหนัก แต่ผมเน้นทำแบบต่อเนื่องทุกวันมากกว่า รวมถึงการคุมอาหารก็มีบ้างเล็กๆ น้อยๆ คือไม่ทำทุกอย่างแบบหักโหม แต่ทำแบบมีความสุขครับ”

เพราะตั้งใจทุ่มเวลาให้กับการออกกำลังกาย ก็เลยไม่มีโอกาสได้เจอกับสาวๆ ?
“ดูแลตัวเองครับ ไม่ได้ไปออกเดทกับใคร ความเหงาทำอะไรผมไม่ได้หรอก (หัวเราะ) ถามว่าเหงาไหม เอ่อ…คือมันก็มีบ้าง แต่อาจจะเพราะผมเคยชินด้วยแหละ อยู่คนเดียวผมก็มีความสุข ผมเลยไม่ได้รู้สึกว่าถ้าเหงาจะต้องไปหาใคร ชินแล้วครับกับความโสด ชอบ ปลง”

แต่คนก็เชียร์กันเยอะนะ เราไม่ใจอ่อนเลยเหรอ ?
“ผมพูดจริงๆ เลยนะ สำหรับการมีความรัก แค่มีคนเชียร์มันไม่ได้ มันต้องเกิดขึ้นจากตรงนี้ (หัวใจ) แต่ผมก็รู้สึกดีนะครับเวลาที่มีคนเชียร์หรือมีคนให้ความสนใจ เพียงแค่มันต้องเกิดขึ้นจากตรงนี้ (หัวใจ) จริงๆ ก่อน และหลังจากนั้นเราก็ค่อยว่ากัน”

คนโสดหลายๆ คนค่อนข้างชอบที่เราบอกว่า ถึงเพื่อนจะมีแฟน แต่เราก็ไม่จำเป็นจะต้องมีตามเพื่อน ?
“ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ครับ ถึงแม้จะโดนล้อบ้างอะไรบ้างแต่ผมก็เข้าใจได้ เพราะสุดท้ายมันก็ขึ้นอยู่กับเราอยู่ดี ถ้าหากวันหนึ่งผมอยาก เดี๋ยวก็มีเองแหละ เดี๋ยวก็มีได้ (ยิ้ม)”

ถึงขนาดยกให้เราเป็นไอดอลคนโสด ตัวเราเองรู้สึกยังไงบ้าง ?
“คนโสดมาคุยกับผมได้ มาปรึกษาได้ โดยเฉพาะผู้หญิง (หัวเราะ) เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ ผมก็ดีใจนะที่คนมองแบบนั้น แต่ผมอยากเป็นไอดอลทางด้านที่คนเราทุกคนสามารถมีความสุขกับตัวเองได้ โดยที่ไม่เอาไปผูกกับคนอื่นมาก ผมอยากเป็นแบบนั้นมากกว่าครับ ผมรู้สึกแบบนั้นนะ”

การที่มีข่าวว่าเราเป็นหนุ่มโสดบ่อยๆ ทำให้มีสาวๆ เข้ามาหาเรามากขึ้นไหม ?
“ก็ไม่เห็นจะมีใครเข้ามาอะไรเท่าไหร่นะ (หัวเราะ) แต่ก็มีบ้างเวลาที่ถูกแซว ประมาณว่าแบบ ‘คุณแม่มีคนมาช่วยขายทองหรือยัง’, ‘คุณแม่ยังรับลูกสะใภ้อยู่ไหม’ คือมีมาเรื่อยๆ เลยครับ แต่ผมก็รู้สึกขำๆ มากนะ ไม่มีใครเข้ามาแบบจริงจัง ไม่มีเลย”

หรือว่าเป็นเพราะเราไม่พร้อมเปิดสถานะให้กับความรัก ?
“ไม่ขนาดนั้นครับ แต่ถ้าถามว่าผมหวงความโสด หวงชีวิตที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไหม ใช่ครับ คือผมค่อนข้างชัดเจนว่าผมแฮปปี้กับชีวิตแบบนี้ แต่ถ้าวันหนึ่ง ถ้าหากผมต้องมีจริงๆ อันนั้นเราก็ค่อยมาว่ากันในอนาคตครับ”

ทางคุณแม่ท่านมีฟีดแบคยังไงบ้างกับเรื่องนี้ ?
“ถ้าเรื่องที่โพสต์ (หัวเราะ) อันนี้ก็เป็นหนึ่งในการตลาดของน้องผมครับ เพราะไม่ได้มีการเปิดให้สมัครจริงๆ เนื่องจากสุดท้ายแล้วมันขึ้นอยู่กับผมอยู่ดี ถ้าหากจะมีใครสักคนในสักวันหนึ่ง”

คุณแม่เคยพูดไหมเรื่องที่อยากให้เรามีแฟน ?
“ผมก็พูดกับแม่เหมือนกันครับเรื่องนี้ คือผมถามแม่ว่า ‘ทำไมแม่ถึงอยากให้ผมมีแฟน’ แม่ก็ตอบกลับมาว่า ‘ฉันกลัวแกเหงา’ ซึ่งผมก็ได้อธิบายไปว่า ผมไม่ได้เหงา ผมแฮปปี้ แต่ถ้าหากวันหนึ่งผมจะมีจริงๆ มันก็ต้องเกิดขึ้นจากความพร้อมและค่อยมี คือผมไม่อยากเอาความคาดหวังของคนอื่นมาทำให้เส้นทางชีวิตของผมเฉไปเฉมา”

ที่เราไปออกรายการและบอกว่า แจ็คกี้ ชาเคอลีน ตรงสเป็กล่ะ ?
“ด้วยคาแรคเตอร์ของน้องเขาที่เป็นคนสนุกสนาน ซึ่งผมเองก็ชอบนะ เพียงแต่ว่า ณ ตอนนี้เวลาที่น้องเขาพูดถึงผม เขาพูดถึงผมได้ดีมากๆ ผมก็เลยอยากจะขอบคุณเขา แต่ในเมื่อมีคนเชียร์เราเยอะ และก็อยากจะรู้ว่าผมกับเขาเป็นยังไง ผมจึงต้องบอกไปตามตรงว่า มันเป็นความบริสุทธิ์ใจที่เราจะเป็นพี่น้องมากกว่า แฮปปี้กับมุมที่เราเป็นพี่น้องกันมากกว่าครับ”

นอกจากงานละครแล้ว เรายังมีโปรเจกต์อื่นๆ ที่อยากทำอีกไหม ?
"ตอนนี้ผมคิดจะทำรายการของตัวเอง เพราะตอนนี้ละครยังไม่เปิด ถ้าเปิดแล้วมีเวลาก็อยากที่จะทำรายการเป็นของตัวเองสักรายการหนึ่ง ตอนนี้กำลังคิดแบบนั้นอยู่ครับ"

รายการที่คิดไว้จะเป็นยังไง รูปแบบไหน ?
"เป็นรายการที่มันออกมาจากตัวเรา คือ..ผมกำลังมองว่าทุกวันนี้คนในโซเชียลฯ มีทางเลือกในการดำเนินชีวิตได้เยอะ เช่น มองว่าอยากจะเป็นแบบคนนั้น อยากจะเป็นยูทูบเบอร์ อยากจะเป็นดาวติ๊กต๊อก เพื่อที่จะหาเงินเข้ามา แต่ว่า.. ผมแค่อยากจะนำเสนอในมุมมองที่ว่า คนเรามีความสามารถ หรือคนเราทุกคนมีดีเป็นของตัวเอง โดยที่ไม่ต้องลอกเลียนแบบใคร อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมแบบ.. อยากทำรายการลักษณะนี้ ค่อนข้าง Feel good นิดหนึ่ง อยากจะสะกิดให้คนหันกลับมามองตัวเองว่าเรามีความสุขจริงๆ หรือเปล่ากับสิ่งที่ทำอยู่ พูดตามตรงก็อยากให้ออนช่อง 3 ครับ แต่ว่าเริ่มทำเดโม่มาบ้างแล้ว พี่ๆ อาจเห็นว่าผมทำเกี่ยวกับมูลนิธิกระจกเงา ลงไปคลุกคลีกับทีมงานของเขา เพื่อที่จะเอาเรื่องที่เขาทำอยู่มาแชร์ อันนี้ก็เริ่มทำแล้วไปดูได้ในไอจี ทยอยลงอยู่เรื่อยๆ ช่วงนี้พยายามชิมลางอยู่เรื่อยๆ ว่าสิ่งที่คนเขาทำด้วยใจเขาทำอะไรบ้าง แล้วมันดียังไงบ้าง ก็พยายามทำเรื่องพวกนี้มาแชร์เยอะๆ ตอนนี้ค่อยๆ ทำอยู่ และก็หาเวลาทำเดโม่ส่งช่องถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ออนช่อง 3 เป็นที่แรก"

มีโอกาสคุยกับผู้ใหญ่ที่ช่อง แนวโน้มที่จะเป็นไปได้ขนาดไหน ?
"คุยกับที่ช่องแล้วครับ คอนเซ็ปต์ทุกอย่างผ่านหมดแล้ว แต่ว่าอยู่ที่ผมว่าจะไปทำเดโม่รายการ ทำทีเซอร์รายการว่าเนื้อหามันจะออกมาประมานไหนแบบนี้อะครับ คือยังไม่มีเวลา"

เราต้องการเบนเข็มตัวเองไปเป็นพิธีกร ?
"ผมมองว่าผมยังอยากอยู่เบื้องหน้าด้วยกำลังด้วยอินเนอร์ของตัวเองจริงๆ ที่คนจะได้รู้จักว่านี่คือตัว เกรท วรินทร ที่ไม่ใช่แค่เล่นละครอย่างเดียว เป็นมุมหนึ่งที่เรารู้สึกว่ามั่นคงด้วยแพชชั่นของเราที่เป็นตัวเราจริงๆ ก็เลยอยากทำสิ่งนี้ เพราะเราจะทำมันด้วยความสุขและด้วยความเต็มใจที่เราได้ทำ เบื้องต้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากออนช่อง 3 เป็นที่แรก แล้วก็ในยูทูบเป็นอันเซนอันคัทอะไรแบบนี้ อยากจะมีความเป็นธรรมชาติที่ออกทีวีไม่ได้ อยู่ที่เราจะทำออกมาสนุกแค่ไหนก็อยู่ที่เราเล่า ต้องหาวิธีเล่าที่สนุกและเป็นตัวเรา ก็ยังรู้สึกว่าอยากทำรายการสนุกๆ ให้คนเขาดูกัน"