"นิ้ง กุลสตรี" อัดคลิปเล่าละเอียด ป่วยติดเตียงนานนับปี ยืนเฉยๆ ยังปวดร้าวจนน้ำตาไหล

"นิ้ง กุลสตรี" อัดคลิปเล่าละเอียด ป่วยติดเตียงนานนับปี ยืนเฉยๆ ยังปวดร้าวจนน้ำตาไหล

สุขภาพร่างกายแข็งแรงมากแล้ว สำหรับอดีตนางเอกสาว นิ้ง-ณิชชยาณัฐ ศิริพงศ์ปรีดา หรือที่แฟนละครรู้จักกันในชื่อ นิ้ง กุลสตรี วัย 48 ปี

โดยล่าสุดเจ้าตัวได้ใช้พื้นที่อินสตาแกรม @nichayanahts บันทึกคลิปวิดีโอซึ่งมีความยาวกว่า 3 นาที เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวการรักษาตัวจากโรคเกี่ยวกับเลือด ที่เผชิญมานานนับปีให้แฟนๆ ได้ฟังอย่างละเอียด

ซึ่ง นิ้ง กุลสตรี เผยว่า ในระหว่างทำการรักษาถึงแม้จะมีช่วงที่รู้สึกเจ็บปวด ทรมาน แถมยังต้องนอนติดเตียงเป็นระยะเวลานาน แต่เพราะหัวใจที่เข้มแข็งและแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง จึงทำให้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาดังกล่าวมาได้

ดังนั้นแล้วเธอเลยอยากจะฝากบอกกับทุกคนที่อาจจะกำลังต่อสู้กับอะไรอยู่ก็ตาม ให้อดทนและรักตัวเองให้มากๆ โดยที่ตัวเธอเองก็จะเป็นกำลังใจด้วยเช่นกัน

นิ้ง กุลสตรี

“ทุกคนคงทราบนะคะ ว่านิ้งเป็นโรคเกี่ยวกับโรคเลือด เริ่มต้นเลยนะคะ ก็ถ้ามีอะไรมาชนก็จะเป็นเขียวช้ำตามร่างกายนะคะ ก็ไปตรวจเลือดกับคุณหมอ ก็ได้พบว่าตัวเองเป็นโรคไขกระดูกบกพร่องไม่สร้างเกล็ดเลือด ก็มีการรักษาโรคโดยการให้เคมีบำบัดทางสายเลือดนะคะ

ในช่วงให้เคมีบำบัดครั้งแรกนะคะ ก็มีโรคแทรกซ้อนขึ้นมา ต้องเข้า ICU เกือบเดือน นอนติดเตียงเกือบปี และในช่วงที่ร่างกายดีขึ้นมาก็ได้มีการฝึกบนที่นอนบนเตียง คุณหมอกายภาพบำบัดใช้คำว่าบังคับดีกว่า ให้นิ้งยืนข้างเตียง เดินรอบเตียง จำความได้เลยว่ายืนก้าวแรกเนี่ย ปวดร้าว ปวดมาก ปวดจนน้ำตาจะไหล แต่บอกตัวเองเลยนะคะว่า ต้องยืน ต้องเดิน ถ้าเราไม่ได้ยืน ถ้าเราไม่ได้เดิน ไม่อดทนพอ อาจจะไม่ได้ยืนและไม่ได้เดินอย่างทุกวันนี้

จำความได้เลยนะคะว่าเดินรอบแรกรอบห้องเลยในชีวิต คือวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ข้างลำตัวก็เจาะนะคะข้างปอด เพื่อเทน้ำเสียออก ก็จะมี 2 รู และมีถุงห้อยอยู่ด้วย มีท่อปัสสวะ คุณหมอกายภาพบำบัดและก็คุณผู้ช่วย จะมาเดินถืออุปกรณ์ตาม คุณหมอกายภาพบำบัดให้นิ้งเดินรอบถึง 2 รอบ แต่ด้วยความดีใจ ถึงจะเจ็บก็ตามแต่อยากเดิน เดินรอบแรก รอบ 2 รอบ 3 ทั้งหมด 4 รอบ เหนื่อย โอ้ยไม่ไหวแล้วพักก่อนดีกว่า ก็เลยพัก สามีก็ถ่ายวิดีโอเก็บเอาไว้ด้วยนะคะด้วยความดีใจที่ว่านิ้งได้เดินนานๆ แล้ว หัวก็โล้นมาก แต่ก็ไม่อายนะคะ เดินยิ้มชู 2 นิ้วตลอดทางเลยนะคะ เวลากลับมาดูวิดีโอก็จะยิ้มทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มตัวเองในวิดีโอ มีความสุขมากๆ เลย ที่ตัวเองอดทนและต่อสู้กับความเจ็บปวด

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ ก็อยากบอกทุกๆ คนว่าให้ต่อสู้กับโรค ไม่ว่าคุณจะเป็นโรคอะไรก็ตาม ทางร่างกายหรือจิตใจ ก็อยากให้ทุกๆ คน อดทนรักตัวเองให้มากๆ ขอบคุณตัวเองที่ได้ตื่นเช้าทุกๆ วัน ทานอาหาร ทานยาตามที่คุณหมอสั่ง และก็คนที่เจ็บมากที่สุด คือคนที่อยู่ข้างๆ ของเรานะคะ ต้องรักตัวเองให้มากๆ นิ้งรักทุกๆ คน”