บริษัทประกันยังไม่จ่าย แถมฟ้องเอาผิดคนขับเบนซ์ พ่อแม่น้องหญิงร่ำไห้ หวั่นโดนด้วย

บริษัทประกันยังไม่จ่าย แถมฟ้องเอาผิดคนขับเบนซ์ พ่อแม่น้องหญิงร่ำไห้ หวั่นโดนด้วย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

วันที่ 1 ธ.ค.64 กรณี น.ส.พัชราภา หรือน้องหญิง เกรัมย์ อายุ 21 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ สาขานิติศาสตร์ ปี 4 ถูกภรรยาทนายความ ขับรถเบนซ์ชนจนเสียชีวิต บริเวณก่อนถึงทางกลับรถบ้านสองชั้น ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 1 พ.ค.64 ที่ผ่านมา โดยคนขับรถเบนซ์ ได้เยียวยาผู้เสียหายเบื้องต้น 220,000 บาท และยังจะได้เงินเยียวยาจากบริษัทประกันภัยอาคเนย์ ที่รถเบนซ์ทำไว้อีก 2.5 ล้านบาท แต่บริษัทได้ปฏิเสธการจ่าย อ้างเป็นการประมาทร่วม

จนกระทั่งศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ลงความเห็นว่า คนขับรถเบนซ์ เป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียว ซึ่งในทางปฏิบัติบริษัทประกันภัย จะต้องจ่ายเงินเยียวยาทันที 2 ล้าน บวกกับ พรบ.ภาคบังคับอีก 500,000 บาท รวมเป็น 2.5 ล้านบาท แต่บริษัทยังยืนยันต่อมาว่าเป็นการประมาทร่วม และบ่ายเบี่ยงการจ่ายเงินทดแทน

กระทั่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)สั่งให้บริษัทจ่ายเงินเงินเยียวยาตามสัญญาของผู้เอาประกัน ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 64 แต่ยังมีการประวิงเวลามาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.วิษณุ อาภรณ์พงษ์ ผกก.สภ.กระสัง อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ ว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.64 ที่ผ่านมา บริษัทประกันภัย ได้ส่งตัวแทนของบริษัทมาแจ้งความต่อ ร.ต.อ.กิตติเนช เดชชัยชาญ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.กระสัง ให้เอาผิดกับคนขับรถเบนซ์ กับพวก ฐานฉ้อฉล เพราะให้ความเท็จต่อพนักงานสอบสวน และศาลจังหวัดบุรีรัมย์  การแจ้งความของบริษัทประกันภัยดังกล่าว อาจจะหมายถึงการเอาผิดพ่อกับแม่น้องหญิง ด้วย และหมายถึงบริษัทจะยังไม่จ่ายเงินเยียวยาดังกล่าวให้กับพ่อกับแม่น้องหญิง จนกว่าคดีนี้จะสิ้นสุด

หลังจากทราบข่าวว่า บริษัทประกันได้แจ้งความให้เอาผิดคนขับรถเบนซ์ฐานฉ้อฉล ให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวนและศาล เพื่อให้ได้มาซึ่งเงินประกันภัยของบริษัท
นายสมชาย พ่อของน้องหญิง กล่าวว่า หลังทราบข่าวรู้สึกช็อก เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งศาลจังหวัดบุรีรัมย์ตัดสินว่าคนขับเป็นฝ่ายผิดฝ่ายเดียว และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)สั่งให้บริษัทจ่ายเงินเงินเยียวยาตามสัญญาของผู้เอาประกัน ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย. 64 แต่ยังมีการประวิงเวลามาอย่างต่อเนื่อง

ตนและภรรยารู้สึกเสียใจ เพราะนอกจากจะสูญเสียลูกอันเป็นที่รักแล้ว ยังต้องมาพะวง ว่าจะถูกดำเนินคดีอีกหรือไม่ ทั้งที่เป็นคนสูญเสีย ไม่อยากจะให้บริษัทที่ใหญ่โต มารังแกคนจนที่หาเช้ากินค่ำ และไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้ เพราะสูญสิ้นไปหมดแล้ว 

ขณะที่นางสำเร็จ แม่น้องหญิง บอกว่าอยากจะลองให้ฝ่ายบริษัท เป็นฝ่ายสูญเสียเหมือนกับตนบ้าง แล้วจะรู้สึกถึงหัวอกของคนเป็นแม่ที่เป็นชาวนาจนๆ ตอนนี้รอเงินเยียวยาจากบริษัทประกัน เพื่อจะเอาเงินมาทำบุญ 100 วันให้ลูกที่ล่วงเลยมาแล้ว แต่กลับได้รับข่าวร้ายคือการยื้อเวลาการเยียวยาต่อไปอีก

ด้านนางพร้อมพรรณ ดีเลิศ ผอ.สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)บุรีรัมย์ กล่าวในกรณีดังกล่าวว่า กรณีเรื่องของน้องหญิง ได้เข้าไปร้องเรียนที่ คปภ.จังหวัดนนทบุรี ทำให้ต้นเรื่องไม่ได้อยู่ที่บุรีรัมย์ แต่จะคอยให้คำปรึกษาถึงแนวทางกับผู้เสียหายเป็นระยะ กรณีนี้ต้องให้ คปภ.นนทบุรี ประสานงานต่อ