บุกรวบคาม่านรูด ครูหื่นหลอกนักเรียนหญิงชั้น ม.3 มาสอบแก้วิชาที่ "ติด ร."

บุกรวบคาม่านรูด ครูหื่นหลอกนักเรียนหญิงชั้น ม.3 มาสอบแก้วิชาที่ "ติด ร."

บุกรวบคาม่านรูด ครูหื่นหลอกนักเรียนหญิงชั้น ม.3 มาสอบแก้วิชาที่ "ติด ร."
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

คืบหน้าครูหื่นพานักเรียนหญิง ม.3 เข้าม่านรูด เจอตำรวจบุกจับคาห้อง เด็กรอดหวุดหวิด ผอ.โรงเรียนปัดโทรไปบอกแม่เด็กให้เรื่องมันจบไป

จากกรณีที่เมื่อวานนี้ (4 เม.ย.) ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ บุกรวบครูโรงเรียนดังในเมือง จ.สุรินทร์ พานักเรียนหญิงชั้น ม.3 เข้าม่านรูด หลังพลเมืองดีรู้ว่ามีพฤติกรรมชอบพาเด็กนักเรียนไปกระทำอนาจารอยู่บ่อยครั้ง เตรียมขยายผลเชื่อเคยกระทำกับลูกศิษย์มาแล้วหลายคน

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา และร่วมกันจับกุมตัวครู สงวนชื่อและนามสกุลจริง เป็นอาจารย์สอนวิชาสังคมศึกษา ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ กล่าวหาว่า "พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย" หลังการแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ถูกจับกุมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ก่อนเกิดเหตุ ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า ได้ติดตามข้อมูลบุคคลรายนี้มาโดยตลอดคือ ซึ่งอาจารย์สอนวิชาสังคมศึกษา สอนอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ มีพฤติกรรมชอบพาเด็กนักเรียนไปกระทำอนาจารอยู่บ่อยครั้ง และสายลับพยายามเก็บข้อมูลไว้เป็นหลักฐานให้มากที่สุด

ต่อมาตามวัน เวลาเกิดเหตุ สายลับได้พบเห็นชายคนดังกล่าว ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีน้ำเงิน ทะเบียน สุรินทร์ มาจอดรับนักเรียนบริเวณโรงเรียนดังกล่าว และขับออกไป สายลับเมื่อพบเห็นดังนั้น จึงขับรถตามไป จนพบว่ารถคันดังกล่าวเลี้ยวเข้าไปจอดภายในโรงแรมแห่งหนึ่ง สายลับจึงโทรประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ มาตรวจสอบ

เมื่อเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมมาถึง ได้แสดงตนเข้าตรวจสอบห้องพักดังกล่าว พบครูคนดังกล่าวอยู่ภายในห้องกับ นางสาวสา (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นักเรียนระดับชั้นมัธยมปีที่ 3

โดยตำรวจชุดจับกุมพิจารณาแล้วเห็นว่า การที่ผู้ถูกจับกุม พาหญิงผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 17 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี มาจากการปกครองดูแลของพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล พามาในที่โรงแรมม่านรูด ประสงค์มุ่งหวังเพื่อการอนาจาร

ถือเป็นความผิดข้อหา "พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย" ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 นำส่ง พ.ต.ต.แสงหิรัญ แก้วดี สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสุรินทร์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

จากการสอบถาม นางสาวสา (นามสมมติ) บอกว่า ตัวเองนั้นมีผลการสอบ ติด "ร." จึงขอสอบแก้วิชาที่ "ติด ร." คือ วิชาสังคมศึกษา ก็ได้มาที่โรงเรียนเพื่อพบครูคนดังกล่าว ซึ่งเป็นอาจารย์สอนวิชาสังคมศึกษา จากนั้นครูได้ชวนตนออกมาข้างนอกมานั่งทานข้าวและเหล้าเบียร์ได้สักพัก ได้ขับรถกระบะคันดังกล่าวออกมาแล้วได้เลี้ยวเข้าไปที่โรงแรมม่านรูดดังกล่าว พร้อมกับชักชวนตนเข้าไปนั่งคุยกันก่อน

พอตนเข้าไปในห้องพัก ครูได้พูดกับตนว่าต้องการเงินเท่าไร 500 หรือ 2,000 บาท ตนก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่บอกว่าทำไมอาจารย์ทำแบบนี้ จากนั้นนายสมิงก็ได้เข้ามาลูบคลำขาอ่อน และจับหน้าอกตน ซึ่งตนนั้นได้ปัดออก ช่วงเวลาไม่นานเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาเคาะห้อง จึงรอดพ้นจากครูหื่นคนนี้

ด้าน ผู้ปกครองของผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้มีตำรวจที่ สภ.เมืองสุรินทร์ โทรหาตนให้ตนมาที่ สภ.เมือง ด่วน ตนมาจึงพบว่าลูกสาวถูกครูคนนี้ลวนลามทำอานาจาร รู้สึกเสียใจมากที่เกิดเรื่องแบบนี้ พร้อมกันนี้ทาง ผอ.โรงเรียนดังกล่าวโทรมาบอกว่าให้เรื่องมันจบไป อย่าให้ทางโรงเรียนเสื่อมเสียเลย ซึ่งทางตนตอบไปว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด ช่วงบ่ายวันนี้ (5 เม.ย.) ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.นาดี อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ครูคนดังกล่าว สอนวิชาสังคมศึกษาอยู่ที่นี่ ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 33 จ.สุรินทร์ ได้ลงพื้นที่และประชุมเพื่อติดตามและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

โดยมี นายชวลิต เจนเจริญ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเขตการศึกษามัธยมศึกษา 33 สุรินทร์ นายทศพร (ขอสงวนนามสกุล) ผู้อำนวยการโรงเรียน นางอรุณศรี พันธุ์ศักดานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการ ศูนย์เสมารักษ์ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสุรินทร์ นางสาวสุพรรณรัตน์ ลับโกษา นักพัฒนาการเด็ก บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ ร่วมประชุม

หลังประชุม น.ส.สุพรรณรัตน์ ลับโกษา นักพัฒนาการเด็ก กล่าวว่า ในการลงพื้นที่ของพัฒนาสังคม จ.สุรินทร์และบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ ก็มีเจ้าหน้าที่ก็ลงพื้นที่มาติดตามและประชุมโดยสหวิชาชีพ ในส่วนเจ้าหน้าที่เองก็จะลงไปสอบเด็ก ซึ่งเป็นคดีแล้วและจะต้องไปสอบที่ สนง.อัยการ จ.สุรินทร์ จะมีพนักงานสอบสวน ผู้เสียหาย และมารดาของเด็กด้วย

ซึ่งเจ้าหน้าที่เพิ่งได้รับข้อมูลมาและเป็นเรื่องดังและเร่งด่วน  ซึ่งทางพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาไปแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา สหวิชาชีพก็จะทำการสอบสวนผู้เสียหายต่อไป

นายชวลิต เจนเจริญ รอง.ผอ.สพม.33 กล่าวว่า หลังจากผู้อำนวยการโรงเรียนทราบข่าว ก็ได้รีบไปที่เขตเลย รีบไปเพื่อให้ดำเนินการทางวินัยให้เร็วที่สุด ด้วย 2 เหตุผล เหตุผลที่ 1 จะได้ดูข้อมูลนักเรียนว่าจะต้องช่วยเหลือเยียวยาอย่างไร และ 2 เพื่อจะได้ดำเนินการทางวินัยกับครูที่ก่อเหตุ เพื่อไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก และให้เกิดความเป็นธรรมให้กับทั้งตัวเด็กและครู และที่มีข่าวว่าทาง ผอ.พยามยามติดต่อทางผู้ปกครองเด็กให้ยุติเรื่องนี้จึงไม่เป็นความจริง

ด้าน นายทศพร ผอ.โรงเรียน กล่าวว่า ตามที่มีข่าวออกไปว่าทางตนมีพฤติกรรมในการที่จะติดต่อไปหาผู้ปกครอง เพื่อขอให้เรื่องเงียบเพราะไม่ต้องการให้เกิดความเสื่อมเสียให้กับทางโรงเรียน ซึ่งประเด็นตรงนี้ยืนยันไม่เป็นความจริง โดยตนคุยกับผู้ปกครองจริง แต่ผู้ปกครองเป็นคนโทรมาหา เพื่อที่จะขอคำปรึกษาว่าจะดำเนินการอย่างไร

ตนก็ได้สอบถามกับผู้ปกครองว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะตนเองก็รู้ข่าวจากสื่อมวลชนที่โทรมา ตนเลยบอกกับผู้ปกครองไปว่าในเรื่องของคดี เบื้องต้นก็จะปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องดำเนินการตามกฎหมายกับคุณครูที่ทำเรื่องนี้

ส่วนเรื่องของข้าราชการครูที่ทำ ตนบอกว่าโรงเรียนจะตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริง เพื่อที่จะดำเนินการทางวินัยกับคุณครู และได้ขอโทษกับทางผู้ปกครองและก็ฝากขอโทษกับทางสังคม คือว่าไม่มีโรงเรียนไหนที่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และยังได้ย้ำกับทางคุณแม่ว่าถ้ามีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์ก็สามารถ ที่จะโทรมาบอกข้อมูลกับตนได้

โดยไม่มีการไปพูดบอกว่าให้คุณแม่เงียบ เพื่อจะไม่ให้โรงเรียนเสียงชื่อเสียง ตรงนี้ยืนยันว่าไม่มีประเด็นที่บอกว่าจะให้คุณแม่เงียบเรื่องนี้เพื่อไม่ให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ประเด็นที่คุยคือคุณแม่โทรมาขอความช่วยเหลือและปรึกษาเท่านั้น

ซึ่งตอนนี้ก็ยังติดต่อทางครูไม่ได้ ตอนนี้โรงเรียนก็ตั้งคณะกรรมการสืบสวน ถ้ามีมูลโรงเรียนก็ต้องตั้งคณะกรรมการสอบหรืออาจจะเป็นอำนาจหน้าที่ของเขตฯ ที่จะตั้งกรรมการสอบเพื่อจะได้ดำเนินการทางวินัยต่อไป ซึ่งกระบวนการก็มีแค่นี้

และเมื่อเช้าก็ได้หรือไปรายงานข้อมูลกับเขต 33 ที่เป็นผู้บังคับบัญชา ซึ่งตอนนี้เขตก็ได้ดำเนินการแล้ว เบื้องต้น ทางสำนักงานเขต 33 ออกคำสั่งให้ครูท่านนี้ไปปฏิบัติราชการที่สำนักงานเขตฯเพื่อให้ออกจากพื้นที่ไปก่อน และเพื่อให้ความยุติธรรมมากที่สุด ในการรับทราบสืบสวนข้อมูลให้ข้อเท็จจริง

และตอนนี้อยู่ในช่วงระหว่างที่ครูที่กระทำผิดยังอยู่ในขั้นตอนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ เพราะฉะนั้นทางเราก็ยังไม่เจอกับตัวครู เบื้องต้น ออกคำสั่งแล้ว ซึ่งทางเราจะเร่งดำเนินการสอบสวนอย่างเร่งด่วนที่สุด

ส่วนบุคลิกตัวครู เป็นคนนิ่งๆ เงียบๆ ไม่ก้าวร้าว ไม่มีการร้องเรียนเรื่องละเมิดเด็ก ส่วนตัวเด็กรุ่นของเขา เรียนจบไปปีที่แล้ว ให้เขามาสอบซ่อม และทางโรงเรียนให้อยู่ที่บ้านพักครู มีครูที่ปรึกษาคอยดูแล เพื่อให้เด็กเรียนจบ โดยมีทางเขต สพม.33 สุรินทร์ ร่วมกับทางโรงเรียนนาดีวิทยา แต่เขาเรียนได้สามสัปดาห์ ก็มาเกิดเรื่องเสียก่อน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล