แม่สุดงงใบแจ้งหนี้ลูกสาวส่งถึงบ้าน ยอดเงินกว่า 2 แสน ทั้งที่ตัวอยู่ในเรือนจำ

แม่สุดงงใบแจ้งหนี้ลูกสาวส่งถึงบ้าน ยอดเงินกว่า 2 แสน ทั้งที่ตัวอยู่ในเรือนจำ
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

แม่สุดงงใบแจ้งหนี้ลูกสาวส่งถึงบ้าน ยอดเงินกว่า 2 แสน ทั้งที่ตัวอยู่ในเรือนจำ พบมีคนสวมสิทธิ์เอาบัตรไปใช้

(28 ม.ค. 65) นางสาวสมควร อายุ 52 ปี นำหลักฐานใบแจ้งหนี้จากบริษัทสินเชื่อ เข้าแจ้งความต่อ ตำรวจ สภ.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น  หลังได้รับใบแจ้งหนี้มาที่บ้านเลขที่ 330 ม.14  ต.บ้านทุ่ม อ.เมืองขอนแก่นตั้งแต่ปี 64 เป็นชื่อของนาวสาวศรัญญา เป็นลูกหนี้ ซึ่งเป็นลูกสาวที่อยู่ในเรือนจำคลองไผ่ โดยถูกศาลสั่งจำคุก 25 ปี ตั้งแต่วันที่ 13 มีนาคม 64 

โดยใบแจ้งหนี้มีรายการซื้อของ 4 รายการ คือ รายการที่ 1 เมื่อวันที่ 12 พ.ค.64 เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้า จากบริษัทเมืองไทยลิซซิ่ง สาขาโคกฟันโปง ต.บ้านเป็ด  อ.เมืองขอนแก่น  ,รายการที่ 2  วันที่ 23 พ.ค.64  เช่าซื้อทีวี แอลจีจากบริษัทสยามชัยเซอร์วิส สาขาอำเภอพล จ.ขอนแก่น , รายการที่3 วันที่ 11 ส.ค.64 เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จากบริษัทขอนแก่น พีอาร์มอเตอร์ สาขาในเมืองขอนแก่น ,และรายการที่4 วันที่ 11 ต.ค.64 เช่าซื้อทีวีซิงเกอร์ จากบริษัทซิงเกอร์ สาขาอำเภอชุมแพ จ.ขอนแก่น  ทั้ง 4 รายการ มีมูลค่าความเสียหายกว่า 234,000 บาท ซึ่งการซื้อสินค้า ทั้งหมดพบว่าบริษัทที่ให้เช่าซื้อนั้น อยู่ต่างอำเภอ แต่ละแห่งห่างจากตัวเมืองขอนแก่นไม่ต่ำกว่า 70 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามไปยังบริษัทต่างๆ พบว่าทางบริษัทมีการถ่ายรูปหญิงรายหนึ่งซึ่งถือบัตรประชาชนของ นางสาวศรัญญา เพื่อยืนยันตัวตนในการเช่าซื้อของด้วย

นางสาวสมควร แม่ของผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ในช่วงที่ลูกสาวถูกศาลสั่งจำคุกเมื่อปี 63  ลูกสาวได้บอกกับตนเองว่าบัตรประชาชนหาย แต่ตนเองไม่ได้สนใจที่จะไปแจ้งความบัตรหายให้ลูก กระทั่งเมื่อเดือนมิถุนายน 64 เริ่มมีใบแจ้งหนี้ทยอยส่งมาเพื่อให้ไปชำระหนี้ เปิดดูปรากฏว่าเป็นชื่อลูกสาวที่ยังอยู่ในเรือนจำ ตนเองตกใจอย่างมาก จึงได้เข้าลงบันทึกประจำวันกับตำรวจ สภ.บ้านเป็ด ทุกฉบับที่ส่งมาตนเองก็จะนำมาลงบันทึกทุกครั้ง ก่อนหน้านี้ได้ส่งรูปหญิงรายหนึ่ง ซึ่งคาดว่าจะเป็นผู้นำบัตรของลูกสาวไปใช้ทำธุรกรรมให้ลูกสาวดูที่เรือนจำ ปรากฏว่าลูกสาวไม่เคยรู้จักหญิงรายนี้  วันนี้ได้เข้ามาสอบถามความคืบหน้ากับทางตำรวจสภ.บ้านเป็ด ก็รู้สึกสบายใจแล้ว แต่ยังกังวลเรื่องของบัตรประชาชนลูกที่ยังไม่ได้คืน หวั่นว่าจะถูกนำไปใช้เช่าซื้อของซ้ำอีก

ด้านของ พ.ต.อ.ธนาวัชร   ดีบุญมี ณ ชุมแพ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น/โฆษก ภ.จว.ขอนแก่น ได้ลงมาติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหญิงรายที่สวมสิทธิ์ผู้เสียหายนั้น เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดขอนแก่น ในคดีหนีประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งทางตำรวจใช้หมายจับนี้ล่าตัวผู้ต้องสงสัยซึ่งคาดว่าจะได้ตัวในเร็ววันนี้  ทางตำรวจได้มีการประสานไปยังบริษัทต่างๆที่คนร้ายเช่าซื้อสินค้าให้เข้ามาแจ้งความดำเนินคดีเพราะบริษัทได้รับความเสียหาย และยังฝากไปยังบริษัทเช่าซื้อสินค้า ให้ตรวจสอบผู้ซื้อและผู้ค้ำประกันให้ละเอียดตรงตามบัตรประชาชน