บก.ลายจุด เห็นต่างดราม่า #แบนลูกหนัง ลูกสาวตั้ว ศรัณยู ความเกลียดชังไม่ใช่มรดก

บก.ลายจุด เห็นต่างดราม่า #แบนลูกหนัง ลูกสาวตั้ว ศรัณยู ความเกลียดชังไม่ใช่มรดก
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณีประเด็นดราม่าของ ลูกหนัง ศิตลา ลูกสาว ตั้ว ศรัณยู ซึ่งกำลังจะได้เดบิวต์เป็นศิลปิน K-Pop ในประเทศเกาหลีใต้ ถูกชาวเน็ตติดแฮชแท็ก #แบนลูกหนัง และแฮชแท็ก #SITALA โจมตี เนื่องจากผู้เป็นพ่อเคยออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง 

ล่าสุด นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางสังคม โพสต์ข้อความถึงกรณีที่ชาวเน็ตโจมตี ลูกหนัง ว่า เมื่อศัตรูไล่ล่าลูกสาวของผม โดยมีข้อความระบุว่า

"ผมไม่แน่ใจว่าเขาเป็นศัตรูของผมหรือเปล่า แต่พวกเขามองผมเป็นศัตรู เพียงแค่ผมยืนอยู่คนละฝั่งกับความคิดทางการเมืองของพวกเขา ผมคือเป้าหมายที่ต้องถูกทำลาย และไม่เพียงเฉพาะผมแต่หมายถึงองค์กรที่ผมสร้างขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยเหลือผู้คนพวกเขาก็ยังอยากเห็นมันล่มสลายไปด้วย (เรื่องนี้ยาวขอยังไม่เล่า)

"แต่ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันจะนำไปสู่ความเกลียดชังถึงลูกสาวของผมซึ่งขณะนั้นยังเป็นเยาวชนคนหนึ่ง

"วันหนึ่งมีคนทำใบปลิวโจมตีลูกสาวผมแจกอยู่ที่หน้าสวนหลวง ร.9 ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักของลูกสาวที่กรุงเทพ มีจิตแพทย์เด็กที่มีความเห็นต่างทางการเมืองกับผมเขียนบทความตำหนิสั่งสอนลูกสาวผมอย่างเจ็บแสบ และมีอีกหลายกรณีที่ผมขอไม่เอ่ยถึง

"แม้ผมจะเชื่อมั่นในความคิดและการกระทำในทางการเมืองของผมว่าอยู่บนหลักการที่ถูกต้อง แต่ผมก็ยังเผื่อไว้ว่าจุดยืนทางการเมืองของผมย่อมมีคนไม่พอใจอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งในขณะนั้นคงมีไม่น้อยทีเดียว แต่ผมไม่เคยเผื่อใจว่าพวกเขาจะเอาความเกลียดชังในตัวผมไปลงกับลูกสาวผมได้ มองในเชิงเหตุผลแล้วผมนึกยังไงก็ไม่มีเหตุผล นอกเสียแต่ว่าสิ่งนั้นเกิดจากความเกลียดชังและอคติล้วนๆ

"ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ผมระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ให้สถานการณ์นำทางผมไปเป็นปีศาจเฉกเช่นคนเหล่านั้น ไม่ใช่เพราะโลกสวยเพราะโดนมากับตนเอง แต่ไม่อยากเป็นคนเฮงซวยเช่นนั้น

"ผมเขียนเล่าเรื่องราวของผมและลูกสาว ถ้าคิดว่าอยากด่าผมเพราะผมไปปกป้องลูกสาวคนอื่นที่คุณมองเขาเป็นศัตรู ผมขอปฏิเสธ แต่ผมปกป้องหลักการที่จะไม่โอนถ่ายความเกลียดชังที่เรามีต่อพ่อไปสู่ลูก นี่ไม่ใช่มรดก ถ้าใครจะโดนตำหนิต้องเป็นการกระทำของคนๆ นั้นในระดับเดียวที่เขาเป็นผู้กระทำและรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง"