"รถเมล์ คะนึงนิจ" เล่าชีวิตรัก "บอล สุเมธ" ครบรอบแต่งงาน 1 ปี หวานลงตัวที่สุด

"รถเมล์ คะนึงนิจ" เล่าชีวิตรัก "บอล สุเมธ" ครบรอบแต่งงาน 1 ปี หวานลงตัวที่สุด

เรียกได้ว่าชีวิตคู่ลงตัวแบบสุดๆ สำหรับนักแสดงสาวคนสวย รถเมล์ คะนึงนิจ กับหวานใจนักธุรกิจ บอล สุเมธ แถมทั้งสองก็เพิ่งควงกันไปรับประทานดินเนอร์มื้อพิเศษ เพื่อฉลองวันครบรอบแต่งงาน 1 ปี จนแฟนๆ พากันฟินจิกหมอนเพราะภาพโมเมนต์หวานๆ ที่ถูกนำมาเสิร์ฟบนอินสตาแกรม @rodmayaloha

ล่าสุดได้มีโอกาสเจอกับ รถเมล์ คะนึงนิจ ในงาน Shopee x Visa Sellers Grow Beyond บรรดาสื่อจึงไม่พลาดที่จะเข้าไปจ่อไมค์ถามเจ้าตัวเกี่ยวกับช่วงเวลาพิเศษดังกล่าว รวมถึงความตั้งใจและแพลนในการมีทายาท ซึ่งทั้งหมดนี้สาวรถเมล์ได้ให้คำตอบกับเราว่า "หนึ่งปีเร็วมาก เหมือนเป็นหนึ่งปีที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากขึ้นกว่าเดิมเยอะเท่าไหร่เลย เพราะด้วยสถานการณ์ต่างๆ การเดินทาง เพราะว่าปกติการแต่งงานมันก็จะต้องมีฮันนีมูนที่เราจะต้องไปไหนสักที่ แต่นี่ก็ไม่ได้ไปไหน ส่วนใหญ่ก็คือจะไปทำงาน”

แต่แพลนฮันนีมูนยังมีอยู่ใช่ไหม ?
“ยังมีอยู่ค่ะ แต่คิดว่าน่าจะไม่ได้ไปอีกยาวมากเพราะว่าเราวางแผนกันไว้ว่าจะไปแอฟริกา ตอนนี้ด้วยสถานการณ์ต่างๆ นานา มันคงจะนานมาก จริงๆ กว่าที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติแล้วเราสามารถเดินทางได้ ตอนนั้นเราอาจจะมีลูก จนลูกโตแล้วหรือเปล่ายังไม่รู้เลย”

ไม่คิดเปลี่ยนแผนจากแอฟริกาเป็นในไทย ?
“ที่ไทยก็ไป ในไทยก็ไปอยู่ แต่จริงๆ แอฟริกามันเป็นจุดหมายปลายทางตั้งแต่ก่อนแต่งงานว่าจริงๆ แล้วเราอยากจะไปเที่ยวที่นี่ เราอยากไปดูสัตว์ แต่พอแต่งงานแล้วมันคือจุดหมายที่เราอยากจะไป จริงๆ เราอยากจะไปก่อนมีลูกด้วยซ้ำ ก็เออไม่เป็นไรเอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ”

วันครบรอบหนึ่งปีไปฉลองกัน ร้านอาหารที่ไหมีความหมายยังไง ?
“คือจริงๆ รถเมล์แต่งงานที่ปาร์คนายเลิศ เราก็เลยรู้สึกว่าหนึ่งปีเราก็อยากจะวนเวียนกลับไปที่นั่นอีกครั้งหนึ่ง ให้รู้สึกว่าหนึ่งปีที่แล้วเราแต่งงานที่นี่ เราก็กลับไปทานอาหารที่เดิม”

รีวิวชีวิตคู่หนึ่งปีหน่อย เป็นอย่างไรบ้าง ?
“มันก็ปกติดี แต่มันก็มีอะไรที่จะต้องมานั่งปรับตัวเข้าหากันอยู่เหมือนกัน เพราะก่อนหน้านี้เราก็ไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตของคุณสามีเขาทำอะไรยังไงบ้างเวลาที่อยู่ที่บ้านของเขาตลอด 24 ชั่วโมง พอไปอยู่ก็ต้องปรับตัวกันไป มีบ้างที่เถียงกัน เพราะเราก็ใช้ชีวิตแบบเป็นตัวเองมากๆ ไม่ใช่ว่าคนนั้นต้องพยายามเป็นแบบโน้นแบบนี้ ก็เลยค่อยๆ ปรับตัวเข้าหากันไป”

เห็นว่าทั้งคู่ค่อนข้างที่จะต่างกันมาก ?
“ก็ต่างนะ พูดถึงการใช้ชีวิตอ่ะคล้ายๆ กัน ไปดูต้นไม้ เดินซื้อของ และก็เป็นคนที่ไม่ได้เที่ยวกลางคืนเหมือนกัน แต่การใช้ชีวิตหมายถึงเราเป็นคนชอบเงียบๆ อย่างเช่นเรากลับบ้านไป เราก็อยากจะอยู่ในห้องที่เงียบๆ ในขณะที่คุณสามีชอบดูหนังดูซีรีส์ เปิดโทรทัศน์เครื่องเสียงกระหึ่ม มันก็เลยกลายเป็นว่า เวลาเรากลับไปเราก็จะบอกว่าพี่เบาได้ไหม สุดท้ายก็เลยมีแบบสองชั้นแยกกัน ถ้าเขาอยากดูหนัง ดูอะไรก็จะไปดูห้องข้างบน ส่วนเรากลับบ้านมาตอนเย็นหลังจากทำงานเสร็จเราก็จะอยู่ข้างล่าง รถเมล์ว่าชีวิตคู่มันก็ต้องปรับตัวเข้าหากันแหละ เพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่าคนคนหนึ่ง 30 กว่าปีเขาใช้ชีวิตมายังไง เราอยู่กับครอบครัวเราก็จะใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง พอวันหนึ่งที่จะต้องมาอยู่ด้วยกันมันก็ค่อยๆ ปรับกันไป”

มีเวลาที่เราต้องง้อไหม ?
“มีเหมือนกันเวลาคนนั้นเขางอน คือเวลางอนเราก็จะต้องดู เพราะว่าบางทีเขาโกรธอ่ะเขาก็จะปรี๊ด อีกแป๊บหนึ่งเขาก็จะเบาลงเองแล้วเราค่อยคุยตอนนั้น เพราะว่าถ้าไปเคลียร์แต่ต้นเลยเดี๋ยวจะเป็นเรื่อง ต้องดูแล้วแต่เหตุการณ์”

มีไม้ตายไหม ที่เอาไว้ง้อสำเร็จ ?
“คือนิ่งๆ แล้วก็พูดดีๆ เดี๋ยวก็หายเอง แต่ถ้าจะเถียงเสียงแข็งไปด้วยกันจะไม่จบ”

หนึ่งปีแล้ว วางแผนมีน้องหรือยัง ?
“วางแผนว่าปีหน้านะคะ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีได้หรือเปล่า เพราะว่าเราอ่ะพูดได้แต่ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะมาไหม”

รถเมล์ คะนึงนิจ เล่าชีวิตรัก บอล สุเมธ ครบรอบแต่งงาน 1 ปี หวานลงตัวที่สุด

กังวลเรื่องอะไรอยู่ ?
“เรื่องสถานการณ์ต่างๆ นานาในชีวิตนี่แหละ ด้วยความที่มันมีโควิด เราก็จะกลัวเวลาที่เราต้องออกไปทำงานข้างนอกเจอผู้คน ทำงานเจอโควิดติดโควิดอะไรแบบเนี่ย มันก็กังวล คือก่อนหน้านี้มีญาติรถเมล์ที่เขาติดโควิดตอนที่ท้องมันดูแบบทุลักทุเลมาก เราเลยตัดสินใจว่าปีนี้ไม่มีน้อง ด้วยเหตุผลเพราะโควิด เรากลัว”

ถ้าปีหน้าโควิดยังไม่หมด เพราะตอนนี้มีสายพันธุ์เข้ามาใหม่ ก็คือต้องเลื่อนอีก ?
“คือแก่แล้วอ่ะ มันก็พูดยาก รถเมล์ปีนี้ 36 แล้ว คือถ้าไปมากกว่านี้ก็อันตราย แต่ก็ภาวนาว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น ก็อาจจะเป็นปีหน้านั่นแหละ แต่ก็ต้องดูสถานการณ์อีกทีว่ามันจะรุนแรงไปขนาดไหน”

แต่ยังไงก็คือตั้งใจจะมีอยู่แล้ว ?
“ก็คงต้องมีอ่ะค่ะ ใช้คำว่าต้องมีอ่ะเนาะ ก็ปีหน้าอีกยาวอยู่ 12 เดือน ก็เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ว่าก็แพลนเรื่องละครก็คือขยับไปไว้ก่อนแล้ว กลัวว่าละครยังถ่ายอยู่แล้วยังถ่ายไม่เสร็จ ดันมีน้องเดี๋ยวกลายเป็นปัญหาของกองละครต้องมารอ ตอนนี้ก็เลยยังไม่ได้รับละคร แต่ตอนนี้ก็ยังถ่ายละครอยู่ยังถ่ายไม่เสร็จเลยของพี่ตั้ว 2 ปีกว่าแล้ว ตอนนี้ทีมงานก็พยามกลับมาถ่ายกันอยู่ ไปหาคิวนักแสดงหลายๆ ท่านเพื่อที่จะให้เวลามันตรงกัน”

ถ้าปีหน้ามีลูกจริงๆ งานในวงการก็ต้องพักหายไปเลย ?
“ก็ต้องไปดูอีกทีหนึ่ง มันตอบยากจริงๆ นะ มันแพลนชีวิตยากถ้าจะมีน้อง แต่ถ้าสมมติคิดเยอะๆ อ่ะมันก็จะมีลำบากเลยอ่ะ”