"แต้ว ณฐพร" เปิดอกคุย เรียนรู้ชีวิตกลางมรสุมดราม่า ขยับตัวเท่ากับโดนวิจารณ์

"แต้ว ณฐพร" เปิดอกคุย เรียนรู้ชีวิตกลางมรสุมดราม่า ขยับตัวเท่ากับโดนวิจารณ์

พิสูจน์ฝีมือในวงการบันเทิงมากว่า 20 ปีแล้ว สำหรับสาว แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ นักแสดงสาวเจ้าบทบาทที่ตอนนี้ขึ้นแท่นตัวแม่ของวงการรับบทไหนก็เอาอยู่ได้ใจแฟนละครไปเต็มๆ เสมอ และล่าสุด แต้ว พลิกฉีกขีดจำกัดของตัวเองครั้งใหญ่มารับบทสาวนักบู๊ในละครแอ็คชั่น ดราม่าเข้มข้นเป็นครั้งแรกในคละคร "เกมล่าทรชน" ออนแอร์ ทางช่อง 3 ดุเดือดเข้มข้นจนละสายตาไม่ได้ 

และเช่นเคย sanook.com พลาดไม่ได้ขอเบียดคิวแน่นๆ ของสาวแต้ว มานั่งพูดคุยกันถึงความท้าทายในละครเรื่องล่าสุด พร้อมกับชวนพูดคุยกันแบบเปิดอกถึงเรื่องราวชีวิตที่ต้องยืนท่ามกลางมรสุมดราม่า ขยับตัวเท่ากับเป็นประเด็น และที่สำคัญขอคุยเรื่องหวานๆ ความรักที่ลงตัวกับหวานใจ "ไฮโซณัย-ประณัย พรประภา" ว่าตอนนี้พัฒนากันไปถึงขั้นจะมีข่าวดีอย่างที่มีข่าวลือออกมาจริงหรือเปล่า เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร ไปฟังจากปากแต้วกันเลย

มารับละครบู๊แอคชั่นเรื่องแรกเป็นยังไงบ้าง?

"ต้องไปฝึกเยอะค่ะ เพราะมีอุปสรรคเยอะ ด้วยสภาพร่างเราก็ดูไม่น่าจะบู๊อะไรแบบนั้นได้แต่ก็ต้องทำให้คนเชื่อให้ได้ เริ่มแรกต้องเกิดจากความเชื่อของเราก่อน แล้วก็ไปฝึก ต้องบอกว่ามันมีอะไรมากกว่าเรื่องบู๊ พอเราไปเรียนบู๊เราได้เข้าใจในมูฟเม้น แต่พอมาอยู่หน้าฉากมุมกล้องมันก็อีกเรื่องนึง เพราะเราไม่ได้ต่อย ไม่ได้เตะกันจริงๆ แต่ต้องมีทริคในการแสดงว่าทำแบบไหนให้ดูแรงแต่ว่าก็ไม่โดนอะไรแบบนี้ค่ะ เลยเป็นอีกศาสตร์นึงที่ได้เรียนรู้และพบว่ามันมีอะไรมากกว่าที่คิด ก็ค่อยๆ เรียนรู้ไปตอนถ่ายทำ สนุกดีค่ะ"

แอบกังวลใจไหมกับการบู๊เป็นครั้งแรก?

"ก็กังวล ตอนเราเวิร์คช็อปก็อีกแบบนึง พอไปหน้าเซ็ทคือ เราว่าเราก็ได้แล้วนะ แต่พี่ นก (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) เขาก็จะแบบว่า ขออีกนิดๆ เตะสูงอีกนิดนึง อะไรแบบนี้ในช่วงแรกๆ แต่พอเราไปเช็คงานที่ออกมาเราก็เข้าใจแล้วว่าฟีลลิ่งของเรากับมุมกล้องมันต้องไปในทางเดียวกัน ก็ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กว่าจะเข้าที่เข้าทางก็นาน แต้วว่าเกินครึ่งเรื่อง โอดครวญอยู่ครึ่งเรื่องได้ และฉากบู๊เยอะมาก เยอะจริงๆ  ค่ะ (หัวเราะ)"

ระหว่างถ่ายทำเจ็บตัวบ้างไหม?

"แน่นอนค่ะ เป็นเรื่องปกติ ซึ่งเราก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว"

ฉากหนักสุดที่ถ่าย คือ ฉากไหน?

"หนักสุดเหรอคะ ฉากในคุกนี่ก็หนักเหมือนกัน แต่มันจะมีที่ต้องบู๊แบบเป็นท่าแฟนซีมาก ต้องขึ้นไปคล่อมแล้วเหวี่ยงอีกคนลงมา ซึ่งเราไม่ได้เป็นราชินีนักบู๊อะไรขนาดนั้น (หัวเราะ) หน้าซีนพี่นกก็ถาม ไหวไหมลูก เราก็โอเคค่ะ ก็ต้องเล่นให้ได้ แต่เอาจริงๆ ข้างในก็แอบหวั่นๆ ว่าจะเล่นได้ไหมเนี้ย"

แต้ว จากละคร เกมล่าทรชน

การมารับเรื่องนี้เราได้เพิ่มสกิลการแสดงอีกด้านนึงด้วย?

"ใช่ค่ะ ทำให้เรารู้ว่าถึงเราเล่นมาเยอะ แต่การที่เรามารับงานที่เราไม่เคยเล่นมันเป็นอีกความท้าทายที่ในชีวิตนักแสดงมันยังมีความใหม่เกิดขึ้นได้ ไม่ว่าเราจะอายุเท่าไหร่ ยังมีสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากการทำงานอีกเรื่อยๆ ค่ะ"

แฟนๆ เห็นบทบาทแนวนี้ของแต้วแล้วเขาฟีดแบ็คกลับมายังไงบ้าง?

"ก็เป็นอะไรที่เขาไม่เคยเห็น แต้วเองก็ไม่เคยเห็นตัวเองแบบนี้เหมือนกัน เขาจะไถ่ถามออกแนวเป็นห่วงว่า เจ็บไหมเนี้ย แขนหักหรือเปล่า น่วมไปหมดแล้ว อะไรแบบนั้นค่ะ"

การร่วมงานกับนักแสดงคนอื่นๆ ล่ะ เป็นยังไงบ้าง?

"สำหรับ หมาก ปริญ คือ แต้วถ่ายเหนื่อยมากกว่าจะได้ แต่หมากมาแป๊บเดียว เอ้า! ผ่านแล้ว เขาเก่ง เขาทำเหมือนมันดูเป็นเรื่องง่ายมาก เราก็คอยสังเกตเขา ดูเขาเป็นตัวอย่าง เราทำไม่ได้เท่าเขาหรอกแต่อย่างน้อยเราก็มีตัวอย่างที่ดี ให้เห็นว่า โอเค สิ่งที่ดีควรจะเป็นแบบนี้นะ (หัวเราะ) แต่ก็ไม่มีใครกดดันอะไรกัน เพราะทุกคนเข้าใจว่าการเล่นบู๊ยิ่งเป็นมือใหม่ก็ต้องยิ่งให้กำลังใจกัน ทุกคนน่ารักมากค่ะ"

ได้สัมผัสแล้วติดใจละครบู๊บ้างไหม?

"(ยิ้ม) จริงๆ ตอนแรกถ่ายเสร็จก็คือพัก ไม่เอาอีกแล้ว แต่พองานเราออกมาเราได้เห็นว่ามันเป็นอีกสเต็ปนึงที่เราเรียนรู้ ถ้ามีโอกาสอีก ถ้าตอนนั้นไขข้ออะไรยังได้อยู่ก็ไม่แน่ แต้วว่ามันก็สนุกไปอีกแบบนะ พอเราได้ประสบการณ์จากงานนี้ ถ้ามีงานต่อไปเราก็เอาจุดที่เราคิดว่ามันยังได้อีกไปใส่ในงานต่อไปถ้ามีโอกาสค่ะ"

นอกจากบู๊กันแล้วมีกุ๊กกิ๊กบ้างไหม?

"มีค่ะ แต่ไม่ได้กุ๊กกิ๊กจิกหมอนอะไรขนาดนั้น จะแสดงออกเรื่องความรัก ความห่วงใย ความใส่ใจ หวังดีต่อกันมากกว่า เพราะเรื่องจะมีประเด็นความขัดแย้งเรื่องความรักอยู่แล้ว ทั้งเรื่องน้อง เรื่องเป็นคนต่ำต้อย เลยทำให้ไม่ได้หวานแหวว แต่เป็นความรักที่สวยงามแค่ไม่ได้มาในรูปแบบความสวีทแค่นั้นเอง"

แต้ว-หมาก

ทำไมคนต้องดูละครเรื่องนี้?

"แต้วว่ามันคือการเสนอความใหม่ให้กับละครช่อง 3 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพ ความหลากหลายของตัวละครที่มีเยอะมาก แล้วทุกตัวมีความเทาๆ ไม่ดี ไม่ร้าย ทำให้ความน่าสนใจของตัวละครเพิ่มมากขึ้น แล้วก็เป็นการแสดงและโปรดักชั่นที่พวกเราพยายามทำกันเต็มที่มากในทุกส่วนเพื่อให้น่าสนใจ เหมือนเป็นการยกระดับขึ้นมา ซึ่งแรงสนับสนุนก็ต้องมาจากผู้ชมที่ช่วยกันชมช่วยกันเชียร์ค่ะ"

นอกจากเรื่องนี้ยังมีงานอื่นๆ ให้ติดตามอีกไหม?

"ถ้าเป็นละครตอนนี้ยังไม่มีอะไรนอกจากเรื่องนี้ค่ะ ต้องรอข่าวจากทางช่อง 3 อีกที แต่จะมีโปรเจ็กต์กับทางช่องที่ไม่ได้เป็นละครค่ะ แต่จะเป็นอะไรต้องรอชม"

มาอัปเดตความรักกันหน่อย คนจับตาข่าวลือว่าเหมือนรักเราค่อนข้างสุกงอมพร้อมจะแต่งแล้วอันนี้จริงเท็จแค่ไหน?

"อืม… ไม่จริงค่ะ (หัวเราะ) ที่แบลงค์ไปเพราะงงว่ารู้ได้ยังไงว่าเราพร้อม เรายังไม่รู้เลย คนอาจจะมองไปเรื่องภาพอะไรแบบนี้มั้งคะ แต่ว่ามันก็ต้องใช้เวลา มันไม่สามารถบอกได้ว่าเมื่อไหร่ เราเองก็ยังไม่รู้"

พอมีภาพสวยๆ คนก็มองว่าเป็นพรีเวดดิ้ง เราแอบตกใจกับข่าวลือพวกนี้ไหม?

"เอาจริงๆ ไม่ได้คุยกันเลย แต้วว่าเขาก็คงเห็น แต่ก็มองเป็นเรื่องปกติว่ามันเป็นเรื่องปกติไปแล้วมั้ง สำหรับสื่อที่เห็นอะไรแล้วก็ด่วนสรุปไปเองอะไรแบบนี้ เราก็เลยไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นประเด็นอะไรที่ต้องมาตอบคำถามจริงจัง ก็เลยไม่ได้มีการพูดคุยกันซีเรียส เพราะมองว่าเดี๋ยวมันก็ผ่านไปค่ะ"

อย่างช่วงที่เราบอกว่าติดเชื้อโควิด-19 ไทม์ไลน์มีไปดูบ้าน ตรงนั้นก็โดนมองว่าเราไปดูเรือนหอ?

"แต้วเป็นคนชอบไปดูโครงการอะไรอย่างนี้อยู่แล้วด้วยค่ะ มันก็มีโปรเจ็กต์ที่เราทำอยู่ที่ต้องไปดูค่ะ"

ยืนยันว่ายังไม่มีข่าวดีเร็วๆ นี้?

"ค่ะ ยังไม่มีค่ะ (ยิ้ม) ใช้ชีวิตปกตินี่แหละ ไม่ได้ลุ้นไม่ได้อะไร ไปเรื่อยๆ เอาวันนี้ให้โอเคทุกๆ เรื่อง ทั้งเรื่องงาน เรื่องครอบครัวค่ะ"

แต้ว-ไฮโซณัย

เริ่มศึกษากันมานานแค่ไหนแล้ว?

"ประมาณปีกว่าๆ ค่ะ"

ถ้าให้มองตัวเองถือว่าลัคกี้อินเกมและลัคกี้อินเลิฟเลยหรือเปล่า?

"ก็คิดว่านะคะ แต้วรู้สึกว่าคำว่าลัคกี้ ไม่ได้อยู่ที่การประสบความสำเร็จอะไรมากๆ แต่มันวัดที่ตัวเราว่าเราพอกับมันไหม การทำงานเรารู้สึกมีแพชชั่น มีความสุขในการตื่นไปทำงาน แล้วก็รู้สึกแฮปปี้กับคนที่อยู่รายล้อมเราไหม อันนี้คือก็ลัคกี้แล้วสำหรับแต้วค่ะ"

เขาเองเมื่อมาเป็นคนสนิทเราก็ถูกจับตาเป็นพิเศษ เขากดดันบ้างไหม?

"แต้วไม่รู้ อันนี้ต้องไปถามเขา แต่แต้วว่าคงไม่กดดันหรอก เพราะเขาเองก็ไม่ได้ถูกจับตาในเรื่องนี้อย่างเดียว มันก็มีเรื่องงาน เรื่องอะไรที่ทุกคนก็คาดหวังอยู่แล้ว ถ้าให้เดานะ แต่สุดท้ายก็ต้องถามเขาเองค่ะ"

เขาเคยมาบ่นกับเราเรื่องนี้บ้างไหม?

"แรกๆ มั้งที่มันอาจจะมีกระแสลบ ก็คืองงๆ เหมือนกันว่าพวกเขาคือใคร เขารู้จักเราเหรอ อะไรแบบนี้นิดนึง นิดหน่อยค่ะ"

ความสัมพันธ์เรียกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ ไหม จากตอนแรกที่กระแสสังคมแรงมาก?

"ก็โอเคค่ะ ถือว่าแฮปปี้ดีค่อยๆ ปรับตัวนะ แต้วว่าเวลามันก็จะให้คำตอบอะไรหลายๆ อย่าง"

อะไรที่ทำให้คนนี้ชนะใจแต้ว?

"แต้วว่าถ้าคนที่หวังดีกันมันก็จะรับรู้ได้ถึงอะไรแบบนี้ แต้วว่าอย่างที่บอกสุดท้ายอยู่ที่เวลาต้องดูกันไปยาวๆ ว่าเป็นแบบไหน ไปถึงไหนค่ะ"

ในปีกว่ามานี้เขาก็เสมอต้นเสมอปลายใช่ไหม?

"ก็ยังเสมอต้นเสมอปลายค่ะ"

ได้เห็นอีกมุมหวานๆ ของแต้วด้วยเหมือนกัน เขินไหมโดนแซวว่าเป็นคนคลั่งรัก?

"(ยิ้ม) ก็ไม่เขินนะ ทำไมต้องเขินล่ะ ก็โอเค แต้วว่าสุดท้ายคนที่หวังดีกัน ถ้าเห็นใครแฮปปี้เราก็โอเค เราก็อยากส่งความรู้สึกดีๆ ไปให้เขาเอง หรือใครก็ตาม ชีวิตมันเครียดแล้ว หาอะไรไม่ใช่เรื่องความรักก็ได้ที่มันจะทำให้เราแฮปปี้ค่ะ"

 แต้ว-ไฮโซณัย

มุมมองความรักเราเปลี่ยนไปไหม?

"ไม่เปลี่ยนค่ะ ไม่เชิงเปลี่ยน แต่ว่าจะมองความเป็นจริงมากขึ้น ด้วยอายุที่มากขึ้น มันเหมือนกับเห็นเราแฮปปี้ดูคลั่งรัก แต่จริงๆ เราก็มองความเป็นจริงว่าทุกอย่างมันไม่ต้องโรยด้วยกลีบกุหลาบ สุดท้ายแล้วความยั่งยืนมันอยู่ที่เราต้องรับในส่วนที่แย่ที่สุดของกันและกันได้ แต่ความคลั่งรักอะไรมันก็เหมือนเติมความกุ๊กกิ๊ก ความกระชุ่มกระชวยให้หัวใจมันได้ตุ๊บตั๊บอะไรแบบนี้ (ยิ้มเขินๆ)"

เคยมองอนาคตถึงขั้นลงหลักปักฐานด้วยกันไหม?

"หูย! สำหรับคนที่แต้วคบหรือคุยแต้วก็มองยาวๆ อยู่แล้ว แต่นั้นมันคือความคิดของเราคนเดียว แต่สุดท้ายแล้วมันมีหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เขาด้วย มันมีอะไรรายล้อมอีกเยอะ เพราะฉะนั้นคงไม่ได้พูดอะไรขนาดนั้น เอาแค่อย่างที่บอกดูวันนี้ไปก่อน อนาคตก็ขึ้นอยู่กับวันนี้แหละ ก็ต้องค่อยๆ รักษาใจกันไป"

ก่อนหน้านี้มีเรื่องราวเข้ามาเยอะๆ ตอนนั้นเรารับมือกับเรื่องเหล่านั้นยังไงให้ผ่านมาได้?

"แต้วก็มีงานของแต้วที่ต้องรับผิดชอบ เราก็เลยรู้สึกว่าสิ่งนี้มันดึงความสนใจเรามากกว่าในการที่เราต้องรับผิดชอบในบ้าน ก็เลยไม่ค่อยได้โฟกัสกับตรงนี้เท่าไหร่แล้วก็เหมือนเราจะแคร์คนรอบข้างเรามากกว่า รู้สึกว่าไม่ได้มีความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนความคิดใคร ก็เลยไม่ได้เก็บมาคิดหรือว่าบั่นทอนอะไร"

เคยมีคำถามไหมว่าทำไมเราขยับตัวนิดหน่อยก็โดนจับตาแล้ว?

"มันก็มีหลายคนคำตอบแหละ ถ้าคนมองก็เพราะอย่างงั้น อย่างงี้ แต่แต้วก็ไม่อยากจะไปฟันธงเพราะว่าแต่ละจุดแต่ละคนเขามองแต้วมาในมุมมองที่เขาไม่ได้เห็นทุกอย่างอยู่แล้ว ไม่แปลกที่คนจะคิดแบบนั้นแบบนี้ แต่มันแปลกมากกว่าที่คนไม่รู้จักกันมาตัดสินกัน อันนั้นคือพอยท์ แต่แต้วก็ไม่ปิดกั้นเสรีเพราะทุกคนก็มีอิสระที่จะพูด แต่ว่าถ้าเป็นเราเราไม่ทำอย่างนั้นดีกว่า"

ครอบครัวให้กำลังใจเรายังไงบ้างในวันที่ต้องโดนอะไรมามากๆ ?

"คุณแม่ก็บอกว่าแค่เรารู้ตัวเราก็พอ แค่คำพูดง่ายๆ มันก็ทำให้เราโอเค ปล่อยวางถ้าคนรอบข้างเราเข้าใจว่าเป็นยังไง แต่การที่แต้วมาพูดซ้ำๆ มันก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจริงๆ แล้วทุกคนโดน เพียงแต่ว่าแต้วเองอาจจะอยู่ในจุดที่ ไม่เคยมีใครว่าอะไรเลย แล้วอยู่ดีๆ ก็เกิดปรากฏการณ์ มันเลยดูเป็นประเด็นใหญ่ จริงๆ ทุกคนก็โดนกันหมดเป็นเรื่องปกติ"

แต้ว ณฐพร

"วงการทำให้คำพูดเหล่านี้มันถูกตีแผ่ออกมา แต่แต้วว่าตอนนี้โซเชียลมีเดียมันถึงทุกคน มันก็จะมีแบบคนเข้าไปเฮทคอมเมนต์อะไรทั้งหลาย แต่ว่าอาจจะด้วยความที่เราไปทำให้เราเป็นเป้าด้วยมั้งก็เลยมีอะไรพวกนี้เข้ามาถึงเยอะ”

ทำให้ก่อนจะโพสต์อะไรเราต้องคิดเยอะ หรือ กังวลมากขึ้นไหม เพราะเดี๋ยวดราม่ามาอีก?

"ก็คงคิดมากขึ้นนิดนึง แต่ว่ามันก็แอบค้านกับความรู้สึกเรานิดนึงที่เรารู้สึกว่ามันเป็นชีวิตเรา แต่ก็เข้าใจว่ามันอยู่ในโซเชียลซึ่งมันไม่ได้ไพรเวทขนาดนั้น แต่มันก็เป็นบทเรียนทำให้เรารู้สึกว่า โอเค เราต้องคิดถึงความถูกผิดในแง่นั้น แต่ว่าในความเป็นตัวตนเราคงไม่ได้จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อที่จะทำให้กระแสต้องมาชื่นชมอะไรเรา เพราะเรารู้ว่าเนื้อจริงๆ แล้วเราทำเพื่ออะไร หรือว่าเรามีจุดประสงค์อะไร"

จากคนที่ไม่เคยมีเรื่องหนักๆ เลย จนวันที่โดนกระแสถาโถมเข้ามา จุดนั้นเรามีเซในความรู้สึกบ้างไหม?

"อืม..ก็แว๊บนึง แต่ไม่เชิงเซ เพราะเราว่าเราก็มีความแข็งแรงพอ ก็เลยไม่ได้แบบว่า โอ้ย! ไม่ไหวแล้ว ก็ตั้งรับได้อยู่ค่ะ"

มีหลายคนบอกให้เราฟ้อง กับบางอย่างที่แรงเกินไป ทำไมเราเลือกจะนิ่งและปล่อยผ่าน?

"เสียเวลาอ่ะ มันเหมือนแบบ เพื่ออะไรล่ะ เราไม่ได้ต้องการพิสูจน์อะไรกับใคร แล้วแต้วก็มีความเชื่อว่ามันยากที่จะไปเปลี่ยนให้ใครมาคิดในแบบที่เราอยากคิด ถ้าเขาเลือกจะคิดแบบนั้นไปแล้ว ต่อให้เราเอาอะไรมาจ่อคอมันไม่มีทาง เพราะฉะนั้นก็รู้สึกว่าไม่ได้ต้องการที่จะต้องไปฟ้องหรือตั้งโต๊ะแถลงอะไรแบบนั้นค่ะ"

แต้ว ณฐพร

วงการบันเทิงเปลี่ยนชีวิตแต้วไปมากน้อยแค่?

"ก็น่าจะเปลี่ยนในเชิงที่ทำให้เราสตรองขึ้น ในแง่ของการเข้าใจชีวิตด้วยอันนี้คือเสน่ห์ของอาชีพนี้เลย ทำให้เราเปิดรับความแตกต่างและความไม่ยึดติด ที่เราต้องไปเป็นสิ่งนู้น สิ่งนี้ได้ อันนี้คือข้อดีในการเป็นนักแสดง

ถ้าวันนี้เราไม่ได้เป็นนักแสดงเราก็อาจจะไม่สตรองเท่านี้ แล้วก็ในแง่ของการต้องเปิดรับความคิดของคนอื่นด้วยซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นสิ่งที่รื่นหูสำหรับเราแต่ว่ามันก็เป็นความจริงของโลกใบนี้ที่เราต้องอยู่กับสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ ก็คงเป็นอีกเวอร์ชั่นนึง แต่ชอบแล้วล่ะ เป็นแบบนี้ (หัวเราะ)"

อยากฝากอะไรถึงคนที่คอยซัพพอร์ตแต้วบ้าง?

"ขอบคุณสำหรับแรงซัพพอร์ตในทุกๆ อย่างที่ผ่านมาก็ซัพพอร์ตต่อไปนะคะ กำลังใจสำคัญมากเลยนะคะ ขอบคุณค่า" แต้ว ณฐพร ปิดท้ายด้วยเสียงอ้อนหนักมาก เห็นแบบนี้แล้วแฟนๆ อย่าลืมส่งกำลังใจให้เธอกันรัวๆ เพราะแน่นอนว่ายิ่งนานคุณภาพก็ยิ่งคับแก้ว ไม่ผิดหวังแน่ๆ