แก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่งชุดตำรวจ ปลอมหมายจับ หลอกแม่ค้าโอนเงิน 1.7 ล้าน จนหมดตัว

แก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่งชุดตำรวจ ปลอมหมายจับ หลอกแม่ค้าโอนเงิน 1.7 ล้าน จนหมดตัว
อีจัน

สนับสนุนเนื้อหา

แม่ค้าเครื่องสำอางเจอมิจฉาชีพใส่ชุดตำรวจ-ปลอมหมายจับ อ้างโดนคดีฟอกเงิน หลอกโอนเงิน 1.7 ล้าน จนเกลี้ยงบัญชี

มีรายงานว่า ผู้เสียหายชื่อ น.ส.เชอรี่ อายุ 39 ปี อาชีพขายเครื่องสำอางทั้งขายหน้าร้านและขายผ่านออนไลน์ ร้องเรียนว่าถูกหลอกโอนเงินไปเกลี้ยงบัญชี ซึ่งเป็นเงินที่หามาทั้งชีวิต เหตุเกิดที่ ต.คอหงส์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

นางสาวเชอรี่ เล่าว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.65 ที่ผ่านมา มีโทรศัพท์หมายเลข 044004756 โทรเข้ามา เป็นเสียงของผู้หญิงอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัตรเครดิตธนาคารแห่งหนึ่ง บอกว่า มีการปลอมแปลงเอกสารของเธอไปทำบัตรเครดิต และมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่เกี่ยวกับยาเสพติด โดยไปเปิดบัญชีกับธนาคารที่ จ.ขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.64 พร้อมใช้บัตรเครดิตซื้อทองในห้างสรรพสินค้าที่ จ.ขอนแก่น 

โดยตนปฏิเสธเธอปฏิเสธ ว่า เธอไม่ได้ทำ ปลายสายอ้างต่ออีกว่า ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อตรวจสอบเงินในบัญชีพร้อมขอไอดีไลน์ของเธอ เมื่อเธอตอบตกลงให้ไอดีไลน์ไป ก็มีสายโทรวีดีโอคอลเข้ามาทางไลน์ เป็นชายแต่งตัวคล้ายตำรวจ อ้างว่าเป็นคดีใหญ่เกี่ยวกับการฟอกเงิน มีชื่อเธอเป็นคนเปิดบัญชี จึงขอตรวจสอบประวัติ , ตรวจสอบเงินในบัญชี และบัตรประชาชน

ขณะโทรคุย ตำรวจคนนั้นก็ได้สร้างสถานการณ์เหมือนอยู่ที่สถานีตำรวจจริง มีเสียงวิทยุสื่อสารดังตลอด พร้อมเสียงการรายงานผลการตรวจสอบประวัติ อีกทั้งยังบอกกับเธอว่า เธอถูกศาล จ.ขอนแก่น ออกหมายจับในคดีฟอกเงิน และได้ส่งลิงก์ที่ปลอมขึ้นมาให้ดู เมื่อเปิดดูพบว่ามีหมายจับจริง ซึ่งถูกออกหมายจับเมื่อวันที่ 21 ม.ค.65 ความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและสมคบกับผู้อื่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

เมื่อเห็นหมายจับ น.ส.เชอรี่ จึงหลงเชื่อ บวกกับมิจฉาชีพอ้างว่า จะทำการตรวจสอบการเดินบัญชี ให้โอนเงินมาที่บัญชี นายวิไล นุชชาติ ตามจำนวนที่บอก ถ้าตรวจสอบพบเป็นเงินที่ได้มาอย่างถูกต้อง จะโอนเงินคืนให้ จึงโอนไปครั้งแรก 699,999 บาท ครั้งที่สองอีก 699,999 บาท และครั้งที่สาม 33,583บาท รวมกว่า 1,735,081 บาท จนเงินในบัญชีหมดเกลี้ยง แถมยังขู่ให้โอนมาเพิ่มอีก 500,000 บาท เพื่อประกันตัว

หลังจากที่โอนเงินจนหมด เธอจึงเริ่มรู้ตัวว่าถูกหลอก เพราะบัญชีที่โอน เป็นชื่อคนอื่น ไม่ใช่หน่วยงานของตำรวจ เธอจึงพยายามยื้อเวลาพูดคุยเพื่อถามเรื่องเงินที่โอนไป แต่ก็ได้รับคำตอบว่าต้องรอตรวจสอบอีก หลังจากนั้นก็ถูกบล็อคและติดต่อไม่ได้อีกเลย จึงได้เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.คอหงส์

นางสาวเชอรี่ เผยทั้งนํ้าตา ว่า ตอนนี้เหมือนคนหมดตัว ไม่เคยได้ยินข่าวของแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ เพราะ ต้องทำงานหาเลี้ยงลูกชาย 3 คน และพ่อแม่ ไม่มีเวลาว่างติดตามข่าวสาร ส่วนพ่อก็นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล ต้องการให้ตำรวจช่วยติดตามคดีนี้ เพื่อจับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาลงโทษตามกฎหมาย