ชวนนท์ ไม่ตอบรับให้ คำรบ แจงกรณี ศิวรักษ์! โยนเจ้าตัวตัดสินใจเอง

ชวนนท์ ไม่ตอบรับให้ คำรบ แจงกรณี ศิวรักษ์! โยนเจ้าตัวตัดสินใจเอง
สำนักข่าวไทย อ.ส.ม.ท.

สนับสนุนเนื้อหา

เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ยินดี "ศิวรักษ์ " กลับสู่บ้านเกิด เชื่อสถานการณ์ต่อไปจะที่ดีขึ้น ย้ำทั้ง "ศิวรักษ์-คำรบ" ต่างเข้าใจดีว่าการสอบถามเรื่องเครื่องบินลงจอดไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย และสามารถทำได้ด้วยตนเอง ไม่ต้องให้ใครมาสั่งการ ปัด "คำรบ"จะออกมาชี้แจงหรือไม่ ต้องให้เจ้าตัวตัดสินใจ เชื่อเนื้อหาคงไม่ต่างจาก "ศิวรักษ์" ชี้แจง วอนให้เห็นใจ "คำรบ" เพราะได้รับผลกระทบเช่นกัน

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงภายหลังนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า รัฐบาลและกระทรวงฯ ขอแสดงความยินดีที่นายศิวรักษ์และมารดาเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย และยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านเกิด หลังจากที่ต้องถูกจองจำในกัมพูชาเป็นเวลา 32 วัน คิดว่าเหตุการณ์หลังจากนี้จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้นระหว่างไทย-กัมพูชา

ส่วนกรณีนายคำรบ ปาลวัฒน์วิไชย เลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทำให้เกิดการจับกุมนายศิวรักษ์นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า นายศิวรักษ์ให้สัมภาษณ์ชัดเจนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า ทั้งนายคำรบและนายศิวรักษ์ต่างเข้าใจว่าเป็นการสอบถามข้อมูลเพียงว่า เครื่องบินลงจอดแล้ว ซึ่งไม่คิดว่าจะมีอะไรผิดกฎหมาย

"ผมคิดว่าเรื่องนี้ทั้งคุณคำรบและคุณศิวรักษ์ ได้รับผลกระทบไม่มากไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะในแง่ของคุณคำรบก็โดนประกาศเป็นบุคคลที่ไม่พึงปรารถนาของกัมพูชา ผมคิดว่าเหตุการณ์ที่มีการพัฒนามาตลอด ยืนยันแล้วว่าเป็นการสอบถามเรื่องการลงจอดของเครื่องบินเท่านั้น ถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติก็ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด เนื่องจากศาลกัมพูชาตัดสินไปแล้ว เราให้การยอมรับดุลพินิจของศาลกัมพูชา สิ่งที่คุณคำรบและกระทรวงฯ ได้ชี้แจงก็ตรงกัน ดังนั้นไม่มีอะไรซ่อนเร้น หรือมีอะไรเพิ่มเติมที่คุณคำรบต้องออกมาชี้แจงเพิ่มเติมในขณะนี้" นายชวนนท์ กล่าว

ส่วนกรณีที่นายศิวรักษ์ ต้องการให้นายคำรบ ออกมาพูดเพื่อยืนยันว่าไม่ใช่การจัดฉากนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เราไม่เคยพูดว่าเรื่องนี้มีการจัดฉาก และรัฐบาลก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ทั้งนี้ เราได้ดำเนินการช่วยเหลือนายศิวรักษ์ ตั้งแต่วันแรกอย่างเต็มที่ และเห็นใจมารดาของนายศิวรักษ์ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่านายคำรบเคยโทรศัพท์ไปสอบถามนายศิวรักษ์จริง แต่ทั้ง 2 คน ไม่ได้คิดว่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และถือเป็นกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องเครื่องบินลงจอดของนายคำรบ

เมื่อถามย้ำว่า เมื่อเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง จะให้นายคำรบออกมาพูดต่อสาธารณะได้หรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ในเมื่อเป็นเรื่องจริงก็รับทราบอยู่แล้วว่า ไม่ได้มีอะไรที่ซ่อนเร้น ดังนั้นจะพูดหรือไม่พูดก็ไม่ได้สร้างความแตกต่าง ถ้าบอกให้นายคำรบออกมาพูดก็เป็นคำพูดเดียวกันกับที่นายศิวรักษ์ได้พูด คือยืนยันว่าไม่ได้มีเรื่องอะไรที่ผิดกฎหมาย

"ผมว่าประเด็นไม่ได้อยู่ที่นายคำรบไม่ได้ออกมาพูดหรือไม่พูด เพราะเนื้อหาสาระต่าง ๆ เป็นที่เข้าใจกันหมดแล้ว ต้องยอมรับว่าเรื่องนี้มีเรื่องการเมืองเข้าแทรกแซงมากพอสมควร เราต้องเห็นใจคุณคำรบ เคารพสิทธิของเจ้าหน้าที่กระทรวงด้วย คุณคำรบจะออกมาพูดหรือไม่พูด หรือไม่ อย่างไร ต้องให้คุณคำรบเป็นคนตัดสินใจ ไม่ได้มีอะไรปิดบังซ่อนเร้น ทุกอย่างเปิดเผยมาตลอด" นายชวนนท์ กล่าว

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า นายคำรบไม่น่าจะดำเนินการได้เอง น่าจะมีคนสั่งการนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องยากที่จะยกหูโทรศัพท์ไปสอบถามว่าเครื่องบินลงจอดแล้วหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องการคำสั่งจากใคร และไม่ต้องใช้อำนาจพิเศษในการดำเนินการ เป็นการสอบถามคนรู้จักและเป็นข้อมูลเปิดทั่ว ๆ ไป และเชื่อว่าเราสามารถยกหูโทรศัพท์ไปสอบถามที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ว่า เครื่องบินใครมาจอดแล้ว และไม่จอดแล้วบ้าง อย่างไรก็ตาม กรณีที่นายคำรบไม่ได้โทรศัพท์ไปหามารดานายศิวรักษ์นั้น เนื่องจากกระทรวงมีหน้าที่เข้าไปดูแลนายศิวรักษ์และครอบครัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นายคำรบไม่เคยติดต่อประสานงานไป เพราะอธิบดีและรองอธิบดีกรมการกงสุลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลเรื่องนี้เป็นอย่างดีตั้งแต่ต้นแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ผ่านมานายคำรบได้แสดงความเห็นใจหรือไม่ นายชวนนท์ กล่าวว่า ต้องเห็นใจทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งคิดว่าขณะนั้นการติดต่อประสานงานกลับไปยังกัมพูชาของนายคำรบไม่ใช่เรื่องง่าย และในช่วงแรกกระทรวงก็ติดต่อนายศิวรักษ์ไม่ได้ด้วย แต่เมื่อได้เบอร์โทรศัพท์ของมารดานายศิวรักษ์แล้ว ก็ให้อธิบดีและรองอธิบดีกรมการกงสุลประสานไป

"วันนั้นต้องดูว่าใครเหมาะสมที่จะเข้าไปช่วยเหลือ และผมเชื่อว่าคุณคำรบไม่สามารถติดต่อคุณศิวรักษ์ได้ง่าย ๆ ในเรือนจำ คุณคำรบมีความเสียใจมากแน่นอน คุณคำรบก็ได้รับผลกระทบ และจากที่เป็นเพื่อนที่รู้จักกันอย่างดีที่กัมพูชา ดังนั้นการดำเนินการของทั้งคู่ไม่คิดว่ามีเรื่องใดผิดต่อกฎหมาย ทั้งคู่ได้รับผลกระทบทางการเมืองจากเรื่องนี้อย่างแรงพอสมควร ทั้งคู่มีความเสียใจ คุณคำรบก็มีความเสียใจแน่นอน คุณคำรบยืนยันในความบริสุทธิ์ของตัวเอง และยืนยันในความบริสุทธิ์ของคุณศิวรักษ์มาตลอด เรื่องนี้ต้องเข้าใจในส่วนของผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งสองฝ่าย" นายชวนนท์ กล่าว.-

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ คำรบ ปาลวัฒน์วิไชย

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด