ตัวแทน กสทช. ย้ำอย่าโอนเงินแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ แนะอัดเสียงแจ้ง สภ. ใกล้บ้าน

ตัวแทน กสทช. ย้ำอย่าโอนเงินแก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ แนะอัดเสียงแจ้ง สภ. ใกล้บ้าน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

พันเอก พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม (กตป.) คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวเมื่อวันพุธ (26 ม.ค.) แนะนำให้ประชาชนอย่าโอนเงินให้แก๊งคอลล์เซ็นเตอร์ อย่าคุยนาน และควรอัดเสียงแจ้งสถานีตำรวจใกล้บ้าน และถ้าพบเบอร์แปลกโทรเข้ามาให้ตัดสายทิ้ง

"อันดับแรกที่ต้องสังเกตว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์คือ จะมีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามา และเป็นหมายเลขที่เราไม่คุ้นโทรเข้ามา เมื่อรับสาย ปลายสายจะแจ้งว่าเป็นพนักงานบริษัทรับส่งพัสดุ มีพัสดุผิดกฏหมายส่งไปในชื่อของเหยื่อหากเหยื่อไม่ใช่ผู้ส่ง จะโอนสายให้แจ้งความกับตำรวจทางไลน์ ซึ่งเมื่อได้ยินข้อความลักษณะนี้ให้ตัดสายทิ้งทันที หรือหากมีสติเพียงพอก็ให้บันทึกเสียง บันทึกวีดีโอขณะพูดคุย เพื่อนำไปเป็นหลักฐานแจ้งความกับตำรวจ สภ.ใกล้บ้าน อย่าพูดคุยนาน เพราะพวกนี้มีกลวิธีในการหลอกล่อจูงใจมากมายอาจจะตกเป็นเหยื่อได้" พ.อ.พีรวัส กล่าว

การกล่าวนี้เกิดขึ้นระหว่างการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ด้านกิจการโทรคมนาคม ประจำปี 2564 ที่ห้องประชุม โรงแรม ฮอลิเดย์อินน์ วานา นาวา หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

ตัวแทนจาก กสทช. รายนี้อธิบายว่า แม้ว่าจะมีข่าวออกทางทีวีและสื่อต่างๆ แต่ก็พบว่ายังมีประชาชนบางส่วนยังไม่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารนี้บางคนมีตำแหน่งหน้าที่การงานดีก็ยังตกเป็นเหยื่อสูญเสียเงินตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสน การทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะทำงานกันเป็นขบวนการ มีการโทรมาและแจ้งว่าเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทส่งพัสดุชื่อดัง หรืออ้างว่ามีพัสดุตกค้างที่ ตม. มีของผิดกฎหมายส่งไปต่างประเทศ มีการทำผิดเกิดขึ้นให้ไปแจ้งความโดยอ้างสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ตำรวจรับแจ้งความออนไลน์ทางแอพลิเคชั่นไลน์ มีการจัดฉากเหมือนวีดีโอคอลล์กับตำรวจ หลอกล่อต่างๆ จนประชาชนหลงเชื่อ ให้ข้อมูลบัตรประชาชน และโอนเงินไปให้ กว่าจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สูญเงินไปจำนวนมาก จึงอยากแจ้งเตือนประชาชนทั่วประเทศให้ระวังตัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุทึ่อยู่บ้านเพียงคนเดียว ไม่มีลูกหลานดูแลอาจจะตกเป็นเหยื่อได้โดยง่าย

รัฐเร่งแก้ซิมเถื่อน-รับจ้างเปิดบัญชี

ส่วนการทำงานของภาครัฐในเรื่องนี้นั้น พ.อ.พีรวัส กล่าวว่า รัฐบาล และ กสทช. พยายามเร่งแก้ปัญหาเรื่องซิมการ์ดเถื่อนเพราะซิมเถื่อนตามหาต้นตอไม่ได้ หรือบางครั้งลงทะเบียนซิมการ์ดในชื่อของชาวต่างด้าว พอสืบไปถึงต้นตอพื้นที่โทรก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ เพราะไม่เจอซิมการ์ด หรือมีการทำลายซิมไปแล้ว ก็จะไม่สามารถตามตัวผู้กระทำผิดได้

พ.อ.พีรวัส กล่าวถึงการรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารว่า เจ้าของบัญชีอาจจะได้ค่าจ้างเพียงเล็กน้อย แต่มิจฉาชีพเอาบัญชีธนาคารไปกระทำผิดสร้างความเดือดร้อนต่อ ซึ่งทั้งสองส่วนก็เป็นอุปสรรคในการจัดการกับขบวนการหลอกลวงเหล่านี้