โฆษกทีมทนายตั้มชี้แจง ถอนตัวคดีลุงพลไม่ใช่เพราะรู้ว่าสู้ไม่ไหว โต้ค่าจ้าง 10 ล้าน

โฆษกทีมทนายตั้มชี้แจง ถอนตัวคดีลุงพลไม่ใช่เพราะรู้ว่าสู้ไม่ไหว โต้ค่าจ้าง 10 ล้าน
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

โฆษกทีมทนายตั้ม ชี้แจงถอนตัวคดีลุงพลไม่ใช่เพราะรู้ว่าสู้ไม่ไหว แต่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน โต้ค่าจ้าง 10 ล้าน

(28 พ.ย. 64) เมื่อเวลา 15.00 น. ที่สำนักงานทนายรัชพล ศิริสาคร ถนนประชาราษฎร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ทนายรัชพล ศิริสาคร ได้แถลงข่าวกรณีสาเหตุที่ "ทนายตั้ม" ษิทรา เบี้ยบังเกิด และทีมทนายถอนตัวจากคดีน้องชมพู่ อย่างเป็นทางการ โดยนายรัชพล เปิดเผยว่า ครั้งแรกที่ตนรู้จักกับลุงพลคือที่บ้านกกกอก เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 63 จากนั้นต้นปี 64 ทางลุงพลได้ติดต่อทนายตั้มให้มาทำคดีน้องชมพู่ ทนายตั้มจึงได้ดึงตน และ ทนายอาคม คงสวัสดิ์ มาเป็นทีมทนายรวมทั้งหมด 3 คน เมื่อถึงเวลาถอนตัวทนายตั้มเป็นหัวหน้าทีมที่ถอนตัวทางลูกทีมจึงต้องถอนตัวด้วยเช่นกัน

สำหรับเหตุผลที่ถอนตัวทางทนายตั้มมีความคิดเห็นทางคดีไม่ตรงกับลุงพล พูดคุยกันแล้วไม่สามารถที่จะปรับความเข้าใจได้ จึงได้ประกาศถอนตัว แต่ไม่ได้มีสาเหตุทะเลาะกันหรือเกลียดกัน ทางทนายตั้มและลุงพลยังสามารถพูดคุยกันได้ ส่วนทนายตั้มก็ยังมีคดีหมิ่นประมาท ที่ค้างทำให้กับลุงพลอีก 1 คดี และยังต้องดูแลอยู่โดยมีการว่าจ้างเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท การถอนคดีเป็นคดีของน้องชมพู่คดีเดียว ทีมทนายมีการพูดคุยและปรึกษากันตลอดจนถึงเมื่อคืน จนตัดสินใจเด็ดขาดเมื่อเช้านี้เวลา 10.00 น. จึงประกาศออกมาเป็นทางการ

เรื่องนี้ทางทีมทนายก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น ตนก็เสียใจเพราะคดีนี้ยังไม่สิ้นสุด แต่อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด สำหรับข่าวลือเรื่องค่าจ้าง 10 ล้านบาท มันไม่เป็นความจริง เพราะทนายตั้มได้ประกาศไปแล้วว่าคดีนี้ทำให้ฟรีจนถูกร้องเรียนเรื่องมารยาท สำหรับเรื่องค่าใช้จ่ายของตนนั้นถ้าต้องเรียกค่าใช้จ่าย ตนต้องเรียกจากทนายตั้มเพราะทนายเป็นคนเรียกตนมา ในช่วงที่ทำคดีนี้ต้องมีการเดินทางไปที่เกิดเหตุซึ่งต้องมีเรื่องค่าใช้จ่ายทั้งเรื่องการทานข้าวและเรื่องที่พัก

ส่วนที่ลุงพลไลฟ์สดไปว่ามันมีอะไรที่รู้กันอยู่ ซึ่งเป็นการพูดที่ไม่ชัดเจน และเป็นการแสดงออกที่คลุมเครือไม่เคลียร์ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ทนายตั้มถอนตัว

ในด้านความคืบหน้าคดีน้องชมพู่ ศาลได้นัดส่งเอกสารวันที่ 31 มกราคม 2565 ทีมทนายใหม่ที่จะมาทำอาจจะต้องมีการมาศึกษาคดีใหม่ทั้งหมด หรือขอเลื่อนเวลาส่งเอกสารออกไป ซึ่งทางทนายตั้มยังไม่มีการได้เห็นเอกสารหรือหลักฐานใดๆ ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่ว่ารู้ว่าคดีนี้สู้ไม่ไหวจึงถอนตัว เพราะเอกสารคดีน้องชมพู่ทางอัยการเพิ่งส่งให้ทางศาลเอกสารมาอยู่ระหว่างขั้นตอนการถ่ายเอกสารซึ่งยังไม่ครบ ทางทีมทนายจึงยังไม่เห็นข้อมูลซึ่งมันไม่เกี่ยวกับเรื่องการถอนตัวครั้งนี้

การถอนตัวจากคดีลุงพลครั้งนี้ ถ้าในอนาคตมีการปรับความเข้าใจหรือเคลียร์กันได้ก็อาจกลับมาทำให้ใหม่ ซึ่งยังไม่แน่นอน เรื่องการถอนทีมทนายเก่าออกจะประสานกับลุงพลอาจจะยื่นต่อศาลพร้อมกับส่งทีมทนายใหม่เข้าไปเพื่อให้ศาลอนุญาต หรือทางทนายตั้งอาจต้องเดินทางไปถอนตัวจากคดีด้วยตัวเอง ตนในนามโฆษกของทีมทนายคดีน้องชมพู จึงเป็นตัวแทนประกาศถอนตัวอย่างเป็นทางการ