ทีมวิจัยญี่ปุ่น คืนชีพจิตรกรรมซุ้มพระพุทธรูปที่กลุ่มตาลิบันเคยระเบิดทิ้ง!

ทีมวิจัยญี่ปุ่น คืนชีพจิตรกรรมซุ้มพระพุทธรูปที่กลุ่มตาลิบันเคยระเบิดทิ้ง!
S! News (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ภาพจิตรกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า "โพธิสัตว์สีน้ำเงิน" บางครั้งเรียกว่า "เส้นทางสู่พุทธะ" ซึ่งอยู่บนซุ้มเพดานเหนือพระพุทธรูปแห่งบามิยัน โดยถูกทำลายไปพร้อมพระพุทธรูปสลักบนหน้าผาทั้ง 2 องค์ในปี 2544 จากการระเบิดของกลุ่มตอลีบันที่ปกครองอัฟกานิสถานระหว่างปี 2539-2544

พระพุทธรูปแห่งบามิยันเป็นพุทธศิลป์เก่าแก่ มีอายุราว 1,500 ปี เป็นพระพุทธรูปประทับยืนหินแกะสลักที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งยูเนสโกจัดให้เป็นมรดกโลก รูปสลักที่ถูกทำลายไป ได้แก่ รูปพระศากยมุนี ที่มีความสูง 38 ม. และพระไวโรจนะ ที่มีความสูง 55 ม. 

ในการจำลองภาพ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียวใช้เทคนิคดิจิทัลที่เรียกว่า "Super clone" (ซูเปอร์โคลน) ซึ่งมีรายละเอียดและความแม่นยำสูง ประมวลผลจากภาพที่ถ่ายโดยนักโบราณคดีชาวญี่ปุ่นจำนวนมากกว่า 100 ภาพ ซึ่งบันทึกไว้ก่อนที่รูปสลักบนหน้าผาจะถูกทำลาย และภาพจำลองที่นำมาจัดแสดงมีขนาดกว้าง 6 เมตร สูง 3 เมตรเท่ากับภาพจริงที่ถูกทำลายไปเมื่อกว่า 2 ทศวรรษ

นายทาคาชิ อิโนอูเอะ หนึ่งในหัวหน้าทีมวิจัยบอกว่า ภาพจำลองนี้ใกล้เคียงกับของจริงอย่างมาก เป็นการสร้างภาพวาดขึ้นใหม่ที่มีความแม่นยำสูง ทั้งสี พื้นผิว และวิธีการวาด

ญี่ปุ่นเป็นผู้บริจาคหลักในการอนุรักษ์และปกป้องพุทธศิลป์ในเมืองบามิยัน โดยเชื่อว่าบามิยันเป็นต้นกำเนิดของพุทธศาสนาในแบบญี่ปุ่น

ภาพจำลองดังกล่าว จัดแสดงขึ้นที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากกลุ่มตอลิบันบุกยึดคาบูล และกลับเข้ามาปกครองอัฟกานิสถานได้อีกครั้ง

นายอิโนอูเอะ บอกกว่า การจำลองรูปสลักพระพุทธรูปแห่งบามิยันขึ้นมาใหม่ จะช่วยส่งต่อจิตวิญญาณแห่งมรดกทางวัฒนธรรรมให้กับคนรุ่นต่อไปได้