ที่แท้เพื่อนบ้านฟันคอ "จ่าตา" ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล คนร้ายหนี ตร.ล้มหัวฟาด สาหัสด้วย

ที่แท้เพื่อนบ้านฟันคอ "จ่าตา" ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ก้าวไกล คนร้ายหนี ตร.ล้มหัวฟาด สาหัสด้วย
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

จากกรณี นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคาม เขต 1 พรรคก้าวไกล ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยเหตุเกิดที่บริเวณริมถนนบ้านขิงแคง-บ้านหนองบัวแดง ต.เขวาไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม เมื่อช่วงเย็นวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุชายคลุ้มคลั่ง ใช้มีดทำร้ายร่างกาย นายอดิศักดิ์ ขณะกำลังทำงานอยู่ที่สำนักงาน

ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นเพื่อนบ้านที่มีบ้านอยู่ด้านหลังมีกำแพงรั้วติดกันนั่นเอง ทราบชื่อคือ นายอุดม อายุ 53 ปี ซึ่งหลังจากก่อเหตุ นายอุดมได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ใช้เวลาตามล่าและควบคุมตัวนานกว่า 1 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมตัวไว้ได้ ซึ่งทั้งตัวนายอดิศักดิ์ และนายอุดม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งคู่ถูกนำตัวส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลมหาสารคามทั้ง 2 คน ล่าสุดแพทย์ได้ทำการรักษาและนายอดิศักดิ์พ้นขีดอันตรายแล้ว

ล่าสุดเช้าวันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ สำนักงานของนายอดิศักดิ์ พบกับ นายอาทิตย์ ซึ่งเป็นผู้ดูแลบ้าน โดยนายอาทิตย์ได้พาผู้สื่อข่าวไปดูที่เกิดเหตุ พบว่าประตูกระจกแตกกระจาย เก้าอี้ล้มพังเสียหาย มีเศษกระจกกระจายเกลื่อน ที่บริเวณหน้าประตูพบรอยเลือดเป็นจุด โดยที่รถของนายอดิศักดิ์ ถูกของแข็งตีจนกระจกรถด้านข้างแตก ที่รถมีรอยบุบทั้ง 2 คัน

จากการสอบถามนายอาทิตย์ ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุตนไม่อยู่ แต่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าให้ฟังว่า อยู่ดีๆ นายอุดมก็ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามา ก่อนจะมาก่อเหตุใช้มีดฟันคอนายอดิศักดิ์ จากนั้นก็เกิดการต่อสู้กัน ซึ่งหลังก่อเหตุนายอุดมได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าจับกุม เพราะผู้ก่อเหตุมีมีดเป็นอาวุธ ซึ่งระหว่างจับกุมนายอุดมเกิดเสียหลักล้มลง ทำให้ศีรษะกระแทกกับเสาปูน ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน

ด้าน พ.ต.อ.เจษฎา เปรมโต ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรนาเชือก เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับรายงานว่าเหตุดังกล่าวเป็นเหตุทำร้ายร่างกาย เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งว่ามีชายคลุ้มคลั่งใช้มีดฟัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีการต่อสู้กันทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องถูกส่งตัวต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลมหาสารคาม โดยพนักงานสอบสวนยังไม่ได้สอบปากคำทั้งผู้ก่อเหตุและผู้เสียหาย ซึ่งผู้ก่อเหตุก็ต้องไปดูว่า มีประวัติได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลจิตเวชหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ ต้องรอให้ทั้งผู้บาดเจ็บและผู้ต้องหา ออกจากโรงพยาบาลก่อน และเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการต่อไป แต่เบื้องต้นขอยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง