โฆษก พช.ติดโควิด ติงคิวตรวจ RT-PCR รพ.เอกชนยาว โอดมีโรคประจำตัว

โฆษก พช.ติดโควิด ติงคิวตรวจ RT-PCR รพ.เอกชนยาว โอดมีโรคประจำตัว
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

โฆษก พช.ติดโควิด ติงคิวตรวจ RT-PCR รพ.เอกชนยาวมาก โอดมีโรคประจำตัว หากเชื้อลงปอดทำอย่างไร จี้รัฐเข้ามาดูแลระบบ

นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง โฆษกพรรคเพื่อชาติ กล่าวว่า ตนติดเชื้อโควิด-19 เมื่อช่วงเช้าจากการตรวจ ATK ด้วยตัวเองที่บ้าน ทั้งที่ได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 เข็ม คือ แอสตราเซเนกา ขณะนี้ได้ประสานกับโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งเพื่อเข้าทำรักษาตัว แต่ประสบปัญหาการจัดสรรคิวเข้ารับการตรวจด้วยวิธี RT-PCR ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งใช้เวลานานมาก

บางแห่งบอกว่าจะได้คิวอีกทีก็คือปลายสัปดาห์หน้า ทั้งที่ตนได้แจ้งกับทางโรงพยาบาลไปแล้วว่าตนตรวจพบเชื้อด้วยวิธี ATK หลายครั้ง แต่ไม่แน่ใจ จึงอยากขอเข้ารับการตรวจอย่างละเอียด ขนาดโรงพยาบาลเอกชนให้บริการกับผู้ป่วยได้เพียงแค่นี้ แล้วผู้ที่ขอรับการรักษาจากโรงพยาบาลรัฐจะเป็นเช่นไร อยากฝากไปถึงรัฐบาลให้เข้ามาดูแลในเรื่องเหล่านี้ด้วย เพราะนี่คือเรื่องของชีวิต เรื่องความเป็นความตาย ไม่เจอกับตัวไม่มีทางรู้เลย

ทั้งนี้นางสาวเกศปรียา กล่าวอีกว่า ตนเป็นประชาชนที่พอมีศักยภาพดูแลตนเองระดับหนึ่ง เพียงแค่ต้องการตรวจคอนเฟิร์มอย่างละเอียด จะได้ทราบว่าต้องเตรียมตัวหรือต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เนื่องจากตนมีโรคประจำตัวก็คือโรคแพ้ภูมิตัวเอง ดังนั้นการที่ตนจะรับประทานยาเองที่บ้านค่อนข้างเสี่ยง ดังนั้นเมื่อตรวจพบว่าตนเองติดโควิด- 19 จึงรีบโทรปรึกษาโรงพยาบาลหลายแห่งสอบถามข้อมูลในการปฏิบัติตัวเบื้องต้น แต่กลับได้รับคำตอบที่น่าเศร้า ทำให้ตนนึกถึงคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสและศักยภาพในการรักษาเท่าเรา จะอยู่กันได้อย่างไร

ตนพยายามจะเข้าใจว่าสถานการณ์ขณะนี้ถือว่ารับมือได้ยากมาก เนื่องจากผู้ติดเชื้อรายวันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกๆ วัน แต่โรงพยาบาลควรมีวิธีบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ ตนย้อนถามกลับไปว่าระหว่างนี้ที่จะต้องรอคิวเพื่อรับการตรวจอย่างละเอียดในปลายสัปดาห์หน้า ตนต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หากเชื้อลงปอดแล้วทำอย่างไรต่อ แต่กลับได้รับคำตอบจากโรงพยาบาลว่าให้ดื่มน้ำเยอะๆ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานยาตามอาการ เพราะตอนนี้มีคิวค่อนข้างมาก อีกทั้ง Hospitel ที่อยู่ในเครือของโรงพยาบาลก็คิวยาว ต้องรอ 4-5 วันเช่นกัน หากจะเดินทางไปตรวจแบบไดร์ฟ ทรูจะต้องเป็นคนที่ไม่มีความเสี่ยงจึงมาตรวจได้ อยากสอบถามกลับไปยังโรงพยาบาลว่าถ้าไม่เสี่ยง คนจะอยากมาตรวจเพื่อสาเหตุอะไร