รอง ผบ.ตร. ลองเดินข้ามทางม้าลาย จุดอุบัติเหตุ "หมอกระต่าย" ยอมรับอันตรายจริง

รอง ผบ.ตร. ลองเดินข้ามทางม้าลาย จุดอุบัติเหตุ "หมอกระต่าย" ยอมรับอันตรายจริง
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยอมรับทางม้าลายคุณหมอกระต่าย อันตรายจริง แม้แต่ตัวเองมาทดลองข้ามยังกังวลว่าจะถูกรถชน เตรียมหารือแก้ไขปัญหาทางม้าลายทุกจุดทั่วประเทศ

พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พลตำรวจตรี จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ตัวแทนจากสำนักงานเขตราชเทวี และกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจสอบทางม้าลาย บริเวณหน้าสำนักงานเขตราชเทวีถนนพญาไท จุดที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับ แพทย์หญิงวราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือ หมอกระต่าย จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยมีการเดินสำรวจบริเวณทางม้าลายจุดเกิดเหตุและแยกพญาไท เพื่อหาจุดบกพร่องและจุดบอดในการหยุดรถที่จุดดังกล่าว

พลตำรวจเอกดำรงค์ศักดิ์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทางม้าลายในจุดดังกล่าวมีจุดบกพร่องหลายอย่าง โดยลักษณะทางกายภาพ หากรถที่มุ่งหน้าออกมาจากแยกพญาไท จะใช้ความเร็วมาค่อนข้างจะสูง โดยมีระยะห่างจากแยกไฟแดงมาถึงที่ทางม้าลายระยะไม่ถึง 300 เมตร หากเป็นรถยนต์ 4 ล้อ ก็อาจพอหยุดรถได้แต่ก็ต้องเบรกกะทันหัน ไปหากเป็นรถจักรยานยนต์หากมีคนข้ามถนนมากระทันหันก็อาจหยุดรถไม่ทันจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นทั้งสองฝ่าย

นอกจากนี้ทางม้าลายดังกล่าวยังไม่มีสัญญาณไฟแจ้งเตือน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุในจุดดังกล่าวบ่อยครั้ง โดยหลังจากนี้จะนำข้อมูลที่ได้รวบรวมไปหารือพูดคุยกันกับตัวแทนในวันนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างถาวร นอกจากนี้จะหารือถึงทางม้าลายที่เสี่ยงอันตรายในลักษณะแบบนี้ทั่วประเทศ โดยจะให้สถานีตำรวจในพื้นที่ ส่วนท้องถิ่น และกระทรวงคมนาคม ไปรวบรวมข้อมูล และข้อบกพร่องเพื่อนำมาหาแนวทางการแก้ไขไปพร้อมๆกัน

โดยแนวทางการแก้ปัญหาในเบื้องต้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จะมีการติดตั้งเครื่องหมาย และสัญญาณไฟตรงทางม้าลาย รวมถึงกล้องตรวจจับรถจอดคร่อมทางม้าลาย ส่วนที่ต่างจังหวัด จะเป็นหน้าที่ของกระทรวงคมนาคมกับท้องถิ่น จะประเมินว่า ถ้าจุดไหนไม่มีมาตรฐานต้องปรับปรุงอย่างไร จุดไหนไม่เหมาะสมหรือมีความเสี่ยงมากก็จะยกเลิกหรือปรับย้ายทางม้าลายออกไป

ยอมรับว่า ขนาดตัวรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินข้ามทางม้าลายด้วยตัวเอง ก็ยังมีความกังวลว่าจะถูกรถชน แล้วยิ่งมีข่าวออกมาก็กังวลเป็นธรรมดา ยิ่งได้มาลงพื้นที่เองก็รู้สึกได้ และจะทำให้ดีที่สุด

ส่วนเรื่องการแก้กฎหมายที่ผ่านมา มีนโยบายการแก้ไขกฎหมายจราจรมาตั้งแต่ปี 2562 โดยสั่งเพิ่มอัตราโทษในการฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร จากปรับไม่เกิน 1,000 บาทเป็นไม่เกิน 4,000 บาท ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของรัฐสภา คาดว่าจะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาไม่เกินเดือนกรกฎาคมนี้ ซึ่งนอกจากการเพิ่มอัตราโทษแล้ว จะมีการตัดคะแนนจราจรเพิ่มสูงขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังได้กำชับกำลังพลมาตลอดว่าหากทำอะไรผิด จะโดนกระแสสังคมโจมตีหนักเป็นสองเท่า จึงได้กำชับให้ตำรวจนครบาลทำคดีอย่างตรงไปตรงมา ยอมรับว่า การบังคับใช้กฎหมายมีจุดอ่อนเมื่อเกิดเหตุขึ้นก็ต้องเอาบทเรียนมาใช้ในการแก้ไขให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่าการโอนรถลอยผิดกฎหมายหรือไม่ ทั้งในกรณี ส.ต.ต.นรวิชญ์ และประชาชนทั่วไป พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กล่าวว่า จะต้องตรวจสอบประวัติว่ามีเจตนาที่จะไม่จดทะเบียนหรือไม่ประกอบกับข้อกฎหมาย และจะต้องหารือในที่ประชุมทั้งสองนัดว่าจะปรับแนวทางหรือการทำงานและการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ เช่น พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ร.บ.ขนส่งทางบก พ.ร.บ.จราจร ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้อย่างไร โดยบางข้อได้แก้ไขไปแล้ว แต่ในบางเรื่องก็ต้องมาช่วยบูรณาการร่วมกันซึ่งเชื่อว่ากรณีนี้จะทำให้การทำงานระหว่างหน่วยต่างๆ ดียิ่งขึ้น