งานเข้า! "เจ๊บิว" เจ้าของร้านราคาโหด ไก่ทอดจานละพัน จ่อโดนสองเด้ง ขายเบียร์ช่วงโควิด

งานเข้า! "เจ๊บิว" เจ้าของร้านราคาโหด ไก่ทอดจานละพัน จ่อโดนสองเด้ง ขายเบียร์ช่วงโควิด
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม จากกรณีประเด็นร้านอาหารชื่อดัง ขายอาหารในราคาแพงจนช็อก หลัง นายเกียรติภูมิ ศิริวรเดชกุล อายุ 54 ปี ไกด์นำเที่ยว พร้อมเพื่อนร่วมรุ่น เป็นลูกค้ามาจัดงานเลี้ยงกว่า 30 คน เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2565 ที่ผ่านมา คิดค่าใช้จ่ายรวมบิลค่าอาหาร กว่า 31,500 บาท ซึ่งมีเมนูที่ติดใจราคาแพงเกินกว่าปกติ อาทิ ไก่ทอดจานละ 1,000 บาท เนื้อทอดจานละ 2,000 บาท และ กระเพาะปลาหม้อละ 5,000 บาท

เบื้องต้นทางลูกค้าได้นำหลักฐานเข้าร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม จ.นครพนม รวมถึงกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมมีการสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่าย เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ทางด้านผู้เสียหาย ยืนยันที่จะเจรจาไกล่เกลี่ยไม่ดำเนินคดีกับทางร้าน หากทางร้านยอมรับผิด รวมถึงจะลดราคาให้ คิดราคาตามจริง เพราะมีเจตนาอยากให้เป็นตัวอย่าง ไม่ต้องการให้เกิดซ้ำอีก เพราะเป็นการทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของ จ.นครพนม ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาตกลงให้จบภายในวันนี้

ขณะเดียวกัน ทางด้าน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม ได้มอบหมายให้ ทางฝ่ายปกครอง และตำรวจ มาตรวจสอบ หลังพบว่าทางร้านดังกล่าว จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เข้าข่ายความผิดฐานขัดคำสั่งจังหวัดนครพนม ในช่วงควบคุมโรคโควิดระบาด เนื่องจากในวันที่ 21 มกราคม 2565 ทางจังหวัดนครพนม ยังมีคำสั่งห้ามจำหน่ายสุราเหล้าเบียร์ภายในร้าน โดยได้มอบหมายให้ตำรวจมีการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบพยานหลักฐานชัดเจน จะได้แจ้งขอหา เจ๊บิว เจ้าของร้าน ในฐานความผิดละเมิดคำสั่งจังหวัด

ทั้งนี้ ด้าน เจ๊บิว เจ้าของร้านอาหารดังกล่าว เปิดเผยเพิ่มเติมอีกว่า ตนยินดีรับผิดชอบในความผิดพลาด โดยยืนยันว่าไม่มีเจตนาฉวยโอกาสขายอาหารแพง และรายการเมนูทั่วไปในร้านเป็นราคาปกติ ที่ลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ก่อนสั่งอาหาร

แต่ที่เกิดปัญหาเป็นงานจัดเลี้ยงที่มีการตกลงราคาเฉพาะแต่ละเมนู ตามลูกค้ากำหนด ส่วนลูกค้าติงว่าเมนูอาหารไม่เหมาะสมกับราคาที่สั่ง ตนพร้อมที่จะพิจารณาแก้ไข ปรับลดราคาให้ อาจเกิดความผิดพลาดในการตกลงเรื่องราคา แต่ยืนยันทางร้านใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพทุกอย่าง หากลูกค้าไม่พอใจเรายินดีปรับลดราคาให้ และพร้อมจะปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายทุกอย่าง และกราบขอโทษกับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมที่จะสนับสนุนการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.นครพนม