"อานนท์" เผย ร.10 ทรงรับ "บุญเกื้อ" ป่วยมะเร็ง เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

"อานนท์" เผย ร.10 ทรงรับ "บุญเกื้อ" ป่วยมะเร็ง เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

แห่ส่งกำลังใจให้ "บุญเกื้อ ปุสสเทโว" หลังเจ้าตัวเผยอาการป่วยมะเร็งเข้าสู่ระยะสุดท้าย คาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 10 วัน ขณะที่ "อานนท์ นิด้า" เผย ในหลวง ร.10 ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

จากกรณีที่เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา (25 มกราคม 2565) นายบุญเกื้อ ปุสสเทโว ทีมโฆษกพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งพร้อมกับการกล่าวอำลาปัจฉิมบท โดยระบุว่า

"ถึงเวลาที่จะต้องกล่าวอำลาต่อญาติพี่น้องมิตรสหายทุกคนและถือโอกาสนี้ขออโหสิกรรม ไม่เอาโทษต่อกัน เลิกแล้วต่อกันอย่าได้มีเวรกันต่อไปเลย

มะเร็งเยื่อบุช่องท้อง เข้าสู่ระยะสุดท้าย แรงถอยลงอย่างรวดเร็วจนยืนไม่ได้ แม้จะยังมีกำลังใจดีอยู่ ผมคาดคะเนว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่เกิน 10 วัน

เมื่อถึงวาระสุดท้ายผมจะตั้งจิตกำหนดอานาปานัสสติกำหนดลมหายใจเข้าออก แล้วภาวนาบทพุทโธ ออกเสียงว่า พุท-โธ, พุท-โธ, พุท-โธ จนค่อยๆ หมดแรงดับไปด้วยอาการอันสงบ"

boonkuea-post-250122

หลังจากนั้น ก็มีประชาชนหลายคน รวมไปถึงนักวิชาการและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นพร้อมกับให้กำลังใจ นายบุญเกื้อ เป็นจำนวนมาก

ในขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ก็ได้โพสต์ข้อความถึง นายบุญเกื้อ ว่า

"บุญเกื้อโพสต์อำลา ได้อ่านข้อความที่ น้องๆ ในทีมงานไทยภักดี นำข้อความที่คุณบุญเกื้อโพสต์อำลาในเฟสบุ๊ค ส่งมาให้ผม ตกใจมากครับ เพราะบุญเกื้อประมาณว่า จะอยู่ได้อีกไม่เกิน 10 วัน เพราะมะเร็งรุกลามไปมาก

ผมจำได้ว่าผมเจอบุญเกื้อ เพราะเขาเชื่อมั่นในอุดมการณ์ไทยภักดี และมาร่วมกันต่อสู้กับพวกล้มล้าง โกหกหลอกลวง และร่วมเป็นจำเลย คดีเมย์เดย์เมย์เดย์ร่วมกัน จนใช้อำนาจศาลเรียกหลักฐาน มาตีแผ่ว่าโครงการนี้หลอกลวงประชาชน จนโจทย์ต้องหลบหน้า

ช่วงเจอกันวันแรก บุญเกื้อได้บอกผมแล้วว่า เขาเป็นมะเร็ง แต่อยากใช้ชีวิตที่มีอยู่ ทำงานให้ชาติบ้านเมือง โดยเฉพาะการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่กำลังถูกผู้ไม่หวังดีคุกคาม ผมไม่มีอะไรที่ต้องบอกคุณบุญเกื้อ มากไปกว่าสิ่งที่บุญเกื้อได้ทำหน้าที่ให้ชาติ ปกป้องสถาบัน ในช่วงที่ร่างกายยังไหว อยากบอกคุณบุญเกื้อว่า การหาเสียงของพันธุ์เทพ พวกเรายังช่วยกันเต็มที่ ต้องขอบคุณที่บุญเกื้ออยากมาช่วยแต่ไม่สะดวก

ขอให้บุญเกื้อหรือแม้แต่ภพใหม่ของบุญเกื้อได้ภูมิใจว่า บุญเกื้อตัดสินใจถูกต้อง ที่มาร่วมก่อตั้งพรรคไทยภักดี พรรคที่ต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้ดีขึ้น เพราะเราทำการเมืองด้วยอุดมการณ์ และประโยชน์ของชาติอย่างแท้จริง"

ล่าสุดทางด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า

"ผมชื่นชมพี่บุญเกื้อ​ ปุสเทโวในความจงรักภักดีและความกล้าหาญในการต่อสู้เพื่อปกป้องสถาบัน

ผมทราบการป่วยเป็นมะเร็งของพี่บุญเกื้อ​ และโพสต์ให้กำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้ายจนโดนแม่ดุว่าไม่ควรโพสต์​เพราะความเจ็บป่วยเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ผมต้องเคารพและมีมารยาทเพราะพี่บุญเกื้ออาจจะไม่ต้องการให้ใครรู้เลยก็ได้

แต่แล้วความก็ทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาท​ ทรงพระมหากรุณาธิคุณแก่พี่บุญเกื้อเป็นล้นพ้นเหลือประมาณ​ ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เมื่อผมเจอพี่บุญเกื้อหลังจากนั้น​ พี่บุญเกื้อขอบใจผมและพนมมือขึ้นท่วมหัวด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดไม่ได้ บัดนี้การเดินทางระยะสุดท้ายกลับสู่ธรรมชาติของพี่บุญเกื้อกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ขอกราบอัญเชิญพระราชบารมีแห่งพระเจ้าอยู่หัวที่พี่บุญเกื้อจงรักภักดียิ่งด้วยหัวใจให้คุ้มครองการเดินทางระยะสุดท้ายของพี่เป็นไปอย่างราบรื่น​ สงบสุข"

arnond-post-250122

นอกจากนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ร่วมส่งกำลังใจให้กับ นายบุญเกื้อ อาทิ ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

"เป็นกำลังใจให้คุณบุญเกื้อนะครับ ธรรมะจงรักษาคุณบุญเกื้อไปทุกชาติภพด้วยเทอญ เรื่องบ้านเมืองจงวางใจเถิด พวกเราชาวไทยภักดีจะสานต่องานปกป้องบ้านเมืองให้เอง"

รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ "รับทราบด้วยความเสียใจ ขอให้จิตได้สงบนิ่ง"

ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม "สู้สู้ครับ"

นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์

"ไม่อยากจะเชื่อเลยในชีวิตจะมาพบเจอกับการลาจากแบบนี้ แต่การเกิดแก่เจ็บตาย ย่อมเป็นธรรมดาของโลก ขอให้พี่บุญเกื้อคิดในแง่ดีว่า การรู้ตัวล่วงหน้าทำให้มีโอกาสขออโหสิกรรมต่อกัน และมีโอกาสบำเพ็ญเพียรในวาระสุดท้าย ขอให้นับจากเวลานี้ไป พี่บุญเกื้อได้ปล่อยวางทุกสิ่ง แล้วตั้งจิต สวดมนต์ ภาวนา พุทโธ ไปทุกขณะจิต

กรรมใดๆ ที่ท่านบุญเกื้อ ปุสวเทโว ได้กระทำล่วงเกินแล้วแก่ข้าพเจ้า ด้วยกาย วาจา ใจ ทั้งที่เจตนาก็ดี มิได้เจตนาก็ดี ในภพชาตินี้ หรือภพชาติใดๆ ก็ตาม

ข้าพเจ้านายอัษฎางค์ ยมนาค ขออโหสิกรรม แก่ท่านบุญเกื้อ ปุสวเทโว ยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน ไม่มีเวรมีกรรมติดค้างกันอีกต่อไป

กรรมใดๆ ที่ข้าพจ้าได้เคยล่วงเกิน เบียดเบียน ด้วยกาย วาจา ใจ ในทุกภพชาติจนถึงชาติปัจจุบัน ข้าพเจ้าขออโหสิกรรม ในกรรมทั้งปวงนั้น ขอให้ท่าน ได้ไปรดรับรู้และยกโทษอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้า อย่าได้จองเวรจองกรรมต่อกันอีกเลย

สาธุ

ด้วยความรักและอาลัยยิ่ง

จากกันแต่กาย แต่ชื่อเสียงและคุณงามความดีจะคงอยู่เป็นนิรันดร์"

นายกนก รัตน์วงศ์สกุล ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดัง

"ขอตั้งจิตอธิษฐาน ส่งกำลังใจให้คุณบุญเกื้อ ปุสสเทโว มีเวลาภาวนาบทพุท-โธ พุท-โธ พุท-โธ … นานเท่านาน "วันพระ" วันอังคารที่ 25 มกราคม 2565 แรม 8 ค่ำ เดือนยี่ (2) ปีฉลู"

ในขณะที่ นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ โบว์ นักกิจกรรมและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีคดีความฟ้องร้องกับ นายบุญเกื้อ ถือโอกาสโพสต์เฟซบุ๊กเพื่อถอนฟ้องและอโหสิกรรมทั้งหมด โดยมีเนื้อหาของโพสต์ว่า

"โบว์มีคดีหมิ่นประมาทที่ฟ้องคุณบุญเกื้อไว้นานแล้วทั้งทางแพ่งและอาญา ศาลได้ไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่ามีมูลและนัดสืบพยานวันที่ 17-18 มีนาคมนี้ เช้านี้ได้ทราบข่าวการป่วยหนักและคำกล่าวอำลาขออโหสิกรรม

โบว์ขอถอนฟ้องและอโหสิกรรมทุกอย่างอย่างไร้ซึ่งการติดค้างใดๆ และหากอภัยทานในครั้งนี้จะมีผลบุญใดๆ ก็ขอให้ส่งผลให้คุณบุญเกื้อได้มีช่วงเวลาแห่งการเดินทางสู่สุคติอย่างสุขสงบตามที่ตั้งจิตไว้ปราศจากความทรมานทั้งใจและกาย หรือหากจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นก็ขอให้อาการดีขึ้นเป็นลำดับ

ขอส่งความปรารถนาดีไปยังครอบครัว ญาติสนิทมิตรสหาย ให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ด้วยมรณานุสติว่าเราทุกคนจะได้กลับคืนสู่ธรรมชาติไม่ช้าก็เร็ว และเมื่อเวลาของเราแต่ละคนมาถึง ก็ขอให้ความทรงจำที่ดีเป็นเครื่องปลอบประโลมใจด้วยค่ะ"

อย่างไรก็ตาม ย้อนไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2564 นายบุญเกื้อ ได้โพสต์ผ่านเฟชบุ๊กเพื่ออัปเดตอาการป่วยของตัวเองว่า "ยอมรับโดยดุษฎีว่า ผมมาถึงจุดที่คุณหมอจำเป็นต้องให้ผมใช้ MORPHINE เพื่อบรรเทาอาการ ระงับความเจ็บปวด ผมจะใช้ตามความจำเป็นและใช้ให้น้อยที่สุด แค่เรื่องเล็กน้อยครับ"

ต่อมาวันที่ 2 ธันวาคม 2564 ก็ได้โพสต์ข้อความว่า "ช่วงนี้ค่อนข้างหนัก มะเร็งในช่องท้องขนาดโตขึ้น การรักษาด้วยวิธีคีโมไม่ได้ผล (ดื้อยา) แพทย์จุฬาฯ ต้องเปลี่ยนวิธีรักษามาเป็นการฉายรังสี (แสง) เมื่อฉายแสงครบ 10 ครั้งแล้ว แพทย์จะรอดูอาการอีก 3 เดือนว่าดีขึ้นหรือไม่ / ช่วงนี้ปวดมากต้องใช้มอร์ฟีนตลอด จนสมองเบลอหมดแล้ว ต้องหยุดการสื่อสารการเมือง / ใช้ดนตรีบำบัด พอนอนไม่หลับก็จุดเทียนฟังเพลงบรรเลง+นั่งสมาธิ ตัดขาดโลกภายนอก / ทราบว่าพวกเราเป็นห่วง ส่งกำลังใจมามาก แต่ถ้าเราจะไปตอบข้อความอยู่ก็ดูไม่เหมาะ ดูดราม่าไปซึ่งไม่ใช่ตัวเรา / ขอบคุณมากครับที่ระลึกถึงกัน"