รถเข็นนิทานรพ.เด็กสิ่งบันเทิง ญาติ-ผู้ป่วย

รถเข็นนิทานรพ.เด็กสิ่งบันเทิง ญาติ-ผู้ป่วย

โดย ชุลีพร อร่ามเนตร

ทุกครั้งที่เด็กๆ เห็นรถเข็นนิทาน พวกเขามีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ และมีเสียงเรียกหานิทาน ซึ่งถือเป็นรถที่ดีมาก เพราะเด็กบางคนไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปยังห้องเล่นอ่านนิทานได้ ช่วยดึงชีวิตวัยเด็ก ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสัน จินตนาการกลับคืนมา และที่สำคัญทำให้แม่ลูกมีกิจกรรมทำร่วมกัน แม่ได้พูดคุยกับลูกผ่านตัวนิทาน สร้างกำลังใจให้แก่แม่ เพราะเมื่อเด็กฟังนิทาน พวกเขามีปฏิกิริยา ยิ้ม หัวเราะ สัมผัสมือแม่ พี่นก กล่าว

พี่นก ยศวดี ณ นคร เป็นพยาบาลชำนาญการ รองหัวหน้าตึกมหิตลาธิเบศร 9 ก. หรือตึกอายุรกรรมโรคติดเชื้อเด็กโต ที่นำนิทานมา ใช้ในสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) ต่อมาพยาบาลประจำตึก อุรา เจริญวัลย์ หัวหน้าตึก ระเบียบ แก้วผาสุก พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ ประจำห้องเล่น และพยาบาลประจำตึกทุกคน นำนิทานมา ใช้ในการบำบัดจิตใจทั้งเด็กและพ่อแม่ ล่าสุดสำนักพิมพ์มูลนิธิเด็กและสถาบันการ์ตูนไทย กลุ่มสถาปนิกอาสาสมัครจากกลุ่มบริษัทแปลน นำ "รถเข็นนิทาน" ขนความรู้นิทานกว่า 200 เล่ม บริการน้องๆ ถึงเตียง

การสัมผัสไม่ว่าจะทางกาย หรือคำพูด ล้วนกระตุ้นปฏิกิริยาของเด็กๆ ได้ทั้งสิ้น "พี่ต้อย" เตือนใจ ศีละสะนา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ หน่วยประสาทวิทยา เสริมว่า การเล่านิทานเป็นกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์แม่ลูกได้ดีมาก เด็กบางคนไม่สามารถพูดคุยกับแม่ได้ นิทานจะ ทำให้แม่พูดคุยกับลูกได้ตลอดเวลา ช่วยผ่อนคลายความเครียดให้แม่อีกด้วย เพราะแม่ทุกคนหากลูกเข้าโรงพยาบาลแม้ไม่เป็นอะไรมาก ก็ไม่สบายใจ

รอยยิ้มลูกที่มอบให้แก่พ่อแม่ แม้เป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ แต่สำหรับพ่อแม่แล้ว เวลาเหล่านี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุด ดั่งที่ "แม่วาท" สวาท เรืองฤทธิ์ อายุ 39 ปี แม่ของน้องโอ๊ต อายุ 4 ขวบ และ พ่อยา หรือ สนทยา ไชยสำแดง ของน้องหยก อายุ 9 ขวบ ต่างพูดเป็นเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยคิดว่าโรงพยาบาลมีรถเข็นนิทานคอยบริการ ตั้งแต่มีนิทาน ลูกๆ ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ อย่างน้องโอ๊ตเขาพูดไม่ได้ เมื่ออ่านนิทานให้ฟัง เขาสัมผัสมือแม่ เพียงเท่านี้ก็เพียงพอสำหรับแม่แล้ว ส่วนน้องหยกอ่านหนังสือนิทานด้วยตนเอง ทำให้ไม่ซึมเศร้า และยังเล่านิทานที่ชอบให้แก่พ่อแม่ฟังด้วย

"น้องโอ๊ตชอบให้อ่านนิทานเรื่องสัตว์ เมื่อลูกฟัง ลูกจับมือเราแน่น ทำให้มีกำลังใจ และมีเรื่องคุยกับลูกทุกวัน เพราะการเล่านิทานนอก จากทำให้ลูกรักการอ่าน มีจินตนาการ เพลิดเพลิน ไม่เครียด ไม่กลัวโรงพยาบาลแล้ว ยังช่วยผ่อนคลายความเครียดเราอีกด้วย เพราะหนังสือที่โรงพยาบาลจัดให้อ่านไม่ใช่เฉพาะนิทาน แต่มีวิธีเลี้ยงลูกที่นำไปปรับใช้ได้ อยากขอบคุณโรงพยาบาลที่จัดรถเข็นนิทานคอยบริการนิทานชั้นดีให้ลูกได้อ่าน"

เช่นเดียวกับน้องหยก อายุ 9 ขวบ หนูน้อยจากเมืองอุบลราชธานี เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเด็กกว่า 1 เดือน เล่าว่า ชอบรถเข็นนิทานมากๆ เพราะมีสีสันสวยงาม มีตัวการ์ตูนเต็มไปหมด และมีนิทานให้ได้อ่านด้วย โดยเฉพาะนิทานเกี่ยว กับสัตว์ อย่างกระต่ายกับเต่า กระต่ายนอนไม่หลับ ทำให้เพลิดเพลิน มีความรู้ และมีความสุข ตั้งแต่มานอนโรงพยาบาลไม่ค่อยได้อ่านหนังสือ อยากให้ทุกโรงพยาบาลมีรถเข็นนิทานไว้บริการเด็กๆ

ด้าน "ย่าศรี" สมศรี สว่างแสง ของน้องพี หนุ่มน้อยจากเมืองกาญจนบุรี เล่าว่า รถเข็นนิทานเป็นกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างมาก เพราะเด็กทุกคนที่เข้าโรงพยาบาลเชื่อว่ากลัว ไม่อยากเข้า แต่เมื่อพวกเขาเห็นรถเข็นนิทาน ดูการ์ตูน มีห้องเล่นให้พวกเขาได้ทำกิจกรรมเสริมสร้างจินตนาการต่างๆ พวกเขาสนุก มีรอยยิ้ม และมีความสุข เมื่อสุขภาพจิตดี สุขภาพกายก็จะดีไปด้วย จึงอยากขอบคุณโรงพยาบาลและผู้บริจาครถเข็นนิทานที่ช่วยเติมเต็มชีวิตวัยเด็กของพวกเขา

"นิทาน" นอกจากเป็นจุดเริ่มต้นการปลูกฝังรักการอ่านแก่เด็ก เป็นบทกล่อมเห่ก่อนนอนที่ดีที่สุด แต่สำหรับน้องและพ่อแม่ที่ต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลเด็ก "รถเข็นนิทาน" ไม่ใช่เพียงสนุก บันเทิง แต่งแต้มจินตนาการอย่างเดียว แต่ยังเป็นจุดสานสัมพันธ์ความรัก เติมชีวิตชีวาวัยเด็ก และทำลายความเงียบระหว่างแม่ลูกได้ดี

 

 

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!